Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ยาเม็ดแก้ปวดท้องที่ใช้เครื่องหมายการค้าตราตกเบ็ด โดยมีรูปคนนั่งตกเบ็ดอยู่ภายในรูปอาร์ม ซึ่งโจทก์ถือสิทธิอยู่โดยการรับโอนมาจาก บ. นั้น โจทก์ได้ยินยอมและทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้มารดาของจำเลยมีสิทธิใช้ได้โดยให้ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าขึ้นใหม่ต่างหาก โดยจะต้องระบุชื่อมารดาของจำเลยให้เห็นชัดเจนในเครื่องหมายการค้าใหม่ นั้น และกล่องที่ใช้บรรจุยาจะต้องให้มีสีต่างกันกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ด้วย มารดาของจำเลยจึงมีสิทธิใช้และขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้โดยชอบด้วยพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พุทธศักราช2474 ทั้งยังมีสิทธิจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เครื่องหมายการค้านี้ให้แก่จำเลยทั้งสองด้วย จำเลยทั้งสองจึงมีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้านี้ได้โดยชอบ การที่จำเลยเพิ่มข้อความบนกล่องบรรจุยา ฉลากยา และสิ่งพิมพ์ที่ใช้โฆษณาสินค้ายาที่จำเลยผลิตจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้าของจำเลยว่า 'ขนานแท้' ก็ดี 'ห้

คำฟ้องและคำให้การ

ยาเม็ดแก้ปวดท้องที่ใช้เครื่องหมายการค้าตราตกเบ็ด โดยมีรูปคนนั่งตกเบ็ดอยู่ภายในรูปอาร์ม ซึ่งโจทก์ถือสิทธิอยู่โดยการรับโอนมาจาก บ. นั้น โจทก์ได้ยินยอมและทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้มารดาของจำเลยมีสิทธิใช้ได้โดยให้ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าขึ้นใหม่ต่างหาก โดยจะต้องระบุชื่อมารดาของจำเลยให้เห็นชัดเจนในเครื่องหมายการค้าใหม่ นั้น และกล่องที่ใช้บรรจุยาจะต้องให้มีสีต่างกันกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ด้วย มารดาของจำเลยจึงมีสิทธิใช้และขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้โดยชอบด้วยพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พุทธศักราช2474 ทั้งยังมีสิทธิจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เครื่องหมายการค้านี้ให้แก่จำเลยทั้งสองด้วย จำเลยทั้งสองจึงมีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้านี้ได้โดยชอบ

การที่จำเลยเพิ่มข้อความบนกล่องบรรจุยา ฉลากยา และสิ่งพิมพ์ที่ใช้โฆษณาสินค้ายาที่จำเลยผลิตจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้าของจำเลยว่า 'ขนานแท้' ก็ดี 'ห้างเก่า'ก็ดี และ 'ระวังยาเลียนแบบ' ก็ดี เป็นการใช้สิทธิโดยชอบธรรมหาเป็นการละเมิดต่อโจทก์แต่ประการใดไม่ส่วนการที่โจทก์ได้ส่งตัวแทนไปบอกร้านขายยาทั่วไปรวมทั้งลูกค้าของจำเลยว่ายาของจำเลยเป็นของปลอมขายไม่ได้หากขายจะถูกจับฐานขายยาปลอม และถ้าจำเลยต้องแพ้คดีก็ไม่มีสิทธิขายยาที่ผลิตออกจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้าของจำเลยทำให้ลูกค้าไม่ยอมซื้อยาของจำเลยเพิ่มเติมและที่ซื้อไว้แล้วก็ไม่ยอมชำระราคา หรือรอให้คดีเสร็จเสียก่อนจึงจะชำระราคานั้น ถือได้ว่าเป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 เป็นการละเมิดต่อจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชดใช้เงินจำนวน 10,000 บาทแก่จำเลยทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่าการที่จำเลยทั้งสองใช้เครื่องหมายการค้าทะเบียนที่ 47545 นั้น เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ได้พิจารณาคำฟ้องเอกสารหมาย จ.12 และสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.13 โดยตลอดแล้ว ฟังได้ว่ายาเม็ดแก้ปวดท้องที่ใช้เครื่องหมายการค้าตราตกเบ็ดโดยมีรูปคนนั่งตกเบ็ดอยู่ภายในรูปอาร์ม ซึ่งโจทก์คดีนี้ถือสิทธิอยู่โดยการรับโอนมาจากนายบักลิ้ม หรือมกลิ้ม แซ่ลี้ นั้น โจทก์ยอมให้นางลีเอี้ยวสีมารดาจำเลยทั้งสอง มีสิทธิใช้ได้โดยให้ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าขึ้นใหม่ต่างหาก และเพื่อมิให้เหมือนกับของโจทก์เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนขึ้นใหม่นั้นจะต้องระบุชื่อนางลีเอี้ยวสีให้เห็นชัดเจนในเครื่องหมายการค้านั้น

