Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 92/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ขณะเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม จำเลยที่ 2 จอดรถจักรยานยนต์ไม่มีป้ายวงกลมเสียภาษีอยู่ในที่มืด ระหว่างนั้นก็มีชายคนหนึ่งวิ่งเลยไปและจำเลยที่ 1 ถืออาวุธปืนวิ่งมานั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่เจ้าพนักงานสตาร์ตอยู่แล้วจำเลยที่ 1 สั่งให้ออกรถ เจ้าพนักงานจึงจับกุมจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย แม้โจทก์จะไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความยืนยัน แต่โจทก์มีนายจอห์น ซึ่งไม่รู้จักจำเลยทั้งสองมาก่อน เบิกความยืนยันว่าในชั้นสอบสวนตนเป็นล่ามแปลคำให้การของผู้เสียหาย และผู้เสียหายให้การไว้ตามเอกสารที่โจทก์อ้างส่งศาล ประกอบกับพนักงานสอบสวนเบิกความยืนยันว่าผู้เสียหายได้ให้การต่อตนโดยมีนายจอห์นเป็นล่ามแปล และได้จดคำให้การของผู้เสียหายไว้ตามเอกสารดังกล่าวทั้งได้จัดให้ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยทั้งสอง และนำจำเลยทั้งสองกับผู้เสียหายไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำให้การรับสารภาพต่อหน้าประชาชนตามบันทึกการชี้ตัวและภาพถ่ายที่โจทก์อ้างส่งศาล น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองให้การด้วยความสมัครใจ คำให้การของจำเลยทั้งสองก็สอดคล้องต้องกันกับคำให้การของผู้เสียหาย และเหตุที่จำเลยทั้งสองถูกจับกุมก็ตรงกับคำเบิกความของเจ้าพนักงานจับกุม ดังนี้ ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองกับพวกปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 340 ตรี, 91, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การรับสารภาพในข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาต ข้อหาอื่นให้การปฏิเสธจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง, 340 ตรี, 91, 83 จำคุกคนละ 18 ปี จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ฐานมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย

จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 19 ปี 6 เดือน คำรับของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 13 ปีจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี ริบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนรถจักรยานยนต์ และย่ามของกลาง ส่วนกุญแจชนิดต่าง ๆ 5 ดอก ให้คืนแก่เจ้าของจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์หรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจโทเกียรติและร้อยตำรวจตรีไพฑูรย์ เบิกความว่า พยานออกตรวจท้องที่โดยใช้รถยนต์จิ๊ปตราโล่ของกรมตำรวจ

พยานเห็นจำเลยที่ 2 จอดรถจักรยานยนต์ไม่มีป้ายทะเบียนหลังอยู่ในที่มืด ร้อยตำรวจตรีไพฑูรย์ จึงไปสอบถามและพบว่ารถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 2 ขับขี่ไม่มีป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี จึงจะนำจำเลยที่ 2 และรถจักรยานยนต์ไปสถานีตำรวจ ร้อยตำรวจโทเกียรติเบิกความต่อไปอีกว่าระหว่างนั้นมีชายคนหนึ่งวิ่งเลยไปและจำเลยที่ 1 ถืออาวุธปืนวิ่งมานั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ร้อยตำรวจตรีไพฑูรย์สตาร์ตอยู่แล้ว ทั้งร้อยตำรวจตรีไพฑูรย์ และร้อยตำรวจโทเกียรติเบิกความว่าจำเลยที่ 1สั่งให้ออกรถ ร้อยตำรวจตรีไพฑูรย์หันกลับไปดูเห็นจำเลยที่ 1ถืออาวุธปืนอยู่จึงจับกุม เมื่อพยานสอบถามจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย

เห็นว่า พยานโจทก์ไม่รู้จักจำเลยทั้งสองไม่มีเหตุอันควรระแวงสงสัยว่าจะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยทั้งสอง นอกจากนี้แม้โจทก์จะไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความยืนยัน แต่โจทก์ก็มีนายจอห์น กาเดร์ ซึ่งไม่รู้จักจำเลยทั้งสองมาก่อนเบิกความยืนยันว่าในชั้นสอบสวนพยานเป็นล่ามแปลคำให้การของผู้เสียหาย และผู้เสียหายให้การไว้ตามเอกสารหมาย จ.2ประกอบกับร้อยตำรวจโทณรงค์ยศ พนักงานสอบสวนเบิกความยืนยันว่าผู้เสียหายได้ให้การต่อพยาน พยานได้ให้นายจอห์นเป็นล่ามแปลพยานได้จดคำให้การของผู้เสียหายไว้ตามเอกสารหมาย จ.2 พยานได้จัดให้ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยทั้งสองตามบันทึกการชี้ตัวเอกสารหมาย จ.4และพยานได้นำจำเลยทั้งสองกับผู้เสียหายไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำให้การรับสารภาพตามภาพถ่ายหมาย

จ.3 ร้อยตำรวจโทณรงค์ยศไม่รู้จักจำเลยทั้งสอง และการนำจำเลยทั้งสองไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำให้การรับสารภาพได้กระทำต่อหน้าประชาชน น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองให้การด้วยความสมัครใจ เมื่อพิเคราะห์คำให้การของจำเลยทั้งสองตามเอกสารหมาย จ.9 จ.10 แล้ว เห็นว่าจำเลยทั้งสองให้การสอดคล้องต้องกันกับคำให้การของผู้เสียหายตามเอกสารหมาย จ.2 และเหตุที่จำเลยทั้งสองถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับก็ตรงกับคำเบิกความของร้อยตำรวจโทเกียรติและร้อยตำรวจตรีไพฑูรย์ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อ พยานหลักฐานจำเลยทั้งสองไม่อาจหักล้างได้ ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกับพวกปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งที่จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำเลยทั้งสองมาเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทความผิดของจำเลยที่ 1ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ โดยมิได้ระบุวรรคนั้น เห็นสมควรระบุวรรคเสียให้ชัดแจ้งด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก, 72 วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้