Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9408/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ว่าโจทก์ร่วมกับจำเลยจะมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกันมาก่อนหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อในวันเกิดเหตุจำเลยเข้ามาโอบกอดโจทก์ร่วมถูกหน้าอก ท้อง และแขนของโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมมิได้ยินยอมและดิ้นรนขัดขืน ทั้งยังกระทำต่อหน้าบุคคลอื่น ย่อมเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้ายต่อหน้าธารกำนัลแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 281, 362, 364, 365

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางฉันทิศา ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์ร่วมยื่นคำร้องในคดีส่วนแพ่งขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่ง ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ลงโทษจำคุก 2 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง และยกคำร้องในคดีส่วนแพ่งของโจทก์ร่วม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานกระทำอนาจารบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้ายต่อหน้าธารกำนัลตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมมีโจทก์ร่วมเบิกความเป็นพยานว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 5 นาฬิกา ขณะโจทก์ร่วมกับนางลัดดา มารดาโจทก์ร่วมนอนพักอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ มีเสียงผู้ชายร้องเรียกว่า "แม่" อยู่หน้าประตู โจทก์ร่วมเข้าใจว่าคือนายอ๊อดพี่ชายต่างบิดา จึงเดินไปเปิดประตู ขณะจะเดินเข้าห้องนอนหันกลับไปดูเห็นจำเลยมีอาการเมาสุราพูดว่า "พี่คิดถึงจิ๋ม จิ๋มมาเป็นเมียพี่นะ" พร้อมกับดึงมือลักษณะฉุดกระชากแล้วเข้ามาโอบกอดทางด้านหลังถูกแขน หน้าอก และท้อง

โจทก์ร่วมแกะมือจำเลยออกแล้ววิ่งเข้าไปนอนในห้องของนางลัดดา จำเลยตามเข้าไปกดทับและกอดโจทก์ร่วม นางลัดดาที่นอนอยู่ข้าง ๆ ร้องบอกจำเลยว่า "อย่าทำ อย่าทำอย่างนี้" พร้อมกับผลักตัวจำเลยออก โจทก์ร่วมวิ่งออกมาที่ระเบียงหน้าบ้าน จำเลยตามออกมาโอบกอดทางด้านหลังอีกโดยตัวจำเลยถูกตัวโจทก์ร่วมที่ส่วนหลัง ช่วงท้อง แขน และหน้าอก โจทก์ร่วมร้องเรียกนางสำรอง ที่มีบ้านอยู่ติดกันให้มาช่วย นางสำรองออกมาดูและร้องห้ามจำเลยว่า "อู๊ดอย่าทำน้อง" นางลัดดาก็ร้องห้ามปราม แต่จำเลยยังกอดและกดโจทก์ร่วมให้นั่งลงตรงบันไดแล้วพูดว่า "จิ๋มยอมพี่เถอะ ถ้ายอมจะยกบ้านที่เกิดเหตุและบ้านแถวโชคชัยให้ด้วย" โจทก์ร่วมบอกว่าไม่ต้องการ โจทก์ร่วมกัดมือข้างขวาของจำเลยอย่างแรงและสะบัดตัววิ่งออกมาได้

เห็นว่า โจทก์ร่วมรู้จักสนิทสนมกับจำเลยเป็นอย่างดี เพราะจำเลยเป็นพี่เขยของตน ก่อนเกิดเหตุก็เคยยืมเงินและไปเที่ยวดื่มเบียร์กับจำเลยตามลำพังสองคน ไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำจำเลยให้ต้องรับโทษ ภายหลังเกิดเหตุโจทก์ร่วมก็เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในวันเดียวกันโดยมีรายละเอียดในสาระสำคัญเป็นอย่างเดียวกันกับที่เบิกความ ทั้งโจทก์และโจทก์ร่วมยังมีนางลัดดามารดาโจทก์ร่วมกับนางสำรองเป็นพยานเบิกความสนับสนุนว่า วันเกิดเหตุเห็นจำเลยโอบกอดโจทก์ร่วมทางด้านหลัง โดยนางสำรองเบิกความว่า ก่อนจะเห็นเหตุการณ์ พยานได้ยินเสียงโจทก์ร่วมร้องเรียกให้ช่วยหลายครั้ง ซึ่งโจทก์ร่วมร้องว่า "ช่วยด้วย ทำไมพี่อู๊ดทำกับจิ๋มอย่างนี้"

เมื่อพยานลุกจากห้องนอนมายืนดูที่ข้างบันไดบ้าน จึงเห็นจำเลยกำลังโอบกอดโจทก์ร่วมทางด้านหลังที่ระเบียงบ้านของโจทก์ร่วมสอดคล้องกับคำเบิกความของโจทก์ร่วม ทำให้คำเบิกความของโจทก์ร่วมมีน้ำหนักให้รับฟัง เมื่อนำมารับฟังประกอบกับพฤติกรรมอันไม่สมควรของจำเลยที่กระทำต่อโจทก์ร่วมหลายครั้ง ทั้งพาโจทก์ร่วมเข้าโรงแรม รวมถึงลวนลามโจทก์ร่วมต่อหน้าบิดาและมารดาโจทก์ร่วม จนทำให้ภริยาจำเลยสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับโจทก์ร่วมจนถึงขั้นมีปากเสียงลงไม้ลงมือกัน ซึ่งนางเบญจวรรณ ภริยาจำเลยเบิกความรับว่า พยานทราบเรื่องที่จำเลยกับโจทก์ร่วมมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนที่บิดาจะเสียชีวิต เจือสมกับที่จำเลยนำสืบว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยเคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับโจทก์ร่วมมาก่อน

เชื่อว่าจำเลยคงอาศัยเหตุที่ตนเคยกระทำในทางไม่สมควรและโจทก์ร่วมไม่เอาเรื่องมาก่อเหตุในคดีนี้ แม้ว่าโจทก์ร่วมกับจำเลยจะมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกันมาก่อนหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อในวันเกิดเหตุจำเลยเข้ามาโอบกอดโจทก์ร่วมถูกหน้าอก ท้อง และแขนของโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมมิได้ยินยอมและดิ้นรนขัดขืน ทั้งยังกระทำต่อหน้าบุคคลอื่นเช่นนี้ ย่อมเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้ายต่อหน้าธารกำนัลอันเป็นความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว หาใช่กรณีมิได้มีเจตนากระทำอนาจารโจทก์ร่วมดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำร้องในคดีส่วนแพ่งของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมไม่ฎีกาเท่ากับโจทก์ร่วมพอใจในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในคดีส่วนแพ่งแล้ว คดีส่วนแพ่งจึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงไม่อาจกำหนดค่าสินไหมทดแทนในคดีส่วนแพ่งได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ลงโทษจำคุก 2 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมยศ เข็มทอง · ไชยยงค์ คงจันทร์ · เมทินี ชโลธร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนางรอง - นายวุฒินันท์ จันทร์นิเวศน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางปิยนุช จรูญรัตนา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.125/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2575/2552
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ2337/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้