นอกจากนี้กล่องที่ใช้บรรจุยาที่ผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวจะต้องให้มีสีต่างกันกับของโจทก์ด้วย อาศัยความยินยอมของโจทก์ดังกล่าวนางลีเอี้ยวสีจึงได้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตราตกเบ็ดโดยมีรูปคนนั่งตกเบ็ดอยู่ภายในรูปอาร์ม และมีคำว่า "ลีเอี้ยวสี" ในรูปอาร์มด้วย ปรากฏตามรูปเครื่องหมายการค้าที่นางลีเอี้ยวสียื่นขอต่อเจ้าหน้าที่ เอกสารหมาย จ.15 แต่เนื่องจากสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.13 ได้กำหนดให้ใช้กล่องที่บรรจุยาภายใต้เครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนใหม่ให้มีสีต่างกับของโจทก์ด้วย เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาตามยอมเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอจดทะเบียนจึงได้ทักท้วงและขอรูปกล่องบรรจุยาตามตัวอย่างท้ายสัญญาประนีประนอมยอมความจากนางลีเอี้ยวสี และให้จัดการแก้ไขข้อทักท้วงอื่น

ๆ ด้วย ซึ่งนางลีเอี้ยวสีได้ปฏิบัติตามข้อทักท้วงของเจ้าหน้าที่ ปรากฏตามคำร้องเอกสารหมาย จ.20 โดยมีรูปกล่องบรรจุยาภายใต้เครื่องหมายการค้าตราตกเบ็ดเป็นรูปคนนั่งตกเบ็ดในรูปอาร์มซึ่งมีคำว่า "ลีเอี้ยวสี"อยู่ภายในรูปอาร์เหนือคนนั่งตกเบ็ด ใช้สำหรับบรรจุยาแก้ปวดท้องของห้างขายยาลี้บ้วนซัว เป็นรูปเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนใหม่ของตน และขอจดทะเบียนจำกัดสีรูปเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นสีขาว สีน้ำตาลและสีเหลืองอมสีส้ม เจ้าหน้าที่จึงได้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าลักษณะดังกล่าวให้แก่นางลีเอี้ยวสีเป็นเครื่องหมายการค้าทะเบียนที่ 47545เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2509 ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 1 และนางลีเอี้ยวสีได้ใช้เครื่องหมายการค้านี้ตลอดมาจนวันที่ 23 ธันวาคม

