Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 93/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน ผู้เสียหายและ พ. นั่งอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวริมถนน โดยผู้เสียหายนั่งหันหน้าไปทางถนนส่วน พ.นั่งหันหลังให้ถนน คนร้ายเดินเข้ามาทางด้านหน้าของผู้เสียหายและเดินมาด้านหลังของ พ. ขณะนั้นผู้เสียหายคิดว่าเป็นคนมากินก๋วยเตี๋ยว เพิ่งมาสนใจต่อเมื่อมีคนร้ายคนหนึ่งใช้ปืนจี้ที่ศีรษะและถูกคนร้ายอีกคนหนึ่งซึ่งไปยืนทางด้านซ้ายของผู้เสียหายแกะ สร้อยคอ ประกอบกับระยะเวลาที่คนร้ายกระทำผิดเป็นระยะเวลาสั้นมากถึงแม้จะมีแสงไฟฟ้าก็ไม่มีช่วงใดที่ผู้เสียหายและ พ. จะมีโอกาสมองดูหน้าคนร้ายได้ชัดเจน อีกทั้งผู้เสียหายและ พ.ต่างก็ไม่เคยเห็นหน้าคนร้ายมาก่อน คนร้ายไม่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากคนทั่วไปและจับคนร้ายได้หลังเกิดเหตุแล้วถึง 3 เดือนเศษกรณียังเป็นที่สงสัย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2530 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงจำเลยกับพวกที่หลบหนีอีก 1 คน ซึ่งมีอาวุธปืนสั้นจำนวน1 กระบอกติดตัว ได้ร่วมกันชิงเอาสร้อยคอทองคำ 1 เส้น และพระเลี่ยมทองคำ 1 องค์ รวมราคาทรัพย์ 12,000 บาท ของนายธนาธิป ไชยเศรษฐ ผู้เสียหายไปโดยทุจริต ในการชิงทรัพย์จำเลยกับพวกได้ใช้อาวุธปืนจี้ขู่เข็ญผู้เสียหายไม่ให้ขัดขืนมิฉะนั้น ในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายฆ่าผู้เสียหายให้ถึงแก่ความตายทั้งนี้เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์และพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น เพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ และเพื่อให้พ้นการจับกุม เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิกรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง,340 ตรี, 83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5)

พ.ศ. 2525 มาตรา 13 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 15 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 12,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2957/2531 ของศาลชั้นต้น ศาลพิพากษาจำคุก 12 ปี ขอให้นับโทษต่อด้วยจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 340 ตรี จำคุก 18 ปีโดยให้นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2957/2531 ของศาลชั้นต้น ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 12,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่ามีคนร้ายชิงสร้อยคอทองคำและพระเลี่ยมทองคำของนายธนาธิปผู้เสียหายไป ข้อต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยเป็นคนร้ายรายนี้หรือไม่ เห็นว่า พยานที่รู้เห็นขณะเกิดเหตุมี 2 คนคือผู้เสียหายกับนายพิริยะศักดิ์ พยานทั้งสองต่างเบิกความว่าขณะนั่งอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวริมถนนรามคำแหงผู้เสียหายนั่งหันหน้าไปทางถนน ส่วนนายพิริยะศักดิ์นั่งหันหลังให้ถนน ได้มีคนร้าย 2 คนเดินมาที่ผู้เสียหาย คนหนึ่งเอาปืนจี้ที่ศีรษะผู้เสียหายและอีกคนหนึ่งคือจำเลยได้แกะสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายแล้ววิ่งหนีไปคนร้ายทำการจี้อยู่ประมาณ 10-15 วินาที พยานทั้งสองไม่เคยรู้จักคนร้ายมาก่อน ฉะนั้นปัญหาสำคัญจึงอยู่ที่ว่าพยานทั้งสองจำคนร้ายที่ว่าเป็นจำเลยได้แม่นยำหรือไม่

พยานทั้งสองเบิกความว่า เห็นหน้าจำเลยได้ชัดเจนโดยมีแสงไฟฟ้าจากหลอดไฟฟ้าที่เกาะกลางถนนและแสงไฟฟ้าจากร้านค้าซึ่งตามแผนที่เกิดเหตุอยู่ทางด้านขวาและค่อนไปทางด้านหลังของผู้เสียหาย แสดงให้เห็นว่าในที่เกิดเหตุมีแสงสว่างมองเห็นกันได้ แต่เมื่อพิเคราะห์ในรายละเอียดตามคำเบิกความของพยานทั้งสองแล้วจะเห็นได้ว่า คนร้ายเดินมาทางด้านหน้าของผู้เสียหายก็แสดงว่าเดินมาทางด้านถนนรามคำแหงและเดินมาทางด้านหลังของนายพิริยะศักดิ์ ลักษณะเช่นนี้นายพิริยะศักดิ์จะเห็นคนร้ายได้ต่อเมื่อคนร้ายได้เดินมาถึงตัวผู้เสียหายแล้วส่วนผู้เสียหายถึงแม้จะเห็นคนร้ายเดินเข้ามา แต่สถานที่เกิดเหตุเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ผู้เสียหายอาจคิดว่าเป็นคนมากินก๋วยเตี๋ยวคงจะไม่ได้สนใจเพราะไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไรจะให้สนใจคนที่เดินเข้ามา

คงจะเพิ่งมาสนใจเมื่อถูกคนร้ายคนหนึ่งใช้ปืนจี้ที่ศีรษะ และถูกคนร้ายอีกคนหนึ่งซึ่งไปยืนทางด้านซ้ายของผู้เสียหายแกะสร้อยคอ เห็นได้ว่าคนร้ายที่แกะสร้อยคอมิได้ยืนอยู่ตรงหน้าผู้เสียหายเลย เมื่อได้สร้อยคอแล้วคนร้ายนี้ก็วิ่งหนีไปก่อนคนร้ายที่ใช้ปืนจี้ผู้เสียหาย ระยะเวลาที่คนร้ายกระทำผิดเป็นระยะเวลาสั้นมาก ถึงแม้จะมีแสงไฟฟ้าก็ไม่มีช่วงใดที่พยานทั้งสองจะมีโอกาสมองดูหน้าคนร้ายได้ชัดเจน คนร้ายเป็นคนที่พยานทั้งสองไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ทั้งไม่มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากคนทั่วไปนับว่าเป็นการยากที่พยานทั้งสองจะจำคนร้ายได้โดยไม่ผิดพลาดทั้งพฤติการณ์อื่นก็ไม่มีที่จะสนับสนุนว่าจำเลยเป็นคนร้าย ในการได้ตัวจำเลยมาก็ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับจำเลยในข้อหาเป็นซ่องโจร และสงสัยว่าจำเลยกระทำผิดในคดีนี้จึงให้ผู้เสียหายชี้ตัว ซึ่งเป็นเวลา 3 เดือนเศษ

หลังเกิดเหตุคดีนี้ จึงไม่อาจจะเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นผู้กระทำผิดรายนี้ เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ยังเป็นที่สงสัยว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้