Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9306/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานเขตภายใต้บังคับบัญชาของหัวหน้าเขตซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยนัยแห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 28 จัตวา(2)หัวหน้าเขตย่อมมีอำนาจออกคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ 1ให้เป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ช่วยเหลือคณะกรรมการตรวจเลือกทหารกองเกินภายในเขตท้องที่และถือว่าจำเลยที่ 1เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเสมียนสัสดี เมื่อจำเลยที่ 1 เรียกและรับเงินจากบรรดาทหารกองเกินผู้ได้รับหมายเรียกให้เข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการเป็นการตอบแทนที่ช่วยเหลือมิให้ต้องเข้ารับการตรวจเลือกและไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ จำเลยที่ 1 ย่อมมีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 149 พ.ร.บ.รับราชการทหาร มาตรา 28 พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 มาตรา 28

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149, 157, 251, 252, 264, 265, 268, 91, 83พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 พระราชบัญญัติรับราชการทหาร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516 มาตรา 11 ริบเงินจำนวน300,000 บาท และใบรับรองผล (แบบ สด.43) ของกลางส่วนของกลางอื่นคืนเจ้าของจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 วางโทษจำคุก 4 ปีให้ริบหนังสือรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด.43) ซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้งสิ้น ส่วนเงินสด300,000 บาท ไม่ริบ ยกฟ้องจำเลยที่ 2โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปีรวม 11 กระทง จำคุก 55 ปี และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 252ประกอบมาตรา 251 และมาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 อีกกระทงหนึ่งให้ลงโทษตามมาตรา 251 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 5 ปี รวมโทษทุกกระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 50 ปี ริบเงินของกลางจำนวน 300,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ดำเนินการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497เพราะอำนาจและหน้าที่ดังกล่าวเป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ซึ่งแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 28 ทวิและกฎกระทรวง ฉบับที่ 37 (พ.ศ. 2516) ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 โดยมีนายทหารสัญญาบัตรที่มียศไม่ต่ำกว่าพันโทเป็นประธานกรรมการและประกอบด้วยคณะบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมายที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการจำเลยที่ 1 เป็นเพียงผู้ที่ได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากหัวหน้าเขตยานนาวา ให้มีหน้าที่ช่วยเหลือการตรวจเลือกทหารกองเกินส่งเข้ากองประจำการปี 2527 ในท้องที่เขตยานนาวา จึงมิได้เป็นเจ้าพนักงานตามนัยแห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร

พ.ศ. 2497และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 กับมาตรา 157 ย่อมไม่มีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามฟ้องนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 1นำสืบรับว่าขณะเกิดเหตุคดีนี้จำเลยที่ 1 รับราชการในตำแหน่งเสมียนสัสดีเขตยานนาวา ซึ่งมีหัวหน้าเขตยานนาวาเป็นผู้บังคับบัญชา และหัวหน้าเขตยานนาวาได้มีคำสั่งเขตยานนาวาที่ 32/2527 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2527 แต่งตั้งให้จำเลยที่ 1เป็นเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือการตรวจเลือกทหารกองเกินส่งเข้าเป็นทหารกองประจำการปี 2527 โดยมีหน้าที่จัดสถานที่ ตลอดจนจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ในการตรวจเลือกและจัดสถานที่ จัดเอกสารเกี่ยวกับการตรวจเลือกให้คณะกรรมการตรวจสอบได้ในวันทำการตรวจเลือกและประชาสัมพันธ์ให้ทหารกองเกินที่เรียกมาตรวจเลือกนำหลักฐานที่ต้องการตรวจสอบมาให้ครบ

แนะนำเกี่ยวกับการตรวจเลือกการเก็บรักษาใบรับรองผล (แบบ สด.43) และโทษการหลีกเลี่ยงการตรวจเลือกการสับเปลี่ยนตัวผู้อื่นเข้ารับการตรวจเลือกแทนตนซึ่งมีความผิดตามกฎหมายและเรื่องอื่น ๆ ที่เห็นสมควร ตามสำเนาเอกสารหมาย จ.40 ก็เท่ากับจำเลยที่ 1 รับว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานเขตยานนาวาภายใต้บังคับบัญชาของหัวหน้าเขตยานนาวา เมื่อหัวหน้าเขตยานนาวาเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 โดยนัยแห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหารพ.ศ. 2497 มาตรา 28 จัตวา (2) หัวหน้าเขตยานนาวาย่อมมีอำนาจออกคำสั่งตามสำเนาคำสั่งเขตยานนาวา เอกสารหมาย จ.40แต่งตั้งจำเลยที่ 1 ให้เป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ช่วยเหลือคณะกรรมการตรวจเลือกทหารกองเกินภายในท้องที่เขตยานนาวาส่งเข้าเป็นทหารกองประจำการปี 2527 ได้ และถือว่าจำเลยที่ 1เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร

พ.ศ. 2497 นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเสมียนสัสดีเขตยานนาวา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตามปกติอีกหน้าที่หนึ่ง ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1เรียกและรับเงินจากบรรดาทหารกองเกินผู้ได้รับหมายเรียกให้เข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการปี 2527เป็นการตอบแทนในการที่จำเลยที่ 1 รับจะทำการช่วยเหลือมิให้บรรดาทหารกองเกินเหล่านั้นต้องเข้ารับการตรวจเลือกและไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการปี 2527 รวม 11 ครั้งจำเลยที่ 1 ย่อมมีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 รวม 11 กรรม ดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาส่วนข้อหาความผิดฐานใช้ดวงตราและเอกสารปลอมนั้นจะปักใจเชื่อว่าดวงตราดังกล่าวเป็นดวงตราปลอมย่อมไม่ถนัดนักจึงลงโทษจำเลยที่ 1 ในข้อหาความผิดฐานใช้ดวงตราปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 252 ประกอบด้วยมาตรา 251 ดังที่โจทก์ฟ้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายังไม่ได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 มาตรา 268 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 265เรียงกระทงลงโทษ ข้อหาความผิดตามมาตรา 149 จำเลยที่ 1กระทำความผิดตามฟ้องรวม 11 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปีเป็นจำคุก 55 ปี ข้อหาความผิดตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 จำคุก 4 ปี รวมทุกกระทงความผิดจำคุก 59 ปี เนื่องจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 เกิน 50 ปี อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91(3) คงให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปี ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 251 และ 252นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรินทร์ นาควิเชียร · สละ เทศรำพรรณ · ถวิล อินทรักษา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2140/2568

แม้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ว่ามีการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4789/2565

การที่จะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 จะต้องได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม ส. โดยชอบ กล่าวคือ จับกุมขณะ ส. กำลังเล่นการพนัน แล้วหลังจากนั้นจึงเรียกรับเงินจาก ส. เพื่อที่จะไม่ดำเนินคดี เมื่อจำเลยกับพ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 621367)

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 98/1 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "กรณีที่มีการฟ้องคดีผู้ถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญาต่อศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดี ให้ศาลท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2165/2561

กฎหมายวิธีสบัญญัติ เมื่อมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้วผูกพันใช้บังคับแก่คู่ความทันที ดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่อาจทำการไต่สวน แต่ขณะที่ผู้เสียหายกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14738/2558

พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา 58/2 ที่ใช้บังคับขณะเกิดเหตุบัญญัติว่า "ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดำรงตำแหน่งนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง..." เมื่อประกาศผลเลือกตั้งในวันที่ 15 กันยายน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้