Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 923/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อ 31 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 285 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ระบุโยงไปให้ใช้พระราชบัญญัติการบัญชี พุทธศักราช 2482 บังคับในกรณีที่ยังไม่มีประกาศของรัฐมนตรีกำหนดธุรกิจที่ต้องจัดทำบัญชี ออกอตามข้อ 5 ของประกาศคณะปฏิวัติดังกล่าวใช้บังคับ ซึ่งพระราชบัญญัติการบัญชีฯ มาตรา 6 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการบัญชี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496 มาตรา 3 ก็บัญญัติให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่า กิจการประเภทใด ในท้องที่ใด ที่จะต้องทำบัญชีขึ้น หาใช่ว่าบุคคลผู้ประกอบกิจการทุกประเภทจะต้องจัดทำบัญชีไม่ เหตุนี้ เมื่อฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่ารัฐมนตรีผู้มีอำนาจที่ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้มีการจัดทำบัญชีสำหรับการประกอบกิจการในประเภทที่โจทก์ฟ้องให้เป็นการถูกต้องตามข้อ 31 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติการบัญชีฯ ดังกล่าวแล้ว ฟ้องโจทก์จึงขาดความสำคัญซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ ลงโทษจำเลยไม่ได้ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ.2482 มาตรา 6 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 มาตรา 5 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 มาตรา 30 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีสามแยกพานิช จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ประกอบกิจการค้าในประเภทที่ต้องจัดทำบัญชีตามกฎหมาย และมีหน้าที่ทำบัญชีตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๕ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ เมื่อระหว่างวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๖ วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้บังอาจร่วมกันลงรายการเท็จในบัญชี ในการประกอบกิจการค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดของจำเลยดังกล่าว โดยเอารายการขายสินค้าของบัญชีขายของเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม ๒๕๑๕ จำนวน ๕ รายการ เป็นเงิน ๑๒,๔๐๐ บาท และจำนวน ๑๓ รายการ รวมเป็นเงิน ๓๔,๙๘๐ บาท

ไปลงเป็นรายการขายสินค้าในบัญชีของเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม ๒๕๑๖ อันเป็นการลงรายการเท็จในบัญชีขาย ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้บังอาจร่วมกันละเว้นการลงรายการในบัญชีในการประกอบกิจการค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยดังกล่าว โดยละเว้นการลงรายการขายสินค้าในบัญชีขายของเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม ๒๕๑๖ รวมทั้งสิ้น ๕ รายการ เป็นเงิน ๑๐,๙๐๐ บาท อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๕ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ข้อ ๓๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๘๕ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ข้อ ๓๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ให้ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท และจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท และจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ขอให้ลงโทษเบาลง และรอการลงโทษ

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นผิดตามฟ้อง จะต้องเป็นบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำหนดให้มีการจัดทำสำหรับการประกอบธุรกิจใด ๆ เป็นปกติ ในประเภทที่กล่าวไว้ในข้อ ๕ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๕ เสียก่อน และการกำหนดนั้นจะต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องในข้อดังกล่าว ฟ้องของโจทก์จึงขาดข้อความสำคัญอันเป็นองค์ประกอบความผิด แม้จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ก็ลงโทษจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ กรณีเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ย่อมมีผลตลอดไปถึงจำเลยที่ ๑ ที่มิได้อุทธรณ์ด้วย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุยังไม่มีประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำหนดธุรกิจที่ต้องจัดทำบัญชี ซึ่งออกตามข้อ ๕ ของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๕ ใช้บังคับตามข้อ ๓๑ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับดังกล่าว ระบุโยงให้ไปใช้พระราชบัญญัติการบัญชี พุทธศักราช ๒๔๘๒ บังคับ พระราชบัญญัติการบัญชีดังกล่าว มาตรา ๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการบัญชี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๓ ก็ได้บัญญัติให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเช่นเดียวกันว่า กิจการประเภทใด ในท้องที่ใดจะต้องทำบัญชี หาใช่ว่าบุคคลผู้ประกอบกิจการทุกประเภทจะต้องจัดทำบัญชีนั้นไม่ เมื่อโจทก์ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่ารัฐมนตรีผู้มีอำนาจหน้าที่ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา

กำหนดให้มีการจัดทำบัญชีสำหรับการประกอบกิจการในประเภทที่โจทก์ฟ้องให้เป็นการถูกต้องตามข้อ ๓๑ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๕ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติการบัญชี พุทธศักราช ๒๔๘๒ มาตรา ๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการบัญชี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๓ ฟ้องโจทก์จึงขาดข้อความสำคัญซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ ลงโทษจำเลยไม่ได้ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ ไวกาสี · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายมณเฑียร ตู้จินดา
ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1505/2567

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 165 บัญญัติว่า "ในระหว่างเวลาตั้งแต่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จนถึงเวลาที่พ้นจากล้มละลาย ลูกหนี้คนใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2567

องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 ต้องประกอบด้วยผู้หลอกลวงมีเจตนาทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และผลของการหลอกลวงนั้นทำให้ผู้หลอกล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2567

สำหรับความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยทั้งยี่สิบร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้