Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2493

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องของโจทก์แม้จะไม่ใช้ถ้อยคำดัง ก.ม.ลักษณะอาญาบัญญัติไว้ในมาตรา 304,306 แต่เมื่อมีข้อความให้เข้าใจได้ดังนั้นก็เป็นการเพียงพอ โจทก์ฟ้องบรรยายว่าจำเลยบังอาจใช้อุบายประกอบด้วยคำเท็จมากล่าวหลอกลวงบอกขายสายสร้อยคอทองคำ 3 สายว่าเป็นทองคำแท้ แก่เจ้าทรัพย์เป็นเงิน 1250 บาท เจ้าทรัพย์หลงเชื่อคำเท็จของจำเลยว่าเป็นทองดี จึงมอบเงินจำนวน 1250 บาทแก่จำเลยไป จำเลยได้รับเงินแล้วก็เอาไปเป็นประโยชน์ตนเสียซึ่งความจริงไม่ใช่ทองคำอันแท้จริงดังนี้ก็เป็นฟ้องที่มีองค์เกณฑ์ครบตาม ม. 304,310 แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๙๒ เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจใช้อุบายประกอบด้วยคำเท็จมากล่าวหลอกลวงบอกขายสายสร้อยทองคำ ๓ สายน้ำหนัก ๒ บาท ๓ สลึง ๘ หุ้น ว่าเป็นทองคำแท้แก่นายเป๊กฮวย แซ่เตียเป็นเงิน ๑๒๕๐ บาท แก่จำเลยไป จำเลยได้รับเงินแล้วก็เอาไปเป็นประโยชน์ตนเสียซึ่งความจริงไม่ใช่ทองคำอันแท้จริงเหตุเกิดตำบลในเมืองอำเภอเมืองจันหวัดสุรินทร์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้รู้อยู่แล้วว่าเป็นทองเก๊และไม่บรรยายว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำบรรยายฟ้องของโจทก์เพียงพอสำหรับมาตรา ๓๑๐ ซึ่งโจทก์ขอให้ลงโทษมาด้วย จึงให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์กล่าวว่า จำเลยได้บังอาจใช้อุบายประกอบด้วยคำเท็จมากกล่าวหลอกลวง เพียงพอที่จะแสดงว่าจำเลยได้รู้อยู่ว่าข้อกล่าวของตนเป็นความเท็จ ถ้าไม่รู้ว่าเท็จจะว่ามาหลอกลวงได้อย่างไร ประกอบกับตอนท้ายที่ว่าจำเลยได้รับเงินแล้ว ก็เอาไปเป็นประโยชน์ตนเสีย แสดงให้เห็นได้อยู่แล้วว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตแม้ฟ้องจะไม่ใช้ถ้อยคำดัง ก.ม.อาญา บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๐๔,๓๐๖ แต่เมื่อมีข้อความให้เข้าใจได้ดังนี้ ก็เป็นการเพียงพอจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญ มนูภันย์ · นนทปัญญา ·
ศาลล่าง
ศาลสุรินทร์ - นายสนับ คัมพีรยส
ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้