Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 นำพินัยกรรมปลอมไปจดทะเบียนรับมรดกที่ดิน เฉพาะส่วนของเจ้ามรดกมาเป็นของตนโดยทุจริต จำเลยที่ 1 ย่อมไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนนั้น และไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินนั้นได้ จำเลยที่ 2 รับซื้อฝากที่ดินดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 แม้จะพ้นกำหนดเวลาไถ่ถอนการขายฝากแล้ว จำเลยที่ 2 ก้ไม่ได้กรรมสิทธิ์และจะยกเหตุที่กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนขึ้นอ้างหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลและเป็นทายาทโดยธรรมของนางต่วมซึ่งถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๑๖ และมีทรัพย์มรดกคือที่ดินโฉนดที่ ๖๖๘, ๒๓๙๘ และสิทธิเรียกร้องเงินกู้อีก ๒๕,๐๐๐ บาท โดยผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมไว้ โจทก์และนางเฉลี่ยว (บุตรผู้ตาย) เป็นทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตาย จำเลยที่ ๑ ได้จดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินโฉนดที่ ๖๖๘ เฉพาะส่วนของผู้ตายเป็นของจำเลยที่ ๑ โดยอ้างว่านางต่วมทำพินัยกรรมลงวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๑๖ ความจริงพินัยกรรมดังกล่าวจำเลยที่ ๑ กับพวกทำปลอมขึ้น เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อจึงจดทะเบียนให้ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้นำที่ดินส่วนที่รับมรดกมาไปขายฝากแก่จำเลยที่ ๒ กำหนดไถ่ถอนวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๘ เมื่อพินัยกรรมดังกล่าวปลอม

จำเลยที่ ๑ จึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรมนั้นและไม่มีอำนาจขายฝากที่ดินแลปงนี้แก่จำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าพินัยกรรมดังกล่าวเป็นพินัยกรรมปลอม เพิกถอนการรับมรดกที่ดินโฉนดที่ ๖๖๘ ของจำเลยที่ ๑ เพิกถอนสัญญาขายฝาก ให้จำเลยทั้งสองถอนชื่อออกจากโฉนดที่ ๖๖๘ ถ้าไม่จัดการให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า พินัยกรรมตามฟ้องมิใช่พินัยกรรมปลอม จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่เกี่ยวข้องหรือทราบเรื่องพินัยกรรมปลอม จำเลยที่ ๒ รับซื้อฝากที่ดินโฉนดที่ ๖๖๘ จากจำเลยที่ ๑ โดยสุจริต เสียค่าตอบแทน จดทะเบียนการขายฝากวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ กำหนดไถ่ถอน ๑ ปี

จำเลยที่ ๒ ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยสมบูรณ์ ศาลชั้นต้นฟังว่าพินัยกรรมตามฟ้องเป็นพินัยกรรมปลอม จำเลยที่ ๑ นำพินัยกรรมปลอมไปจดทะเบียนรับมรดกที่ดินโฉนดที่ ๖๖๘ เป็นของตนโดยทุจริตก็เสมือนว่ามิได้มีนิติกรรมการโอนเกิดขึ้นเลย จำเลยที่ ๑ ไม่มีกรรมสิทธิ์ ไม่มีสิทธิเอาที่ดินส่วนนี้ไปขายฝากแก่ใครได้ ไม่เกิดผลให้จำเลยที่ ๒ มีสิทธิตามนิติกรรมนั้น พิพากษาว่าพินัยกรรมตามฟ้องเป็นพินัยกรรมปลอมให้เพิกถอนการรับมรดกของจำเลยที่ ๑ และสัญญาขายฝากตามฟ้อง ให้จำเลยทั้งสองถอนชื่อออกจากโฉนดเลขที่ ๖๖๘ ถ้าจำเลยทั้งสองไม่จัดการถอนชื่อก็ให้เจ้าพนักงานถอนชื่อจำเลยทั้งสองออกจากโฉนด จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าจำเลยที่ ๒ รับซื้อฝากที่พิพาทโดยสุจริตเสียค่าตอบแทน และจดทะเบียนสิทธิแล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา ๔๙๑ และได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๒๙๙ วรรคสอง, ๑๓๐๐ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๑ นำพินัยกรรมปลอม ฉบับลงวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๑๖ ไปจดทะเบียนรับมรดกที่ดินโฉนดที่ ๖๖๕๘ ฉบับเฉพาะส่วนของนางต่วมมาเป็นของตนโดยทุจริต จำเลยที่ ๑ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทส่วนนั้น แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ ทำนิติกรรมรับซื้อฝากที่ดินมรดกส่วนของนางต่วมในโฉนดที่ ๖๖๘ ไว้จากจำเลยที่ ๑ ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์และไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินนั้นได้ จนพ้นกำหนดเวลาไถ่ถอนการขายฝาก จำเลยที่ ๒ ผู้รับซื้อฝากก็ไม่ได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ จำเลยที่ ๒ จะยกเหตุที่กระทำโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนขึ้นอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์หาได้ไม่ เพราะจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ จึงไม่มีอำนาจโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ใดได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวรรณพ กองวารี · ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายดำรง อุณหวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายจินดา บุญศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้