Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีแต่ผู้เสียหายเพียงปากเดียวที่เบิกความว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับคนร้ายอีกคนหนึ่งซึ่งสวมหมวกกันน็อก และกระโดดลงมาดึงท้ายรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย ใช้อาวุธปืนยิงขู่ขึ้นฟ้าพร้อมกับกระชากเอาสร้อยข้อมือและสร้อยคอทองคำที่ผู้เสียหายสวมอยู่ไป เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดโดยกระทันหัน ผู้เสียหายเป็นหญิงย่อมตกใจกลัวเป็นธรรมดา ทั้งยังมีโอกาสเห็นหน้าคนร้ายในช่วงระยะเวลาสั้นในขณะรถจักรยานที่ถีบอยู่ถูกดึงให้เสียหลักและหันกลับมามองเพราะถูกคนร้ายจับแขนซ้าย อีกทั้งผู้เสียหายยังมีบุตรอีกสองคนซ้อนท้ายรถจักรยานให้เป็นห่วงในความปลอดภัยด้วย จึงไม่น่าเชื่อว่าผู้เสียหายจะสามารถสังเกตเห็นคนร้ายได้โดยถนัดชัดเจน จำเลยให้การปฏิเสธตลอดมาตั้งแต่ต้นจนถึงชั้นพิจารณา ทั้งไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานสามารถตรวจยึดได้วัตถุพยานจากจำเลยอันจะเป็นข้อพิสูจน์แสดงว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้แต่อย่างใด พยานหลักฐานของโจทก์มีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,339, 340 ตรี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 28,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสอง, 340 ตรี จำคุก 15 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 28,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยแก้ฎีกาว่าไม่มีการชิงทรัพย์เกิดขึ้นนั้น เห็นว่า โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า ถูกคนร้ายสองคนร่วมกันชิงทรัพย์สร้อยข้อมือและสร้อยคอทองคำไปในขณะถีบรถจักรยานพาบุตรสองคนกลับบ้าน แม้หลังเกิดเหตุเมื่อคนร้ายหลบหนีไปแล้ว ผู้เสียหายจะไม่ได้ไปแจ้งความให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบทันที แต่ก็ไม่มีพฤติการณ์ที่เป็นข้อพิรุธส่อแสดงว่าผู้เสียหายได้สร้างเรื่องขึ้นโดยไม่เป็นความจริง เพราะขณะนั้นเป็นเวลาใกล้พลบค่ำแล้วผู้เสียหายต้องกลับบ้านและอยู่ดูแลบุตรทั้งสองคนซึ่งยังเล็กอยู่แต่โดยลำพังผู้เดียวและเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นผู้เสียหายก็ได้ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสระบุรีว่า

ถูกคนร้ายชิงทรัพย์สร้อยข้อมือและสร้อยคอทองคำไปในวันเกิดเหตุ จึงฟังได้ว่าได้เกิดเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ผู้เสียหายไปจริงตามฟ้อง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งที่ชิงทรัพย์ผู้เสียหายดังกล่าว ขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า โจทก์มีแต่ผู้เสียหายเพียงปากเดียวที่เบิกความว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับคนร้ายอีกคนหนึ่งซึ่งสวมหมวกกันน็อกและกระโดดลงมาดึงท้ายรถจักรยานของผู้เสียหาย ใช้อาวุธปืนยิงขู่ขึ้นฟ้าพร้อมกับกระชากเอาสร้อยข้อมือและสร้อยคอทองคำที่ผู้เสียหายสวมอยู่ไป แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดโดยกระทันหัน ผู้เสียหายเป็นหญิงย่อมตกใจกลัวเป็นธรรมดาทั้งยังมีโอกาสเห็นหน้าคนร้ายในช่วงระยะเวลาสั้นในขณะรถจักรยานที่ถีบอยู่ถูกดึงให้เสียหลักและหันกลับมามองเพราะถูกคนร้ายจับแขนซ้าย

นอกจากนั้นผู้เสียหายยังมีบุตรอีกสองคนซ้อนท้ายรถจักรยานให้เป็นห่วงในความปลอดภัยด้วย จึงไม่น่าเชื่อว่าผู้เสียหายจะสามารถสังเกตเห็นคนร้ายได้โดยถนัดชัดเจน ที่ผู้เสียหายอ้างว่าได้ยืนยันต่อเจ้าพนักงานตำรวจในวันรุ่งขึ้นที่ไปแจ้งความว่าคนร้ายที่เข้ามากระชากสร้อยข้อมือและสร้อยคอทองคำ มีรอยสักที่บริเวณคอ และภาพถ่ายจำเลยในทะเบียนประวัติอาชญากรที่เจ้าพนักงานตำรวจนำมาให้ดูเป็นภาพถ่ายของคนร้ายดังกล่าวนั้น แสดงว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้ทราบถึงตัวคนร้ายและที่อยู่แล้วตั้งแต่วันนั้น แต่กลับไม่ปรากฏว่าได้มีการดำเนินการติดตามจับกุมจำเลย ทั้งที่หลังเกิดเหตุแล้วจำเลยมิได้หลบหนีแต่อย่างใด และหากเป็นความจริงดังที่ผู้เสียหายยืนยันดังกล่าว

ย่อมไม่มีเหตุที่ร้อยตำรวจเอกประดิษฐ์ วงศ์เสาร์ เจ้าพนักงานตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่สืบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสระบุรีพยานโจทก์ ซึ่งได้สอบถามถึงลักษณะรูปพรรณคนร้ายจากผู้เสียหายในวันที่มาแจ้งความ จะต้องให้นายสู้รบ พันธุ์บุตร สายลับเจ้าพนักงานตำรวจช่วยสืบหาคนร้ายแต่อย่างใด แม้นายสู้รบจะเบิกความว่า วันเกิดเหตุเห็นจำเลยซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านตนไปทางหน้าวัดกุดนกเปล้าซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดเหตุ โดยคนขับรถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกก็ตาม แต่ก็ยังไม่อาจชี้ให้เห็นโดยชัดว่าจำเลยเป็นคนร้าย จำเลยให้การปฏิเสธตลอดมาตั้งแต่ต้นจนถึงชั้นพิจารณา ทั้งไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานสามารถตรวจยึดได้วัตถุพยานจากจำเลยอันจะเป็นข้อพิสูจน์แสดงว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้แต่อย่างใด พยานหลักฐานของโจทก์มีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย พงษธา · กมล เพียรพิทักษ์ · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้