Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 94/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อคดีฟังได้ว่าที่ดินแปลงเดิมมีทางออกไปสู่ทางสาธารณะแต่ภายหลังถูกแบ่งแยกเป็นเหตุให้ที่ดินที่ถูกแบ่งแยกออกมาซึ่งเป็นของโจทก์ไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินบนที่ดินของจำเลยซึ่งเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินของโจทก์มาแต่เดิมได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 การที่โจทก์มีคำขอว่า หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างก็ขอให้บุคคลภายนอกเป็นผู้รื้อถอน โดยให้จำเลยชดใช้้ค่าใช้จ่ายนั้น เมื่อมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2527ออกใช้บังคับ ซึ่งมาตรา 12 เพิ่มเติมมาตรา 296 ทวิเปลี่ยนแปลงวิธีการดังกล่าวเป็นว่า หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จัดการให้โจทก์ชอบที่จะดำเนินการตามวิธีดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเปิดทางพิพาท โดยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางอยู่ให้โจทก์ออกสู่ทางสาธารณะได้หากไม่ปฏิบัติตามก็ขอให้บุคคลภายนอกเป็นผู้รื้อถอน โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และให้จำเลยไปทำการจดทะเบียนภารจำยอมทางพิพาทให้โจทก์ หากจำเลยไม่ยินยอมให้ถือว่าคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาจำเลยให้การว่า ที่พิพาทไม่เคยมีทางผ่าน ที่ดินของโจทก์ไม่ใช่ที่ดินที่ถูกล้อมจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง หากศาลฟังว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นก็ขอให้ศาลกำหนดค่าทดแทนให้จำเลยด้วยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดทางบนที่ดินของจำเลยเป็นแนวตรงตามแผนที่พิพาท กว้าง 3 เมตรตลอดแนว เป็นทางจำเป็นให้โจทก์ทั้งสามใช้เข้าออกสู่ถนนโดยให้จำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างกีดขวางออก

หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ทั้งสามรื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า เดิมที่ดินของโจทก์ทั้งสามและจำเลยเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ภายหลังถูกแบ่งแยก เป็นเหตุให้ที่ดินที่ถูกแบ่งแยกออกมาเป็นของโจทก์ทั้งสามไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้ปัญหามีว่า โจทก์ทั้งสามมีสิทธิเรียกร้องเอาทางออกไปสู่ทางสาธารณะในที่ดินของจำเลยได้หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงเชื่อได้ดังพยานโจทก์ทั้งสามอ้างว่า นายปรือรวมทั้งโจทก์ทั้งสามตลอดจนทายาททุกคนที่รับมรดกที่ดินแปลงนี้ของนายปรือเจ้ามรดกต่างเคยใช้เส้นทางในที่ดินออกไปสู่ถนนเพชรช่อด้วยกันมาตั้งแต่ก่อนนายปรือตาย แต่อย่างไรก็ดี

แม้จะเคยออกจากที่ดินไปสู่ทางสาธารณะโดยผ่านที่ดินของผู้อื่นที่อยู่เขตติดต่อกันบ้างก็ไม่ได้ความชัดว่าได้ใช้เส้นทางไหนจนได้สิทธิเป็นทางภารจำยอมในที่ดินของผู้ใด จึงต้องถือว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสามมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ เมื่อคดีฟังได้ว่าที่ดินแปลงเดิมมีทางออกไปสู่ทางสาธารณะอยู่แล้ว แต่ภายหลังถูกแบ่งแยกเป็นเหตุให้ที่ดินที่ถูกแบ่งแยกออกมาเป็นของโจทก์ทั้งสามไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้เช่นนี้ โจทก์ทั้งสามย่อมมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินบนที่ดินของจำเลยซึ่งเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินของโจทก์ทั้งสามมาแต่เดิมได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1350 ตามเหตุผลที่ได้วินิจฉัยมาอนึ่ง ที่โจทก์มีคำขอว่า

หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป ก็ขอให้บุคคลภายนอกเป็นผู้รื้อถอนแทน โดยให้จำเลยชดใช้ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนนั้น เนื่องจากได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2527ออกใช้บังคับ ซึ่งมาตรา 12 เพิ่มเติมบทมาตรา 296 ทวิ บัญญัติเปลี่ยนแปลงวิธีการดังกล่าวเป็นว่า หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จัดการให้ ดังนั้น โจทก์ชอบที่จะดำเนินการตามวิธีการดังกล่าว จะดำเนินการตามคำขอเดิมของโจทก์หาได้ไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ดำเนินการตาม มาตรา 296 ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม การปลื้มจิตต์ · จำนง นิยมวิภาต · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8003/2567

ก่อนออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2570 และเลขที่ 2602 ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกันและเมื่อมีการแบ่งแยกเป็นที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวแล้วเป็นเหต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2567

ที่ดินโจทก์ด้านทิศเหนือบางส่วนติดทางสาธารณประโยชน์ แต่ทางดังกล่าวมีสภาพเป็นร่องน้ำติดต่อกับร่องน้ำในที่ดินของบุคคลอื่นยาวตลอดนอกแนวเขตที่ดินโจทก์ และมีที่ดินบุคคลอื่นล้อมรอบไม่มีสภาพเป็นทาง มีร่องน้ำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้