Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ด. พบโค 9 ตัว กำลังกินข้าวอยู่ในนาของตน จึงไล่ต้อนมาไว้ที่บ้านเพื่อจะเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของโค ต่อมาจำเลยกับ ศ.และพวกมาที่บ้านด.อ้างว่าโคเป็นของศ.พ่อตาของด.ไม่เชื่อ ได้พา ศ.ไปพบผู้ใหญ่บ้านศ. ทำบันทึกรับโคไป แล้วพวกของจำเลยไล่ต้อนโคทั้ง 9 ตัวไปโดยจำเลยขี่รถจักรยานยนต์ตามไป ปรากฏว่าโคเป็นของผู้เสียหาย ดังนี้ ฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335(7) วรรคแรก,83.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,83 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาโค 9 ตัว เป็นเงิน 25,500 บาทแก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 83 ลงโทษจำคุก 3 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาโค25,500 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...มีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีนายเดือน ชัยสามหมอ และนายประสิทธิ์พิมพา เป็นพยาน โดยนายเดือนเบิกความว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม2527 เวลาประมาณ 11 นาฬิกา จำเลยกับพวกอีก 2 คน ทราบชื่อคนหนึ่งว่า นายศุกร์ สมชาติ ส่วนอีกคนไม่ทราบชื่อ มาหาพยานที่บ้านบอกว่าโค 9 ตัวซึ่งเข้าไปกินข้าวในนาและถูกพยานจับไว้เป็นของนายศุกร์จะขอคืน นายพันธ์ พิมพา พ่อตาของพยานไม่เชื่อ ได้พานายศุกร์ไปพบนายบุญมา ทายศรี ผู้ใหญ่บ้าน ขอให้นายบุญมาทำบันทึกให้นายศกร์รับโคไป พวกของจำเลยไล่ต้อนโคทั้ง 9 ตัวไปโดยจำเลยขี่รถจักรยานยนต์ตามไป นายประสิทธิ์ พิมพา ซึ่งเป็นพี่ภรรยาของนายเดือนกำลังเดินไปทำไร่ใกล้

ๆ บ้าน เห็นจำเลยขี่รถจักรยานยนต์พาชายขับรถยนต์ปิกอัพไปที่บ้าน ต่อมาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงเห็นจำเลยขี่จักรยานยนต์ตามโคไป พยานทั้งสองรู้จักจำเลยมาก่อนเชื่อว่าจำจำเลยได้ นอกจากนี้นายบุญมาก็เบิกความว่า นายพันธ์พ่อตานายเดือนบอกว่านายลอยเป็นผู้พานายศุกร์มาขอโคคืน พยานรู้จักนายลอยดี และนายลอยในตำบลม่วงค่อมก็มีคนเดียวคือจำเลยนี้ พยานจึงเข้าใจว่าจำเลยเป็นคนพาไปโจทก์ยังมีนายดาบตำรวจเลิศผล ฉายัษฐิต หัวหน้าสถานีตำรวจตำบลม่วงค่อมเบิกความว่า ตอนเย็นวันที่ 31 ตุลาคม 2527 นายไล้ผู้เสียหายได้มาแจ้งว่า นายศุกร์กับจำเลยมาเอาโคของผู้เสียหายไปจากคอกของนายเดือน พยานโจทก์ทุกคนต่างไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย ไม่มีข้อระแวงว่าจะแกล้งกล่าวหาปรักปรำจำเลย ที่จำเลยต่อสู้ว่า

นายเดือนแกล้งปรักปรำเพราะจำเลยไปขัดผลประโยชน์และเพื่อให้นายเดือนรอดจากคดี ก็ไม่ทราบว่าผลประโยชน์และคดีอะไรเพราะจำเลยมิได้ซักค้านนายเดือนไว้ ยิ่งกว่านั้นในชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่า เช้าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 6 นาฬิกา จำเลยขี่รถจักรยานยนต์ออกไปหาซื้อโคกระบือ กลับบ้านเวลา 8 นาฬิกา แล้วไม่ได้ออกไปไหนอีกเลย แต่ในชั้นศาลจำเลยเบิกความว่า จำเลยไปช่วยนายจรัล วงษ์ผง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลม่วงค่อม อำเภอชัยบาดาลจังหวัดลพบุรี ล้อมรั้วตั้งแต่เวลา 7 นาฬิกา จนถึง 14 นาฬิกาเป็นคำเบิกความที่แตกต่างกัน ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ ร้อยตำรวจเอกบุญชู จุลเนตร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรีเบิกความว่า

