Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดก พ. ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านออกจากที่ดินมรดกที่จำเลยเช่าจาก พ. เมื่อได้ความว่าขณะนี้ทรัพย์มรดกของ พ. ยังมิได้มีการแบ่งกัน และจำเลยเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของ พ. ด้วยคนหนึ่ง ดังนี้ จำเลยและทายาทอื่นย่อมมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดกของ พ. ร่วมกันจนกว่าจะได้แบ่งมรดกกันแล้วเสร็จซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1745 ให้ใช้ มาตรา1356 ถึง มาตรา1366(ว่าด้วยกรรมสิทธิ์รวม) บังคับเพียงเท่าที่ไม่ขัดกับบทบัญญัติแห่งบรรพ 6 จำเลยจึงมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับที่ดินที่โจทก์ฟ้องในฐานะเป็นเจ้าของรวม ซึ่งหมายถึงว่ามีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นด้วยโจทก์จึงจะฟ้องให้บังคับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นสืบพยานก่อนโดยอ้างว่าโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกฟ้องผู้เช่าซึ่งทำสัญญาเช่าจำเลยรับว่าได้ทำสัญญาเช่าจริง ศาลชั้นต้นควรสืบพยานเรื่องสัญญาเช่าก่อนว่า จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่พิพาทตามสัญญาเช่าหรือไม่ และค่าเสียหายมีหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกของพระพิจารณ์กลจักร์ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านออกจากที่ดินจำเลยเช่าจากพระพิจารณ์กลจักร์จำเลยต่อสู้ข้อหนึ่งว่า ปัจจุบันนี้จำเลยมิได้อยู่ในฐานะผู้เช่า แต่อยู่ในฐานะทายาทมีสิทธิรับมรดกพระพิจารณ์กลจักร์เช่นเดียวกับโจทก์ มีกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินที่โจทก์ฟ้อง โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยผู้เป็นเจ้าของรวม เมื่อศาลสอบทนายโจทก์ได้ความว่าขณะนี้ยังมิได้มีการแบ่งทรัพย์มรดกของพระพิจารณ์กลจักร์เจ้ามรดก และจำเลยเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของเจ้ามรดกด้วยคนหนึ่งดังนี้

จำเลยและทายาทอื่นย่อมมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดกของพระพิจารณ์กลจักร์ร่วมกันจนกว่า จะได้แบ่งมรดกกันแล้วเสร็จ ซึ่งมาตรา 1745แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้ใช้มาตรา 1356 ถึงมาตรา 1366 (ว่าด้วยกรรมสิทธิ์รวม) บังคับเพียงเท่าที่ไม่ขัดกับบทบัญญัติแห่งบรรพ 6 จำเลยจึงมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับที่ดินที่โจทก์ฟ้องในฐานะเป็นเจ้าของรวม ซึ่งหมายถึงว่ามีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นด้วย โจทก์จะฟ้องให้บังคับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องหาได้ไม่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความชัดพอที่จะวินิจฉัยข้อกฎหมายได้แล้วเช่นนี้ ก็ไม่จำต้องสืบพยานต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้