Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์เคยฟ้องคดีนี้และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว และโต้เถียงข้อแถลงของโจทก์ที่ว่าจำเลยยินยอมจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบ ข้อเท็จจริงก็รับฟังไม่ได้ตามที่โจทก์แถลง ดังนั้น การที่ศาลแรงงาน ฯ วินิจฉัยว่า จำเลยได้ให้คำมั่นกับโจทก์ว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้ ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำจึงเป็นการไม่ชอบ โจทก์เคยฟ้องเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้างจ่ายและเงินประกันคืน แล้วตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยว่า จำเลยยอมจ่ายเงินให้โจทก์จำนวนหนึ่ง โจทก์ยอมตามที่จำเลยตกลงโดยไม่ติดใจเรียกร้องประโยชน์ใด ๆ และไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไปทั้งทางแพ่งและอาญาจากการเลิกจ้างนี้ ดังนี้ สิทธิเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยต่างมีมูลมาจากการเลิกจ้างซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากจำเลยตั้งแต่จำเลยเลิกจ้างแล้วข้อความตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงมีผลรวมไปถึงโจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องค่าชดเชยด้วย การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้อีกจึงเป็นฟ้องซ้ำ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานแล้วเลิกจ้างโดยไม่ปรากฏความผิดและไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์เคยฟ้องคดีเรื่องนี้และทำสัญญาประนีประนอมยอมความไว้แล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง วันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์แถลงว่าเคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลย เพราะโจทก์ฟ้องเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างเดียวเนื่องจากจำเลยให้คำมั่นว่าจะจ่ายค่าชดเชยแต่ไม่ยอมจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แล้วจำเลยไม่จ่ายค่าชดเชย โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ จำเลยแถลงว่าเคยพูดจากกับโจทก์ถึงเรื่องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแต่ยังตกลงกันไม่ได้ โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดไปตามคำฟ้องคำให้การและข้อเท็จจริงที่แถลงรับกัน ไม่ติดใจสืบพยาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยให้คำมั่นด้วยวาจากับโจทก์ว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้แล้วไม่ยอมจ่ายให้ โจทก์จึงฟ้องจำเลยให้จ่ายค่าชดเชยขณะโจทก์ฟ้องเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ข้อโต้เถียงเกี่ยวกับสิทธิในค่าชดเชยยังไม่มีเพราะจำเลยรับว่าจะจ่ายให้ หลังจากยอมความกันแล้วโจทก์ทวงถามเรียกค่าชดเชยจำเลยไม่ยอมจ่าย โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องได้ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์เคยฟ้องคดีเรื่องนี้และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว และโต้เถียงข้อแถลงของโจทก์ที่ว่าจำเลยยินยอมจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ด้วยข้อเท็จจริงในข้อหลังยังรับฟังเป็นยุติไม่ได้ โจทก์มีหน้าที่นำสืบในข้อนี้ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบ ข้อเท็จจริงก็รับฟังไม่ได้ตามที่โจทก์แถลงการที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยรับฟังว่าจำเลยได้ให้คำมั่นกับโจทก์ว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้และนำมาวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำจึงไม่เป็นการไม่ชอบ สำหรับปัญหาฟ้องซ้ำนั้น แม้ในคดีก่อนโจทก์ฟ้องเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้างจ่ายและเงินประกันคืนก็ตามแต่ก็ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยว่าจำเลยยอมจ่ายเงินให้โจทก์จำนวนหนึ่ง

โจทก์ยอมตามที่จำเลยตกลงนอกจากนี้โจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องประโยชน์อย่างใด ๆ อีก ไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาจากการเลิกจ้างครั้งนี้ เป็นที่เห็นได้ว่าทั้งสิทธิเรียกร้องในสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยต่างมีมูลมาจากการเลิกจ้าง โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากจำเลยตั้งแต่จำเลยเลิกจ้างหรือก่อนฟ้องคดีก่อนแล้ว ฉะนั้น ข้อความตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงมีผลรวมไปถึงโจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องค่าชดเชยซึ่งมีมูลมาจากการเลิกจ้างของจำเลยด้วยการที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้อีกจึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา ๓๑

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · ดุสิต วราโห
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายกอบเกียรติ รัตนพานิชศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้