ได้ไปตามตัวนายศุกร์ตามที่อยู่ซึ่งปรากฏในเอกสารหมาย จ.3 ไม่พบตัวและได้สอบถามพนักงานฝ่ายปกครองเพื่อตรวจสอบทะเบียนบ้านปรากฏว่าบ้านเลขที่ดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ไม่มีชื่อนายศุกร์ สมชาติ ตามหนังสือที่ ลบ.0216/130 ลงวันที่ 28 มกราคม2528 เอกสารหมาย จ.6 ดังนั้นการที่จำเลยไม่พานายศุกร์ไปพบนายบุญมาผู้ใหญ่บ้านด้วยตนเองเป็นเพราะจำเลยรู้อยู่แล้วว่านายศุกร์ไม่ใช่เจ้าของโคเหล่านั้น จึงเป็นข้อพิรุธของจำเลยอีกประการหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า บันทึกของนายบุญมาผู้ใหญ่บ้าน เอกสารหมาย จ.3 ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะโคที่นายเดือนต้อนมาไว้ในคอกเป็นตัวผู้ 5ตัว ตัวเมีย 4 ตัว แต่ตามเอกสารดังกล่าวลงไว้ว่า เป็นโคตัวเมียทั้ง 9 ตัวนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า นายบุญมาผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ตรวจสอบโคที่นายเดือนขังคอกไว้ คงเขียนตามคำบอกของนายศุกร์ แม้ข้อความในเอกสารหมาย จ.3 จะไม่ตรงความจริงก็หาทำให้น้ำหนักลดลงไม่ นอกจากนี้ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโคกินข้าวของนายเดือนเสียหาย 1 ไร่ ถ้าเก็บเกี่ยวจะได้ข้าวประมาณ 50 ถัง ราคาถังละประมาณ 30 บาท คิดเป็นเงิน 1,500บาท แต่นายเดือนเรียกค่าเสียหายจากพวกจำเลยเพียง 400บาท และให้พวกจำเลยซื้อสุราให้ 2 ขวด คำของนายเดือนจึงไม่สมเหตุผลนั้น เห็นว่า ขณะเกิดเหตุข้าวยังไม่ได้เกี่ยวนายเดือนว่าราคาข้าวไม่ถึงถังละ 30 บาท แม้โคจะลงไปกินข้าวในนา แต่ก็เชื่อว่าโคคงจะไม่เหยียบย่ำข้าวเสียหายหมดทั้งไร่ การที่นายเดือนรับค่าเสียหาย 400 บาทนับว่ามีเหตุผลอยู่ พยานหลักฐานโจทก์มั่นคงฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยโดยมิได้กำหนดวรรคนั้นไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7)วรรคแรก นอกจากนี้ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2567

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 689194)

เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 1 สิทธิในการนำคดีอาญาของจำเลยที่ 2 มาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) แต่สำหรับคดีส่วนแพ่งนั้น ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6152/2561

แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องว่า น. เห็นจำเลยและรับเงินจากจำเลยในการส่งข้าวสาร วันที่ 12 สิงหาคม 2558 แต่ศาลฎีกาสามารถรับฟังข้อเท็จจริงของการกระทำผิดในวันดังกล่าวประกอบกับข้อเท็จจริงในการกระทำความผิดของวั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7590/2560

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง (เดิม) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท เมื่อความผิดในมาตราดังกล่าวไม่ใช่คดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12328/2558

แม้โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนตัดสายคอนโทรลเคเบิล แต่จุดที่มีการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าของจำเลยที่ 1 อยู่ภายในบริเวณรั้วของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นการยากที่บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะเข้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้