พ.ศ. 2519 ก็ยังได้จดทะเบียนต่ออายุเครื่องหมายการค้านี้อีก ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 2 ครั้นวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2520 นางลีเอี้ยวสีจึงได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เครื่องหมายการค้านี้ให้แก่จำเลยทั้งสองซึ่งจำเลยทั้งสองก็ได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวทะเบียนที่ 47545 ผลิตยาและจำหน่ายยาแก้ปวดท้องตราตกเบ็ดในนามห้างขายยาลี้บ้วนซัวตลอดมาโดยโจทก์มิได้คัดค้านแต่ประการใด เห็นว่าการที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ายินยอมรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ 47545ให้แก่นางลีเอี้ยวสีนั้น ย่อมแสดงว่านายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ดำเนินการไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และอนุญาตให้นางลีเอี้ยวสีใช้สีกล่องตามที่ขอจดทะเบียนได้ก็คงพิจารณาแล้วเห็นว่าสีของกล่องที่อนุญาตให้นางลีเอี้ยวสีใช้ดังกล่าวนั้นแตกต่างกับสีกล่องของโจทก์ ในกรณีเช่นนี้แม้เครื่องหมายการค้าที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนให้แก่นางลีเอี้ยวสีจะคล้ายหรือเหมือนกับเครื่องหมายการค้าตราตกเบ็ดทะเบียนที่ 12791 ของโจทก์สักเพียงใดก็ตาม แต่การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ 47545 ก็ได้กระทำขึ้นด้วยความยินยอมของโจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและภายใต้ความควบคุมของเจ้าหน้าที่กรมทะเบียนการค้าที่จะปฏิบัติให้เป็นไปโดยชอบด้วยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพุทธศักราช 2474 เหตุนี้จึงถือได้ว่านางลีเอี้ยวสีได้ใช้สิทธิโดยสุจริตในการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวและเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้านี้แต่ผู้เดียว แม้ต่อมาจะปรากฏว่านางลีเอี้ยวสีจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจแล้วก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าหลังจากจดทะเบียนเลิกแล้ว นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ดำเนินการตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพุทธศักราช 2474 เพื่อเพิกถอนเครื่องหมายการค้าทะเบียนที่ 47545 ของนางลีเอี้ยวสีแต่อย่างใดไม่ฉะนั้นตราบใดที่ยังมิได้ถูกเพิกถอน นางลีเอี้ยวสีย่อมมีสิทธิโอนเครื่องหมายการค้าของตนให้แก่ผู้อื่นได้ ดังนั้นการรับโอนกรรมสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสองจากนางลีเอี้ยวสีตามเอกสารหมาย จ.11 แผ่นที่ 3 และ 4 จึงชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกับที่โจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์เครื่องหมายการค้าทะเบียนที่ 12781 มาจากนายบักลิ้ม หรือมกลิ้ม แซ่ลี้จำเลยทั้งสองจึงมีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าทะเบียนที่ 47545 ได้โดยชอบส่วนการที่จำเลยเพิ่มข้อความบนกล่องบรรจุยา ฉลากยาประจำกล่อง หรือทำการโฆษณาด้วยสิ่งพิมพ์ในการเสนอขายยาที่จำเลยผลิตออกจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้าของจำเลยดังกล่าวโดยใช้คำว่า "ขนานแท้" ก็ดี "ห้างเก่า" ก็ดี "ระวังยาเลียนแบบ"ก็ดี เห็นว่า เป็นการใช้สิทธิโดยชอบธรรม หาเป็นผลที่มีแต่ให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 แต่อย่างใดไม่ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์แต่ประการใดคดีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในปัญหาเรื่องค่าเสียหายของโจทก์ดังที่โจทก์ฎีกาข้อที่โจทก์ฎีกาในปัญหาที่ว่า การกระทำของโจทก์ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยทั้งสองแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่น่าจะรับผิดตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามคำแถลงของจำเลยทั้งสอง ฉบับลงวันที่ 11 มิถุนายน 2524 และคำรับของโจทก์ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 22 มิถุนายน 2524 ว่า โจทก์ได้ส่งตัวแทนไปบอกร้านขายยาทั่วไปรวมทั้งลูกค้าของจำเลยว่ายาของโจทก์เป็นของแท้ ยาของจำเลยทั้งสองเป็นของปลอม ขายไม่ได้หากขายจะถูกจับฐานขายยาปลอม และถ้าจำเลยต้องแพ้คดี ก็ไม่มีสิทธิขายยาที่ผลิตออกจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสองดังกล่าวทำให้ลูกค้าไม่ยอมซื้อยาของจำเลยทั้งสองเพิ่มเติม และที่ซื้อไว้แล้วก็ไม่ยอมชำระราคา หรือรอให้คดีเสร็จก่อนจึงจะชำระราคา ดังนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของโจทก์ดังกล่าวมาเป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่ทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหายจึงเป็นการละเมิดต่อจำเลยทั้งสอง ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสองเพียง 10,000 บาท นั้นชอบแล้ว

โจทก์ฎีกาข้อสุดท้ายว่า โจทก์เพิ่งพบและทราบว่าจำเลยในคดีนี้ได้นำรูปเครื่องหมายการค้ารูปกล่องยาของจำเลยที่ใช้อยู่ในขณะนี้และรูปเครื่องหมายการค้า "ตราตกเบ็ด" ที่มีรูปชายนั่งตกเบ็ดในรูปโล่ห์ มีภาษาไทยว่า "ตราตกเบ็ด" และมีภาษาจีนอ่านว่า "ลีเอี้ยวสี" ที่จำเลยใช้อยู่ในสลากสินค้าและฉลากปิดขวดสินค้าไปขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2523และนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสองดังกล่าว เพราะต้องห้ามตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3 )

พ.ศ. 2504 ปรากฏตามเอกสารคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 111809 และ 111810 ที่นายทะเบียนรับรองความถูกต้องของเอกสารดังกล่าว ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่จะนำไปประกอบการพิจารณาประเด็นสำคัญในคดีนี้ ที่จะให้โจทก์ชนะคดีได้นั้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า เอกสารคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 11809 และ 11810 ที่โจทก์อ้างส่งศาลในชั้นฎีกานี้ เป็นเอกสารที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี และเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ ซึ่งโจทก์มิได้กล่าวไว้ในฟ้องแต่แรก จึงมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แต่อย่างใดต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาทแทนจำเลยทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้