Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9373/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการแก้ไขเรื่องการส่งเชื้อเพลิงไปยังหน่วยบินต่างจังหวัดโดยมีคำสั่งด้วยวาจาเป็นนโยบายว่าให้มีพลขับ 1 คนและผู้ควบคุมน้ำมัน 1 คน เป็นพลขับสำรองสามารถสับเปลี่ยนขับรถยนต์กับพลขับแทนกันได้ซึ่งแตกต่างจากระเบียบของกรมตำรวจโจทก์ที่ต้องให้มีพลขับ2 คน และผู้ควบคุมน้ำมัน 1 คนและมีการถือปฏิบัติกันตลอดมาแม้จะเป็นการสั่งด้วยวาจาก็ต้องถือว่าเป็นระเบียบและคำสั่งที่จำเลยทั้งสองต้องปฏิบัติตาม การที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพลขับมอบหมายให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ควบคุมน้ำมันขับรถยนต์แทนและเกิดพลิกคว่ำทำให้รถยนต์เสียหายในระหว่างทางจึงเป็นการปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแล้ว ไม่เป็นละเมิด จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่แผนกเชื้อเพลิงและหล่อลื่น กองกำกับการ 4 กองบินตำรวจจำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่ แผนกยานพาหนะกองกำกับการ 4 กองบินตำรวจ จำเลยทั้งสองได้รับคำสั่งจากผู้บังคับการกองบินตำรวจให้เดินทางไปราชการเพื่อควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานเบนซินและหล่อลื่นนำส่งหน่วยบินตำรวจจังหวัดตาก โดยรถยนต์บรรทุกของกองบินตำรวจหมายเลขโล่89009 จำเลยที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงจำเลยที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่เป็นพลขับ ให้ออกเดินทางตั้งแต่วันที่1 พฤษภาคม 2532 และเดินทางกลับในวันที่ 4 พฤษภาคม 2532เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2532 เวลากลางคืน จำเลยที่ 2ซึ่งมีจำเลยที่ 1 นั่งควบคุมไปด้วยได้ขับรถของโจทก์คันดังกล่าวบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นของโจทก์ออกจากกองบินตำรวจ

กรุงเทพมหานคร ไปตามถนนพหลโยธินมุ่งหน้าไปหน่วยบินตำรวจจังหวัดตาก ตามคำสั่งดังกล่าว เมื่อถึงเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จำเลยที่ 2ซึ่งมีหน้าที่เป็นพลขับได้มอบให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับรถคันดังกล่าวแทนโดยจำเลยที่ 2 นั่งไปด้วย เมื่อจำเลยที่ 1 ขับไปถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 300 กับ 301 ถนนพหลโยธิน ตำบลโค้งไผ่อำเภอขารูวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร จำเลยที่ 1รู้อยู่แล้วว่ารถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากและเป็นวัตถุไวไฟมีอันตรายมาก จำเลยที่ 1 กลับขับรถด้วยความเร็วสูงด้วยความประมาทจนไม่สามารถรควบคุมรถให้แล่นในช่องเดินรถของตนได้หรือหยุดรถได้ทันเมื่อมีสิ่งกีดขวางอยู่ทางข้างหน้าทำให้ต้องหักหลบไปทางขวา เป็นเหตุให้เสียการทรงตัวรถแล่นลงไปไหล่ทางแล้วพลิกคว่ำ

