Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 92/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินของลูกหนี้แปลงหนึ่ง เป็นที่ดินมีโฉนด ลูกหนี้ได้แยกที่งอกริมตลิ่งของที่ดินแปลงนี้ไปแจ้งการครอบครองตามแบบ ส.ค.1ไว้ ในการขายทอดตลาดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจแยกขายที่ดินตามโฉนดกับที่งอกริมตลิ่งของที่ดินตามโฉนดนั้นเป็นคนละแปลงได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483มาตรา 123 ผู้ร้องทราบว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แยกขายที่ดินดังกล่าวออกเป็น 2 แปลงและได้ซื้อเฉพาะที่มีโฉนดไว้เพียงแปลงเดียวผู้ร้องจะอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์ที่งอกริมตลิ่งซึ่งแยกขายเป็นอีกแปลงหนึ่งนั้นไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ได้รับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 3915 จากจำเลย ต่อมาได้ซื้อที่แปลงนี้จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2505 และได้รับโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ประกาศลงวันที่ 7 มกราคม 2506 จะขายทอดตลาดที่ดินตามใบ ส.ค.1 เลขที่ 137/2500 ที่แปลงนี้เป็นที่งอกริมตลิ่งของที่ดินซึ่งโจทก์ซื้อจากการขายทอดตลาด ผู้ร้องจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่งอกริมตลิ่งแปลงนี้ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308 ผู้ร้องได้ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์งดการขายทอดตลาดที่พิพาทแปลงนี้แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้สั่งยกคำร้อง ผู้ร้องจึงขอให้ศาลสั่งงดการขายทอดตลาดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แถลงคัดค้านว่า ที่

ส.ค.1 เลขที่ 137/2500 นั้น ได้แบ่งแยกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 3915 และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ประกาศขายทอดตลาดเป็นคนละแปลงโดยแจ้งชัด ผู้ร้องได้ตกลงซื้อเฉพาะที่ดินตามโฉนดเลขที่ 3915 เพียงแปลงเดียว จึงได้กรรมสิทธิเฉพาะแปลงที่ซื้อไว้เท่านั้น ไม่รวมถึงที่ ส.ค.1 แปลงพิพาทด้วย ขอให้ศาลสั่งยกคำร้องวันนัดพร้อม ผู้ร้องรับว่าได้ไปร่วมในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกและได้ทราบข้อความในประกาศขายทอดตลาดก่อนขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของผู้ร้องผู้ร้องอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 3915 ติดจำนองผู้ร้องทั้งแปลงรวมทั้งที่งอกริมตลิ่งด้วย การขายที่ดินตามโฉนดเลขที่ 3915 ย่อมหมายรวมถึงที่งอกริมตลิ่งด้วย การที่จำเลยแจ้งการครอบครองที่งอกไว้ต่างหากจะถือว่าได้แยกที่ดินออกเป็นส่วนเป็นสัดให้พ้นการจำนองไม่ได้ แม้เจ้าพนักงานจะแยกขายที่ดินได้ ก็ต้องขายที่งอกริมตลิ่งอย่างมีภารจำนองติดไปด้วยศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อเจ้าพนักงานไปยึดทรัพย์ของจำเลย ได้แยกการยึดที่ดินตามโฉนดเลขที่ 3915 กับที่ดินตามใบส.ค.1 เลขที่ 137/2500 ไว้คนละอันดับในประกาศขายทอดตลาดก็แยกกันไว้คนละอันดับ ขณะประชุมเจ้าหนี้ของผู้ล้มละลาย ผู้ร้องก็ไปร่วมด้วยและได้ทราบประกาศขายทอดตลาดที่แยกที่ดิน 2 รายการนี้ออกเป็น 2 แปลงก่อนการขายทอดตลาดได้กำหนดขายในวันเวลาเดียวกัน ผู้ร้องประมูลซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 3915 ได้ แต่ที่ดินตามใบ ส.ค.1 เลขที่ 137/2500 มีผู้ให้ราคาต่ำ จึงได้งดการขายไว้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ที่ดินโฉนดเลขที่ 3915 จะติดการจำนองผู้ร้องรวมถึงที่งอกริมตลิ่งตามใบ ส.ค.1 เลขที่ 137/2500 ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างก็ตามเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจแยกขายเป็นคนละแปลงได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 123 ตามประกาศขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 3915 ก็บอกจำนวนเนื้อที่ชัดเจนว่ามี 50 ตารางวาและที่งอกตามใบ ส.ค.1 เลขที่ 137/2500 มีเนื้อที่ 3 งาน 3 ตารางวาแยกกันเป็นคนละแปลง ผู้ร้องก็รู้ดีอยู่แล้ว ไม่มีทางที่ผู้ร้องจะเข้าใจว่าการขายที่ดินโฉนดเลขที่ 3915 นั้น รวมถึงที่งอกตามใบ ส.ค.1 เลขที่ 137/2500ด้วย เมื่อความปรากฏว่าผู้ร้องซื้อเฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 3915 ก็ได้กรรมสิทธิ์เฉพาะที่ดินตามโฉนดเท่านั้นจะถือเอาประโยชน์จากบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308 ผนวกที่งอกตามใบ

ส.ค.1 เลขที่ 137/2500 ที่เจ้าพนักงานประกาศขายเป็นอีกแปลงหนึ่งต่างหากเป็นของตนด้วยไม่ได้ตามที่ผู้ร้องอ้างว่า การที่จำเลยแจ้งการครอบครองที่งอกริมตลิ่งไว้ต่างหากจะถือว่าได้แยกที่ดินออกเป็นส่วนเป็นสัดให้พ้นภาระจำนองไม่ได้แม้เจ้าพนักงานจะแยกขายที่ดินได้ ก็ต้องขายที่งอกริมตลิ่งอย่างมีการจำนองติดไปด้วยนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แยกที่งอกริมตลิ่งไปขายต่างหากเช่นนี้ จะทำให้ที่แปลงนี้มีภาระจำนองติดอยู่หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อคู่ความมิได้ว่ากล่าวกันมาแต่ต้น จึงรับวินิจฉัยให้ไม่ได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้