Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในความผิดฐานเบิกความเท็จ โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยเบิกความว่าอย่างไร และบรรยายต่อไปว่าโจทก์มิได้เป็นผู้กระทำผิดดังจำเลยเบิกความ แต่มิได้บรรยายถึงข้อความที่จำเลยเบิกความต่อศาลนั้นว่าเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร เป็นความเท็จตรงไหน และความจริงเป็นอย่างไร เพื่อให้เป็นที่เข้าใจได้ชัดเจนว่าจำเลยเบิกความว่าโจทก์กระทำผิดกฎหมายอย่างไร จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)ชอบที่ศาลจะยกฟ้องนั้นเสีย.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นพยานพนักงานอัยการได้เบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดนครพนมโจทก์ นายนำ พลมาตย์ จำเลย ในความผิดฐานบุกรุกที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 329/2526 ขณะอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น โดยเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2526 เวลากลางวันจำเลยที่ 1 เบิกความว่า "ได้มีการกางแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศออกตรวจดูปรากฎว่าแผนที่ดังกล่าวมีภาพของลำห้วยผ่านที่ดินนายดำด้านทิศตะวันออกซึ่งติดกับที่ดินของนางเคน ลำห้วยดังกล่าวติดต่อเป็นแนวเดียวกันซึ่งระบุว่าลำห้วยดังกล่าวคือลำห้วยหนองเปง เป็นลำห้วยสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน"เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2526 เวลากลางวัน

จำเลยที่ 2 เบิกความว่า "นายนำ พลมาตย์ จำเลยได้ถมดินปิดกั้นลำห้วยหนองเปงบริเวณติดต่อกับนางม่วงซึ่งอยู่คนละฟากกับที่ของจำเลย ลำห้วยเปงต้องไหลผ่านที่ของจำเลย การปิดกั้นลำห้วยนั้นจำเลยปิดกั้นลำห้วยบริเวณที่ไหลผ่านที่นาของจำเลยทำให้น้ำเอ่อล้นขึ้นท่วมที่นาของชาวบ้านเมื่อฤดูทำนาข้าพเจ้าไปดูที่เกิดเหตุปรากฎว่าจำเลยปิดกั้นลำห้วยจริง โดยใช้ดินถมลำห้วยกว้าง 4 เมตร ยาวประมาณ 120 เมตร น้ำไม่สามารถไหลผ่านได้ลำห้วยเปงมีความกว้าง 4 เมตร จำเลยถมเต็มความกว้างของลำห้วย"เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2526 เวลากลางวัน จำเลยที่ 3 เบิกความว่า "เมื่อปี 2522 จำเลยค่อย ๆ ถมลำห้วยไปทีละนิด ถึงปี 2525 จำเลยจึงถมลำห้วยเต็มไม่ให้น้ำไหลผ่าน

ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมนาข้าพเจ้าและนาชาวบ้าน"เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2526 เวลากลางวัน จำเลยที่ 4 เบิกความว่า "แต่เมื่อก่อนนี้ประมาณ 6 ปีมาแล้วได้เคยมีลำห้วยแห่งหนึ่งเกิดขึ้นคั่นกลางระหว่างที่ดินข้าพเจ้ากับที่ดินของจำเลย เหตุที่ลำห้วยดังกล่าวสิ้นสภาพไปก็เนื่องจากนายนำจำเลยนี้ได้ทำการปิดกั้นลำห้วยดังกล่าวโดยทำการถมลำห้วยดังกล่าวจนมีสภาพกลายเป็นที่ดินธรรมดา"การเบิกความของจำเลยทั้งสี่เป็นข้อสำคัญในคดีนั้น เป็นการเบิกความเท็จต่อศาลทำให้โจทก์เสียหาย ความจริงโจทก์มิได้เป็นผู้กระทำผิดดังจำเลยทั้งสี่เบิกความและศาลไม่เชื่อว่าโจทก์กระทำความผิดจึงพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว เหตุเกิดที่ศาลจังหวัดนครพนมตำบลในเมือง

อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 83ศาลชั้นต้นสั่งงดไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายให้เห็นว่าข้อความที่จำเลยทั้งสี่เบิกความเป็นเท็จอย่างไรไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1เบิกความต่อศาลก็ไม่ปรากฎว่า จำเลยที่ 1 เบิกความถึงโจทก์ว่าอย่างไรจำเลยที่ 2 ก็เบิกความแต่เพียงว่า จำเลย (โจทก์คดีนี้) ปิดกั้นลำห้วยบริเวณที่ไหลผ่านที่นาของจำเลย (โจทก์คดีนี้) มิได้เบิกความว่าโจทก์กระทำผิดอย่างไร จำเลยที่ 3 และที่ 4 เบิกความว่า จำเลย(โจทก์คดีนี้)

ถมลำห้วยไม่ให้น้ำไหลผ่าน ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมนาข้าพเจ้าและนาชาวบ้าน และทำให้ลำห้วยสิ้นสภาพไป ข้อความที่จำเลยทั้งสี่เบิกความต่อศาลเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร เป็นความเท็จตรงไปนและความจริงเป็นอย่างไร โจทก์มิได้บรรยายมาในฟ้องให้เป็นที่เข้าใจได้ชัดเจนว่าจำเลยทั้งสี่เบิกความว่าโจทก์กระทำผิดกฎหมายอย่างไรเพียงแต่โจทก์บรรยายฟ้องต่อไปว่าโจทก์มิได้เป็นผู้กระทำผิดดั่งจำเลยทั้งสี่เบิกความ ย่อมไม่อาจเข้าใจได้ว่าจำเลยทั้งสี่เบิกความว่าโจทก์กระทำผิดอย่างไร

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์มิได้ปิดกั้นลำห้วยหนองเปงดังคำเบิกความของจำเลยทั้งสี่นั้นเป็นความเข้าใจของโจทก์เอง การที่จะบรรยายฟ้องให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) โจทก์จะต้องบรรยายให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีว่าจำเลยเบิกความอันเป็นเท็จอย่างไรเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร และความจริงเป็นอย่างไร เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องมาให้ได้ความชัดเจนดังกล่าว ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2567

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3462/2567

แม้การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจะใช้ระบบไต่สวน ซึ่งศาลมีอำนาจแสวงหาข้อเท็จจริงได้เอง แต่กรณียังคงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 ที่นำมาใช้บังคั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2427/2567

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 บัญญัติให้ฟ้องโจทก์ต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้