Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อเป็นที่เห็นได้ว่าการที่จำเลยผู้รับประกันภัยถือว่าข้อความจริงที่ว่ารถเคยถูกชนมาก่อน ซึ่งโจทก์ผู้เอาประกันมิได้เปิดเผยให้จำเลยทราบนั้น ไม่ใช่ข้อสำคัญอันจะมีผลเป็นการจูงใจจำเลยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นกว่าที่เรียกไว้ หรือเป็นเหตุบอกปัดไม่ยอมทำสัญญาด้วย เพียงแต่มีผลให้จำเลยไม่ยอมรับประกันภัยในจำนวนเงินที่โจทก์เอาประกันภัยไว้เท่านั้น กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 อันจะทำให้สัญญาประกันภัยเป็นโมฆียะ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำรถยนต์เก๋งยี่ห้องเบนซ์ หมายเลขทะเบียน ก.ท.ข.๖๒๔๔ ของโจทก์ไปประกันภัยไว้กับจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการรับประกันวินาศภัยรถยนต์และวินาศภัยอื่น ๆ จำเลยตกลงรับประกันภัยไว้ในราคา ๑๒๐,๐๐๐ บาท มีกำหนดเวลา ๑ ปี หากรถยนต์ของโจทก์เกิดภัยพิบัติใด ๆ หรือถูกขโมยไปทั้งคัน จำเลยสัญญาว่าจะจ่ายเงินชดใช้ให้เท่าที่โจทก์ต้องเสียหายไป คงปรากฏตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ท้ายฟ้อง ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๑๕ เวลาประมาณ ๙ นาฬิกา โจทก์นำรถยนต์ไปธุระและจอดไว้ใกล้กับที่ว่าการอำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยใส่กุญแจไว้เรียบร้อย ครั้นเวลาประมาณ ๑๑ นาฬิกา โจทก์กลับมาไม่พบรถยนต์ของโจทก์

เข้าใจว่าถูกขโมยไป โจทก์จึงไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจหัวหมาก จนบัดนี้ก็ยังไม่สามารถจับคนร้ายหรือค้นหารถยนต์ของโจทก์พบ โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยจ่ายเงินชดใช้ตามสัญญา จำเลยกลับบิดพลิ้ว จึงขอศาลได้บังคับจำเลยใช้ค่าทดแทน (ราคารถยนต์) พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๑ ปี เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒๙,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า รถยนต์ของโจทก์มิได้สูญหายไปจริงดังฟ้อง เดิมรถยนต์ของโจทก์คันนี้ถูกชนเสียหายมาก โจทก์ซื้อมาราคาไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท แล้วซ่อมแซมเล็กน้อย รถยนต์ยังอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ราคาไม่ถึง ๑๒๐,๐๐๐ บาท โจทก์ปกปิดความจริงข้อนี้ไม่แจ้งให้จำเลยทราบ และไม่นำรถยนต์มาให้จำเลยตรวจสภาพก่อน เป็นการหลอกลวงทำกลฉ้อฉลให้จำเลยหลงเชื่อ ถ้าจำเลยทราบความจริงแล้วจะไม่ยอมทำสัญญารับประกันภัยกับโจทก์ในราคา ๑๒๐,๐๐๐ บาท เป็นการหลงผิดในสาระสำคัญแห่งสัญญา จำเลยได้บอกล้างสัญญาประกันภัยดังกล่าวต่อโจทก์และตกเป็นโมฆะแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหาย หากจะต้องรับผิดก็เพียง ๕๐ เปอร์เซนต์ เพราะที่รถยนต์หายไปเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างมากของโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๑๕ จนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า รถยนต์คันที่เอาประกันภัยนี้เคยถูกชนมาก่อน แต่โจทก์ไม่ได้แจ้งความข้อนี้ให้จำเลยทราบ จะถือว่าสัญญาประกันภัยรายพิพาทเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๕ หรือไม่ เห็นว่าสาระสำคัญของบทบัญญัติมาตรา ๘๖๕ อยู่ที่ว่า ถ้าผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้วละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจูงใจให้ผู้รับประกันภัยเรียกเบี้ยประกันสูงขึ้น หรือบอกปัดไม่ยอมทำสัญญาประกันภัยด้วย จึงเป็นโมฆียะ ข้อนี้นายมานะ สุขบาง ผู้จัดการแผนกประกันภัยรถยนต์ของบริษัทจำเลยเบิกความว่า ถ้าหากบริษัทจำเลยทราบว่ารถยนต์โจทก์เคยถูกชนมาก่อนแล้ว บริษัทจำเลยจะไม่ยอมรับประกันในจำนวนเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท เป็นที่เห็นได้ว่า ข้อความจริงว่ารถเคยถูกชนมาก่อนที่โจทก์มิได้เปิดเผยให้จำเลยทราบนั้น

ไม่ใช่ข้อสำคัญอันจะมีผลเป็นการจูงใจจำเลยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นกว่าที่เรียกไว้ หรือเป็นเหตุบอกปัดไม่ยอมทำสัญญาด้วย เพียงแต่มีผลให้จำเลยไม่ยอมรับประกันภัยในจำนวนเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท เท่านั้น กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา ๘๖๕ อันจะทำให้สัญญาประกันภัยรายพิพาทเป็นโมฆียะ ดังข้อฎีกาของจำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ ไวกาสี · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสหัส สิงหวิริยะ
ศาลอุทธรณ์ - นายแถมชัย สิทธิไตรย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2566

การที่ ย. รู้ถึงข้อเท็จจริงที่ตนเคยได้รับการตรวจสุขภาพ และแพทย์ให้ข้อสังเกตว่าตนเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก่อนแล้ว แต่ไม่เปิดเผยข้อความจริงนั้น ซึ่งหาก ย. เปิดเผยย่อมจูงใจให้จำเลยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5133/2562

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยบอกล้างโมฆียะกรรมภายใน 30 วัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคหนึ่ง สัญญาประกันชีวิตจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยทราบมูลอันควรจะบอกล้างโมฆียะก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 601543)

สัญญาประกันภัยเป็นสัญญาที่ต้องการความสุจริตหรือความไว้วางใจระหว่างคู่สัญญาเป็นสำคัญ ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยที่จะต้องเปิดเผยข้อความจริงให้ผู้รับประกันภัยรับรู้ ขณะที่ ส. ขอทำสัญญาประกันภ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9976/2558

ช. เป็นพนักงานของจำเลยได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ตรวจสอบและรวบรวมประวัติการรักษาพยาบาลของ ล. ถือได้ว่า ช. เป็นตัวแทนของจำเลยแล้ว ในการตรวจสอบประวัติการเข้ารับการรักษาพยาบาลของ ล. นั้น ช. เป็นผู้ติดตามปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1137/2557

การบอกล้างสัญญาประกันชีวิตภายใน 1 เดือน นับแต่วันทราบมูลอันจะบอกล้างได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคสอง เมื่อจำเลยผู้รับประกันภัยปฏิเสธชดใช้เงินค่าสินไหมทดแทนและให้การต่อสู้โดยเป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่าจำเลยได้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้