Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9164/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ให้การว่า ทำสัญญากู้เงินโจทก์ในฐานะตัวแทนของ บ. ผู้ที่จะต้องรับผิดตามสัญญากู้เงินตามฟ้องจึงเป็นบ. และตามคำร้องที่จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกบ. เข้ามาเป็นจำเลยร่วมก็อ้างว่า ถ้าหากศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 แพ้คดี จำเลยที่ 1 ในฐานะตัวแทนของ บ.ย่อมจำต้องฟ้อง บ. ซึ่งเป็นตัวการเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยคำร้องของจำเลยที่ 1 จึงเข้าเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(3)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้กู้เงินจากโจทก์จำนวนเงิน300,000 บาท มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ผ่อนชำระหนี้รายเดือนตามข้อตกลงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 486,134.49 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 1ได้กู้ยืมเงินไปจากโจทก์ตามฟ้องจริง แต่กู้ในฐานะเป็นตัวแทนของนายบุญชู โรจนเสถียร เพื่อนำมาจัดพิมพ์หนังสือชื่อ"แนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองไทย" ของนายบุญชูซึ่งนายบุญชูมอบหมายให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนในการจัดพิมพ์และจัดจำหน่ายซึ่งโจทก์ก็ทราบ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญากู้เงินฉบับดังกล่าว และจำเลยที่ 1 กับผู้จัดการของโจทก์สาขาบางกะปิในขณะนั้นได้ขอร้องให้จำเลยที่ 2 ลงชื่อในสัญญาค้ำประกันเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบและประเพณีการกู้ยืมเงินของธนาคารตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยคู่สัญญาทุกฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาที่จะผูกพันตามสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน

ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนายบุญชู โรจนเสถียร เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน486,134.49 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้หมายเรียกนายบุญชู โรจนเสถียร เข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตั้งแต่หมายเรียกนายบุญชูเข้ามาเป็นจำเลยร่วม นัดสืบพยานโจทก์และจำเลย แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินตามฟ้องกับโจทก์ในฐานะเป็นตัวแทนของนายบุญชู

ผู้ที่จะต้องรับผิดตามสัญญากู้เงินตามฟ้องจึงเป็นนายบุญชูไม่ใช่จำเลยที่ 1 และตามคำร้องที่จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกนายบุญชูเข้ามาเป็นจำเลยร่วมจำเลยที่ 1 ก็อ้างในคำร้องว่าถ้าหากศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 แพ้คดีตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ในฐานะที่เป็นตัวแทนของนายบุญชูย่อมจำต้องฟ้องนายบุญชูซึ่งเป็นตัวการเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ย ดังนี้คำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกนายบุญชูเข้ามาเป็นจำเลยร่วมจึงเป็นคำร้องที่เข้าเกณฑ์ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(3) ประกอบกับเมื่อพิจารณาข้ออ้างของจำเลยที่ 1ที่ไม่สามารถยื่นคำร้องพร้อมกับคำให้การได้ก็มีเหตุผลสมควรดังนี้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้หมายเรียกนายบุญชูเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · จรัญ หัตถกรรม · เหล็ก ไทรวิจิตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2567

คำร้องขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน หากตนเองต้องแพ้คดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) นั้น ไม่ใช่คำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) เพราะเป็นแต่คำร้องให้เรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2566

แม้คดีนี้ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์จนกระทั่งมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสิทธิให้ผู้ร้องมีชื่อในโฉนดที่ดินพิพาทแล้วโดยไม่มีการออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับคดีแก่ล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4313/2565

ตามคําร้องสอดผู้ร้องสอดกล่าวอ้างว่าจําเลยไม่เคยมีการประชุม และมีมติแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ โจทก์และกรรมการชุดใหม่ของจําเลยฉ้อฉลทำหนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาจำนำหุ้นเป็นประกันหนี้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2737/2563

คดีนี้โจทก์ฟ้องโดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า โดยโจทก์เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2510 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จำเลยนำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้