Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9419/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ริบทรัพย์ของผู้คัดค้านที่ 1 รวม 11 รายการ ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านศาลชั้นต้นนัดไต่สวน ก่อนถึงวันนัดผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านฉบับใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รอสอบวันนัด แต่ในวันนัดศาลชั้นต้นมิได้เบิกตัวผู้คัดค้านที่ 1 มาสอบถามเกี่ยวกับคำคัดค้านฉบับใหม่ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้เลื่อนการไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งให้เบิกตัวผู้คัดค้านที่ 1 มาสอบถามเรื่องคำคัดค้านฉบับใหม่ แต่ไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้แจ้งวันนัดให้ผู้คัดค้านที่ 1 ทราบ หรือมีการเบิกตัวผู้คัดค้านที่ 1 มาศาลในวันนัดแต่อย่างใดอันเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. ว่าด้วยการพิจารณาในส่วนของการนั่งพิจารณาซึ่งนำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 15 ผู้คัดค้านที่ 1 จึงไม่ทราบวันนัดไต่สวนคำร้องและไม่สามารถนำพยานเข้าไต่สวนตามคำคัดค้านได้ การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงมิชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้โดยให้เพิกถอนคำสั่งและการดำเนินการดังกล่าวของศาลชั้นต้นที่ไม่ชอบเสียได้ แล้วให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติให้ถูกต้องในกระบวนพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 208 (2) ประกอบด้วยมาตรา 225

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจาก ผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องนางอาหลั่งในความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2950/2546 ของศาลชั้นต้น และคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินรวม 11 รายการ คือ 1. เงินสดจำนวน 80,000 บาท 2. เครื่องเล่น วี.ซี.ดี. 3. โทรทัศน์ขนาด 25 นิ้ว 1 เครื่อง 4. โทรทัศน์สีขนาด 29 นิ้ว 1 เครื่อง 5. รถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน บล 4304 เชียงใหม่ 6. สิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 147 หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 7. สิ่งปลูกสร้างไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 10 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 8. เงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

สาขาเชียงดาว เลขที่บัญชี 516 - 2 - 07676 - 7 ชื่อบัญชีเด็กหญิง อ. พร้อมดอกเบี้ยเงินฝาก 9. เงินฝากในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเชียงดาว เลขที่บัญชี 516 - 1 - 29202 - 4 ชื่อบัญชีนางอาหลั่งพร้อมดอกเบี้ยเงินฝาก 10. เงินฝากในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเชียงดาว เลขที่บัญชี 516 2 1 - 06333 - 9 ชื่อบัญชีนางอาหลั่งหรือเด็กหญิง ห. พร้อมดอกเบี้ยเงินฝาก 11. เงินฝากในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเชียงดาว เลขที่บัญชี 516 - 2 - 28975 - 9 ชื่อบัญชีนายสุชาติพร้อมดอกเบี้ยเงินฝาก อันเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้มาเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

ขอให้มีคำสั่งริบทรัพย์สินดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27, 29, 31 ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว นางอาหลั่งซึ่งศาลฎีกาให้เรียกว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง นายสุชาติซึ่งศาลฎีกาให้เรียกว่า ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องและคืนทรัพย์สินทั้งหมดตามคำร้องให้แก่ผู้คัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบทรัพย์สิน 10 รายการ คือ รายการที่ 2 ถึงที่ 11 ตามคำร้องของผู้ร้องให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบยาเสพติด (ที่ถูกตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคหนึ่ง, 30) คืนเงินสดจำนวน 80,000 บาท ทรัพย์สินรายการที่ 1 แก่ผู้คัดค้าน (ที่ถูก ยกคำขอให้ริบทรัพย์สินรายการที่ 1 เงินสดจำนวน 80,000 บาท และให้คืนแก่ผู้คัดค้านที่ 2) ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ริบทรัพย์ของผู้คัดค้านที่ 1 รวม 11 รายการ ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 โดยอ้างว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2547 ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 1 และนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 26 เมษายน 2547 ต่อมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2547 ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านฉบับใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2547 จึงให้รอสอบผู้คัดค้านที่ 1 ในวันนัด เมื่อถึงวันนัดปรากฏว่าศาลชั้นต้นไม่ได้เบิกตัวผู้คัดค้านที่ 1 มาศาลเพื่อสอบถามเกี่ยวกับคำร้องคัดค้านฉบับใหม่ และในวันดังกล่าวผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านอ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้คัดค้านที่ 1 ในทรัพย์สินที่ผู้ร้องขอริบอ้างว่าทรัพย์สินดังกล่าวได้มาโดยสุจริตและไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 และมีคำสั่งให้เลื่อนการไต่สวนโดยให้นัดสืบพยานผู้ร้องและผู้ร้องคัดค้านที่ 2 วันที่ 27 มกราคม 2548 เมื่อถึงวันนัดมีผู้ร้องและทนายความของผู้คัดค้านที่ 2 มาศาล ศาลไต่สวนพยานผู้ร้องเสร็จแล้วเห็นว่าตัวผู้คัดค้านที่ 2 ไม่มาศาลถือว่าไม่ติดใจที่จะนำพยานเข้าสืบตามข้อคัดค้านแล้วนัดฟังคำสั่ง เห็นว่า คดีนี้เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2547 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เลื่อนการไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งให้เบิกตัวผู้คัดค้านที่ 1 มาสอบถามเรื่องคำคัดค้านฉบับใหม่ แต่ไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้แจ้งวันนัดให้ผู้คัดค้านที่ 1 ทราบหรือมีการเบิกตัวผู้คัดค้านที่ 1 มาศาลในวันนัดในวันที่ 27 มกราคม 2548 แต่อย่างใด

อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยการพิจารณาในส่วนของการนั่งพิจารณาซึ่งนำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ผู้คัดค้านที่ 1 จึงไม่ทราบวันนัดไต่สวนคำร้องและไม่สามารถนำพยานเข้าไต่สวนตามคำคัดค้านได้ การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงมิชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้โดยให้เพิกถอนคำสั่งและการดำเนินการดังกล่าวของศาลชั้นต้นที่ไม่ชอบเสียได้ แล้วให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติให้ถูกต้องในกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบด้วยมาตรา 225

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 และคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณาในส่วนของการนั่งพิจารณาแล้วพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์ · กรองเกียรติ คมสัน · อิสสระ นิ่มละมัย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นางนภาวรรณ ขุนอักษร มโนไพสิฐนุกูล
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายอุดม วัตตธรรม
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2035/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ม31/2546
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ม6/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้