Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9396/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หลังจากรถกระบะของโจทก์ที่ 1 เฉี่ยวชนกับรถกระบะของจำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างยอมรับว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความประมาทของทั้งสองฝ่าย และต่างไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายต่อกัน ตามบันทึกการตกลงค่าเสียหายทางแพ่ง ในวันเดียวกันโจทก์ทั้งสองกับจำเลยทั้งสองทำบันทึกข้อตกลงขึ้นอีก 1 ฉบับ โดยมีสาระสำคัญว่า ฝ่ายจำเลยรับว่าจะซื้อรถยนต์คันใหม่ให้แก่ฝ่ายโจทก์แล้วให้ฝ่ายโจทก์โอนกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก - 1146 อุดรธานี (ป้ายแดง) ให้แก่ฝ่ายจำเลย ตามบันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง ซึ่งทำขึ้นก่อนบันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างยอมรับว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความประมาทของทั้งสองฝ่าย และต่างไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายต่อกัน จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดอันใดที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองอันสืบเนื่องมาจากเหตุรถยนต์ทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันอีก เมื่อตัวแทนของบริษัทผู้รับประกันภัยมาร้องขอให้ทำบันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง อ้างว่าเพื่อช่วยเหลือโจทก์ทั้งสอง บันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง คู่สัญญามีเจตนาลวงเพื่อนำไปเป็นหลักฐานให้บริษัทประกันภัยซ่อมรถยนต์ให้แก่โจทก์ที่ 1 บันทึกการตกลงดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง จำเลยทั้งสองจึงไม่จำต้องรับผิดตามบันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้เงินค่าเสียหายรวม 968,087.67 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 619,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 31,200 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ทั้งสองชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ แทนจำเลยทั้งสองกับให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกินให้แก่โจทก์ทั้งสอง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า บันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง มีผลผูกพันให้จำเลยทั้งสองที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไม่ เห็นว่า ตามบันทึกการตกลงค่าเสียหายทางแพ่ง ซึ่งทำขึ้นก่อนบันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างยอมรับว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความประมาทของทั้งสองฝ่าย และต่างไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายต่อกัน จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความรับผิดอันใดที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองอันสืบเนื่องมาจากเหตุรถยนต์ทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันอีก จึงไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยที่ 1 จะต้องซื้อรถยนต์คันใหม่ให้แก่โจทก์ทั้งสองดังที่โจทก์ทั้งสองกล่าวอ้าง ข้อกล่าวอ้างของโจทก์ทั้งสองขาดเหตุผลอันควรรับฟัง

แม้โจทก์ทั้งสองจะอ้างว่าจำเลยที่ 1 มีส่วนร่วมในการกระทำผิด แต่โจทก์ที่ 1 ก็มีส่วนร่วมในการกระทำผิดเช่นเดียวกัน ทั้งต่างก็ไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายต่อกัน โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทนส่วนอื่นได้อีก การที่จำเลยทั้งสองยอมทำบันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง จำเลยทั้งสองอ้างว่าเพื่อช่วยเหลือโจทก์ให้บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด ซ่อมรถยนต์ให้โจทก์ที่ 1 โดยโจทก์ที่ 1 ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ตามคำแนะนำของนายประมวล ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทประกันภัย เห็นว่า บันทึกฉบับหลังทำหลังจากบันทึกฉบับแรก ประมาณ 5 ถึง 10 นาทีเท่านั้น แม้ทั้งจำเลยที่ 1 จะรับราชการเป็นครู มีวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถ ตลอดจนรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ประกันภัยประเภทชั้นหนึ่ง ซึ่งบริษัทผู้รับประกันภัยจะต้องรับผิดชอบทุกกรณี

ไม่ว่าผู้เอาประกันภัยจะเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ก็ตาม แต่ในสภาวะที่จำเลยที่ 1 ขับรถเกิดอุบัติเหตุและมีการตกลงในเรื่องค่าเสียหายว่า ต่างไม่ต้องรับผิดในความเสียหายของคู่กรณีแล้วเมื่อตัวแทนของบริษัทผู้รับประกันภัยมาร้องขอให้ทำบันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง อ้างว่าเพื่อช่วยเหลือโจทก์ทั้งสอง ซึ่งจำเลยที่ 1 เห็นว่ามีการทำบันทึกไม่เรียกร้องค่าเสียหายกันไว้แล้ว จึงยอมช่วยเหลือ โจทก์ทั้งสองตามคำร้องขอ ด้วยการทำบันทึกฉบับที่ 2 ซึ่งขณะนั้นจำเลยทั้งสองคงไม่ทราบว่า โจทก์ทั้งสองประกันภัยรถยนต์ประเภทใดไว้ ทั้งจำเลยทั้งสองไม่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบ ข้ออ้างของจำเลยทั้งสอง จึงมีเหตุผลให้รับฟังได้ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า บันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง

คู่สัญญามีเจตนาลวงเพื่อนำไปเป็นหลักฐานให้บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด ซ่อมรถยนต์ให้แก่โจทก์ที่ 1 บันทึกการตกลงดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 วรรคหนึ่ง จำเลยทั้งสองจึงไม่จำต้องรับผิด ตามบันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษา ในส่วนนี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าเช่ารถยนต์จำนวน 31,200 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า โจทก์ทั้งสองเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าว โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญา ตามบันทึกการตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดเพราะเห็นว่าจำเลยทั้งสองเป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยแล้วว่า

สัญญาตามบันทึกข้อตกลงของคู่กรณีทางแพ่ง ตกเป็นโมฆะ จำเลยทั้งสองจึงไม่จำต้องรับผิดตามสัญญาซึ่งย่อมรวมถึง ความเสียหายอันสืบเนื่องมาจากการผิดสัญญาด้วย คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในส่วนนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มี คู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้าง ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งมาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · นพพร โพธิรังสิยากร · สุทธิโชค เทพไตรรัตน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายศิริวัฒน์ นาคเจริญ
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายไพรัช เกิดศิริ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.866/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1211/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ2497/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้