Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามได้ในขณะที่จำเลยทั้งสามกำลังร่วมกันแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนในหลอดกาแฟที่ตัดเป็นท่อน โดยบรรจุเสร็จแล้ว 3 หลอด หลอดละ 10 เม็ด ยังเหลือเมทแอมเฟตามีนในถุงพลาสติกอีก 120 เม็ด มีหลอดกาแฟที่ตัดเป็นท่อนแล้วอีก 5 หลอด และยังไม่ได้ตัดอีก 36 หลอด อันเป็นการแสดงว่าจำเลยทั้งสามกำลังจะแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนที่เหลือในถุงพลาสติกลงในหลอดกาแฟที่เตรียมไว้อีกเป็นจำนวนมาก การแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนของจำเลยทั้งสามจึงเป็นการผลิตตามความหมายของ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 4 การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 65, 66, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบขอ

คำฟ้องและคำให้การ

เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามได้ในขณะที่จำเลยทั้งสามกำลังร่วมกันแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนในหลอดกาแฟที่ตัดเป็นท่อน โดยบรรจุเสร็จแล้ว 3 หลอด หลอดละ 10 เม็ด ยังเหลือเมทแอมเฟตามีนในถุงพลาสติกอีก 120 เม็ด มีหลอดกาแฟที่ตัดเป็นท่อนแล้วอีก 5 หลอด และยังไม่ได้ตัดอีก 36 หลอด อันเป็นการแสดงว่าจำเลยทั้งสามกำลังจะแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนที่เหลือในถุงพลาสติกลงในหลอดกาแฟที่เตรียมไว้อีกเป็นจำนวนมาก การแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนของจำเลยทั้งสามจึงเป็นการผลิตตามความหมายของ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 4 การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 65, 66, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบของกลาง

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 65 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยที่ 2 และที่ 3 อายุ 18 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 คนละกึ่งหนึ่ง ฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 กับลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 30 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (2) ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 3 ปี รวมโทษทุกกระทงแล้วให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 สถานเดียวจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 33 ปี 6 เดือน คำรับสารภาพของจำเลยทั้งสามในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละหนึ่งในสาม คงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1) จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 22 ปี 4 เดือน ริบของกลาง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้ว ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกตลอดชีวิต ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำคุกคนละ 25 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 แล้ว ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 33 ปี 4 เดือน และลงโทษจำเลยที่ 2 กับที่ 3 จำคุกคนละ 16 ปี 8 เดือน รวมกับโทษจำคุกสำหรับความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ซึ่งได้ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว คงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 37 ปี 12 เดือน ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำคุกคนละ 18 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2543 เวลาประมาณ 19 นาฬิกา ร้อยตำรวจโทเกรียงไกร สินภิบาล และพวกจับกุมจำเลยทั้งสามได้ที่ห้องพักหมายเลข 9 ของบังกะโลเชนเฮาส์ เจ้าพนักงานตำรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีน 120 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้า 1 ใบ เมทแอมเฟตามีนบรรจุอยู่ในหลอดกาแฟยาวประมาณ 5 เซนติเมตร หลอดละ 10 เม็ด 3 หลอด หลอดกาแฟที่ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 5 เซนติเมตร 5 หลอด หลอดกาแฟยาวประมาณ 20 เซนติเมตร 36 หลอด ไฟแช็ก 1 อัน ใบมีดโกน 1 อัน และหลอดเหล็กทรงกรมที่ใช้สำหรับเสพเมทแอมเฟตามีน 1 อัน ในห้องพักดังกล่าว จึงยึดทรัพย์ดังกล่าวไว้เป็นของกลาง

จำเลยทั้งสามฎีกาข้อแรกว่า ตามบันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา ไม่มีการแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7 ทวิ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธถือว่าการสอบสวนไม่ชอบ จึงฟังไม่ได้ตามเอกสารดังกล่าวว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีน เห็นว่า การแจ้งสิทธิตามบทมาตราดังกล่าวนั้น กฎหมายมิได้บังคับไว้ว่าจะต้องบันทึกการแจ้งสิทธิไว้ในบันทึกการจับกุมหรือบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา เจ้าพนักงานตำรวจผู้รับตัวจำเลยทั้งสามไว้ได้แจ้งสิทธิให้แก่จำเลยทั้งสามทราบหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสามเพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามมิได้ให้การถามค้านพยานโจทก์ หรือนำสืบว่าไม่มีการแจ้งสิทธิตามบทมาตราดังกล่าวแก่จำเลยทั้งสาม