จำเลยที่ 2 ซึ่งมีหน้าที่พลขับละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบและคำสั่งของผู้บังคับบัญชาปล่อยให้จำเลยที่ 1 ซึ่งไม่มีหน้าที่ขับรถ ขับรถแทนด้วยความเร็วสูงจนเป็นเหตุให้รถยนต์และทรัพย์สินอื่นของโจทก์เสียหายจำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 188,068.50 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า เหตุเกิดขึ้นมิใช่ความประมาทของจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยทั้งสองใช้เงิน186,068.50 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1มีตำแหน่งเป็นผู้บังคับหมู่ แผนกเชื้อเพลิงและหล่อลื่นกองกำกับการ 4 กองบินตำรวจมีหน้าที่ตรวจรับจ่ายจัดส่งเชื้อเพลิงทุกประเภทในกองบินตำรวจ จำเลยที่ 2 มีตำแหน่งเป็นผู้บังคับหมู่ แผนกยานพาหนะ กองกำกับการ 4 กองบินตำรวจทำหน้าที่พลขับ จำเลยทั้งสองได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้นำน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานเบนซินและหล่อลื่นไปส่งที่หน่วยบินตำรวจจังหวัดตาก โดยรถยนต์บรรทุกหมายเลขโล่89009 ของกองบินตำรวจ กรมตำรวจ โดยให้จำเลยที่ 1ทำหน้าที่ผู้ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง จำเลยที่ 2 ทำหน้าที่เป็นพลขับ ให้ออกเดินทางในวันที่ 1 พฤษภาคม 2532และให้กลับกรุงเทพมหานครในวันที่ 4 พฤษภาคม 2532ตามสำเนาคำสั่งกองบินตำรวจเอกสารหมาย

จ.1 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2532 เวลาประมาณ 5 นาฬิกา ขณะที่จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวปรากฏว่ารถคันดังกล่าวพลิกคว่ำลงข้างทางชนต้นไม้ทำให้รถคันดังกล่าวและน้ำมันเชื้อเพลิงกับน้ำมันหล่อลื่นที่บรรทุกอยู่ในรถคันดังกล่าวได้รับความเสียหาย ตามภาพถ่ายหมาย จ.2 และ ล.6 และรายการความเสียหายเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงเอกสารหมาย จ.23ตามพฤติการณ์ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถด้วยความประมาทเลินเล่อทำให้รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ ปัญหาว่า จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1ในการที่จำเลยที่ 1 ทำละเมิด ฟ้องบรรยายว่า จำเลยที่ 2ซึ่งมีหน้าที่พลขับละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบและคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

ปล่อยให้จำเลยที่ 1 ซึ่งไม่มีหน้าที่ขับรถขับรถแทนด้วยความเร็วสูง เป็นเหตุให้รถยนต์และทรัพย์สินอื่นของโจทก์เสียหาย แต่พยานโจทก์มีพันตำรวจโทธีรนันท์ ปกครองซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นหัวหน้าแผนกยานพาหนะ กองบินตำรวจและพันตำรวจเอกพิสิษฐ์ คงสำราญ รองผู้บังคับการกองบินตำรวจผู้บังคับบัญชาของจำเลยทั้งสองและมีหน้าที่ในเรื่องยานพาหนะได้เบิกความตอบทนายจำเลยที่ 1 ถามค้านยอมรับว่า ในระดับผู้บังคับบัญชาได้สั่งการแก้ไขเรื่องการส่งเชื่อเพลิงไปยังหน่วยบินต่างจังหวัดโดยมีคำสั่งด้วยวาจาเป็นนโยบายว่าให้มีพลขับ 1 คน และผู้ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง 1 คนซึ่งมีใบอนุญาตขับขี่เป็นพลขับสำรองสามารถสับเปลี่ยนขับรถยนต์กับพลขับแทนกันได้

ส่วนระเบียบของกรมตำรวจที่ต้องให้มีพลขับ 2 คนและผู้ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง 1 คนเพราะอัตราพลขับของกองบินตำรวจมีไม่เพียงพอ จึงมีการสั่งการแก้ไขระเบียบดังกล่าวเพื่อให้การส่งน้ำมันของกองบินตำรวจไปยังหน่วยบินต่างจังหวัดเป็นไปทันความต้องการและมีการถือปฏิบัติกันตลอดมาเพื่อให้งานของกองบินตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะเป็นการสั่งด้วยวาจาก็ต้องถือว่าเป็นระเบียบและคำสั่งที่จำเลยทั้งสองต้องปฏิบัติตามดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 มอบหมายให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์แทนในระหว่างทาง จึงเป็นการปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแล้ว ไม่เป็นละเมิด จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 2นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์ ตันติเตมิท · บุญธรรม อยู่พุก · ปรีชา บูรณะไทย
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2567

เหตุแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 เป็นผลโดยตรงทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้อาคารของโจทก์ในการประกอบกิจกรรมบริการเชิงเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้ เนื่องเพราะสำนักงานเขตบางกะปิมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งว่าอาคารมีสภาพที่อาจเป…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 700072)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้