Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9330/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกจ้างฟ้องว่า นายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างเป็นเวลา 5 วัน โดยลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิด ขอให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างพักงาน ในชั้นพิจารณาลูกจ้างรับข้อเท็จจริงว่าได้กระทำความผิดจริงตามคำให้การต่อสู้คดีของนายจ้าง ดังนี้ นายจ้างย่อมมีอำนาจลงโทษลูกจ้างด้วยการพักงานได้ เมื่อการพักงานตามฟ้องเป็นการพักงานเนื่องจากการลงโทษทางวินัยแก่ลูกจ้างเพราะลูกจ้างกระทำความผิด มิใช่กรณีที่นายจ้างสั่งพักงานระหว่างทำการสอบสวนลูกจ้างซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามมาตรา 116 และ 117 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541ศาลแรงงานจึงพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างระหว่างพักงานแก่ลูกจ้างตามบทกฎหมายข้างต้นไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งพนักงานจัดส่งน้ำมันได้รับค่าจ้างวันละ 177 บาท เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2542 จำเลยให้โจทก์พักงานเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 14 มิถุนายน 2542 โดยไม่ได้รับค่าจ้างและโดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำความผิด คำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จำเลยไม่มีอำนาจลงโทษโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างระหว่างพักงานเป็นเงิน 885 บาท

จำเลยให้การว่า ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดว่าพนักงานทุกคนต้องไม่แสดงกิริยากระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้สั่งงานในหน้าที่ที่มีอำนาจชอบด้วยกฎหมาย พนักงานทุกคนต้องไม่ละทิ้งหน้าที่ในขณะปฏิบัติงานหรือขาดงานเป็นเวลา 3 วัน ติดต่อกัน และห้ามพนักงานใช้วาจาหยาบคายก้าวร้าวหรือสบประมาทหรือก่อการทะเลาะวิวาท เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม2541 โจทก์ได้รับมอบหมายให้ทาสีถังน้ำมัน แต่ปรากฏว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามทั้งยังแสดงกิริยากระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา จำเลยทำการสอบสวนและเรียกโจทก์มาพบโจทก์ยอมรับว่ากระทำความผิดจริง จำเลยได้ออกหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2542 โจทก์ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ไปตักปี๊บที่แผนกสโตร์มาบรรจุน้ำมันแต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามเมื่อผู้บังคับบัญชาสอบถามโจทก์แสดงความไม่พอใจกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาและใช้วาจาหยาบคายโดยกล่าวว่า

"หัวหน้าหัวควย" และโจทก์ละทิ้งงานไปไม่ยอมทำงานในวันดังกล่าวอีก จำเลยสอบสวนแล้วปรากฏว่าโจทก์กระทำความผิดดังกล่าวจริง จำเลยถือว่าโจทก์กระทำความผิดซ้ำคำเตือน จึงพิจารณาลงโทษทางวินัยด้วยการพักงานโจทก์เป็นระยะเวลา 5 วัน คำสั่งของจำเลยเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ใช่การพักงานเพื่อรอการสอบสวน จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง ขอให้ยกฟ้องโจทก์จำเลยแถลงรับว่า โจทก์กระทำความผิดตามคำให้การจริง จำเลยพักงานโจทก์ 5 วัน โดยไม่ได้จ่ายค่าจ้าง ให้ศาลวินิจฉัยว่า ระหว่างพักงานดังกล่าวจำเลยต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์หรือไม่เพียงใด โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 116 บัญญัติมีใจความว่า ในกรณีที่นายจ้างทำการสอบสวนลูกจ้างซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด

ห้ามมิให้นายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างในระหว่างการสอบสวนดังกล่าว เว้นแต่จะมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้อำนาจนายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างได้ ทั้งนี้นายจ้างจะต้องมีคำสั่งพักงานเป็นหนังสือระบุความผิดและกำหนดระยะเวลาพักงานได้ไม่เกินเจ็ดวัน โดยต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบก่อนการพักงาน และในวรรคสอง กำหนดว่า ในระหว่างการพักงานตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือตามที่นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงกันไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ทั้งนี้อัตราดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนถูกพักงาน ซึ่งตามบทบัญญัติดังกล่าวในระหว่างทำการสอบสวนกฎหมายห้ามพักงานจะพักงานได้เฉพาะมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกำหนดไว้ และคำสั่งพักงานต้องทำเป็นหนังสือระบุความผิดและกำหนดระยะเวลาพักงาน

ย่อมแสดงว่าบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงเมื่อทำการสอบสวนแล้วลูกจ้างกระทำความผิดจริงนายจ้างจึงมีคำสั่งพักงาน และในวรรคสองกำหนดว่า ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือตามที่นายจ้างตกลงกันไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ดังนั้นถึงแม้ว่าลูกจ้างจะกระทำความผิดและนายจ้างสั่งพักงาน นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง หากลูกจ้างไม่มีความผิดนายจ้างก็ต้องจ่ายค่าจ้างให้เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตามมาตรา 117 ดังนั้น ในระหว่างที่จำเลยพักงานโจทก์จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ เมื่อโจทก์จำเลยไม่มีข้อตกลงว่าจะจ่ายค่าจ้างกันอย่างไร จำเลยจึงต้องจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของค่าจ้างในวันที่โจทก์ได้รับก่อนถูกสั่งพักงาน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้างระหว่างพักงานให้โจทก์จำนวน 442.50 บาทจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ได้สั่งพักงานโจทก์ในระหว่างรอการสอบสวน แต่เป็นการสั่งพักงานเมื่อมีการสอบสวนโจทก์เสร็จแล้ว และผลการสอบสวนเป็นความผิดของโจทก์ ทั้งโจทก์ยอมรับว่าได้กระทำผิดจริงเป็นการลงโทษทางวินัย หาใช่เป็นการสั่งพักงานโจทก์เพื่อการสอบสวนตามมาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541ไม่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสั่งพักงานโจทก์เป็นเวลา 5 วัน โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด คำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จำเลยไม่มีอำนาจลงโทษโจทก์ ในชั้นพิจารณาโจทก์รับข้อเท็จจริงว่า โจทก์กระทำความผิดตามคำให้การจำเลยจริงเมื่อโจทก์ยอมรับว่าโจทก์กระทำความผิดจริง จำเลยก็มีอำนาจลงโทษโจทก์ด้วยการพักงานได้ ดังนั้น การพักงานตามฟ้องของโจทก์จึงเป็นการพักงานเนื่องจากการลงโทษทางวินัยแก่โจทก์เพราะโจทก์กระทำความผิดตามที่โจทก์แถลงรับ มิใช่กรณีที่นายจ้างสั่งพักงานระหว่างทำการสอบสวนลูกจ้างซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามมาตรา 116 และ 117 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กมล เพียรพิทักษ์ · สละ เทศรำพรรณ · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้