ปัญหาว่าเจ้าพนักงานตำรวจผู้รับตัวจำเลยทั้งสามไว้ได้แจ้งสิทธิตามบทมาตราดังกล่าวแก่จำเลยทั้งสามหรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสามมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

จำเลยทั้งสามฎีกาข้อหลังว่า จำเลยทั้งสามไม่มีความผิดฐานร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีน เพราะจำเลยทั้งสามบรรจุเมทแอมเฟตามีนในหลอดกาแฟเพียง 3 หลอด เพื่อสะดวกแก่การที่จำเลยทั้งสามจะใช้เสพเอง ในข้อนี้ได้ความจากพยานโจทก์คือร้อยตำรวจโทเกรียงไกร สินภิบาล และจ่าสิบตำรวจจีระศักดิ์ อนันต์เรือง เจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสามว่า จ่าสิบตำรวจจีระศักดิ์แอบดูทางหน้าต่างห้องพักที่เกิดเหตุเห็นจำเลยทั้งสามกำลังช่วยกันบรรจุเมทแอมเฟตามีนลงในหลอดกาแฟที่ตัดเป็นท่อน เมื่อพยานโจทก์ทั้งสองเข้าจับกุมจำเลยทั้งสามก็พบของกลางดังกล่าวข้างต้นบริเวณเตียงนอนในห้องพักดังกล่าว ชั้นจับกุมจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพว่าร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีน จึงทำบันทึกการจับกุมตามเอกสารหมาย

จ.1 นอกจากนี้โจทก์ยังมีพันตำรวจตรีสุชัติ โสภิณ พนักงานสอบสวนมาเบิกความว่า ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพว่าร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีน จึงบันทึกไว้ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.7 พยานโจทก์ทั้งสามปากเป็นเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติงานไปตามหน้าที่ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสามและไม่มีเหตุที่จะเบิกความกลั่นแกล้งจำเลยทั้งสาม คำเบิกความดังกล่าวจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อ ที่จำเลยทั้งสามนำสืบว่า จำเลยทั้งสามเพียงแต่เสพเมทแอมเฟตามีนแต่มิได้ร่วมกันแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนในหลอดกาแฟ คงมีแต่เพียงคำเบิกความลอยๆ ของจำเลยทั้งสามที่ขัดกับวัตถุพยานที่เจ้าพนักงานตำรวจพบในห้องพักที่เกิดเหตุ และชั้นฎีกาจำเลยทั้งสามรับในฎีกาว่าจำเลยทั้งสามบรรจุเมทแอมเฟตามีนลงในหลอดกาแฟ 3 หลอด

พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสามจึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามได้ในขณะที่จำเลยทั้งสามกำลังร่วมกันแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนในหลอดกาแฟที่ตัดเป็นท่อนโดยบรรจุเสร็จแล้ว 3 หลอด หลอดละ 10 เม็ด ยังเหลือเมทแอมเฟตามีนในถุงพลาสติกอีก 120 เม็ด มีหลอดกาแฟที่ตัดเป็นท่อนแล้วอีก 5 หลอด และยังไม่ได้ตัดอีก 36 หลอด อันเป็นการแสดงว่าจำเลยทั้งสามกำลังจะแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนที่เหลือในถุงพลาสติกลงในหลอดกาแฟที่เตรียมไว้อีกเป็นจำนวนมาก การแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนของจำเลยทั้งสามจึงเป็นการผลิตตามความหมายของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีน

ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น แต่เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยทั้งสามร่วมกันผลิตเป็นจำนวนเดียวกับเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นการกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยทั้งสามจะมิได้ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นแก้ไขให้ถูกต้องได้

อนึ่งในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 8 มาตรา 19 และมาตรา 26 ยกเลิกความในมาตรา 15, 65 และ 91 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และใช้ข้อความใหม่แทน โดยในความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และต้องลงโทษฐานผลิดเมทแอมเฟตามีนอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดแก่จำเลยทั้งสามนั้น กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณ จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยทั้งสาม สำหรับความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน โทษจำคุกตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณมากกว่ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด จึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่คุณบังคับแก่จำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขโดยปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 57, 65 วรรคหนึ่ง (เดิม) และ 91 (ที่แก้ไขใหม่) ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้ว ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกตลอดชีวิต ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำคุกคนละ 25 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 แล้ว ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 33 ปี 4 เดือน และลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำคุกคนละ 16 ปี 8 เดือน รวมกับโทษจำคุกฐานเสพเมทแอมเฟตามีนซึ่งได้ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว คงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 33 ปี 12 เดือน ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำคุกคนละ 16 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญา ถนอมรอด · สุเทพ เจตนาการณ์กุล · วรนาถ ภูมิถาวร
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้