Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่เจ้าบ้านผู้เป็นมารดายอมให้จำเลยซึ่งเป็นนายสิบตำรวจผู้บุตร ขนฝิ่นเข้ามาไว้ในบ้านนั้นมารดาอาจเข้าใจว่าจำเลยจับฝิ่นได้จากคนร้ายก็ได้ทั้งเพิ่งนำมาเก็บไว้ไม่กี่ชั่วโมงก็เกิดถูกจับขึ้นดังนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะฟังว่าเจ้าบ้านผู้เป็นมารดาสมคบกับจำเลยอื่นมีฝิ่นไว้ในครอบครองผิดกฎหมาย พลตำรวจไปกับนายสิบตำรวจซึ่งเป็นหัวหน้าแล้วไปกระทำผิดขึ้นศาลลงโทษเบากว่านายสิบตำรวจผู้เป็นหัวหน้าได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63 ป.อ. มาตรา 63

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันมีฝิ่นรวมหนัก 490 กก. 700 ก. โดยไม่ได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษและริบของกลางจำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ 1, 2, 3 ไปจับฝิ่นของกลางมาฝากไว้ที่บ้านจำเลยที่ 4 ส่วนเจ้าของฝิ่นหลบหนีไปจับไม่ได้ จำเลยจึงไม่ผิด พิพากษายกฟ้อง ริบของกลางศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทั้ง 4 สมคบกันมีฝิ่นไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษากลับว่าจำเลยมีผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่นพ.ศ. 2472 มาตรา 8, 53, 64 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2494 มาตรา 6 จำคุกคนละ 5 ปี ปรับคนละ 19,628,000 บาท จำเลยที่ 1, 2, 3 เป็นข้าราชการวางโทษหรือคูณตามพระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2494 มาตรา 11 เป็นจำคุกคนละ 10 ปี ปรับคนละ 39,256,000 บาท

ไม่ใช้ค่าปรับจัดการตาม มาตรา 18 กฎหมายอาญาหากจำแทนจำคุกคนละ 1 ปี ของกลางริบจำเลยทั้ง 4 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1, 2, 3 ชอบด้วยทางพิจารณาแล้ว แต่พลตำรวจสมัคร จอย กับพลตำรวจสมัครประพจน์ จำเลยที่ 2, 3 นั้นเป็นตำรวจผู้น้อยออกไปสืบเสาะจับกุมผู้ร้ายกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาแต่ไปกระทำผิดร่วมกัน ควรกำหนดโทษจำคุกให้เบากว่าจำเลยที่ 1 คดีเฉพาะนางนวมจำเลยที่ 4 ได้ความว่าเป็นเจ้าของบ้านที่เก็บฝิ่นและเป็นมารดาจำเลยที่ 1 การที่นางนวมยอมให้จำเลยที่ 1 ผู้เป็นบุตรนำฝิ่นมาไว้ในบ้านนั้น นางนวมอาจเข้าใจว่าจำเลยที่ 1 จับฝิ่นได้จากคนร้ายก็ได้ และเพิ่งนำมาเก็บไว้ได้ไม่กี่ชั่วโมงก็ถูกจับ ยังไม่เพียงพอที่จะฟังว่า นางนวมสมคบกับจำเลยอื่นกระทำผิดหรือมีฝิ่นไว้ในครอบครองอันเป็นการผิดกฎหมายจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เฉพาะโทษจำคุกจำเลยที่ 2, 3 เหลือคนละ 6 ปี ส่วนจำเลยที่ 4 ให้ยกฟ้อง นอกจากนี้ยืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2500

คนร้ายลักโคจูงมาระหว่างทางพบจำเลย จำเลยช่วยคนร้ายไล่ต้อนโคโดยรู้ว่าเป็นโคของผู้อื่นและเมื่อพวกเจ้าทรัพย์มาพบก็วิ่งหนีไปด้วยกัน ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้สมคบหรือสมรู้กับคนร้ายในการลักทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1633/2499

เมื่อข้อเท็จจริงในท้องสำนวนปรากฏว่า ผู้เสียหายมอบเงินให้แก่ผู้แทนผู้เสียหายไปรับจำนองแทนผู้เสียหาย เพราะเชื่อตามที่ผู้แทนบอกเช่นนี้ และศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าผู้เสียหายหลงเชื่อจำเลย ดังนี้เป็นการวิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1073/2499

เมื่อปรากฏว่าปืนคาไบร์สองกระบอกนี้เป็นปืนไม่มีทะเบียนและเป็นปืนชนิดที่ใช้ในราชการทหาร เช่นนี้จำเลยก็น่าจะต้องรู้ว่าปืนนั้นได้พ้นมาจากการครอบครองของทางราชการโดยมิชอบประกอบด้วยพฤติการณ์ของจำเลยแสดงความพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1401/2498

จำเลยได้ไปกับพวกอีกคนหนึ่ง แล้วพวกของจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย จำเลยกับพวกก็พากันวิ่งหนีไปด้วยกัน จำเลยเป็นคนมีสาเหตุกับผู้ตายมาก่อน ก่อนเกิดเหตุพวกจำเลยคนนั้นก็นั่งคุยอยู่ที่เรือนจำเลย จำเลยย่อมมีความผิดฐ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2498

ให้ศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงอย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริงและจำเลยเป็นผู้กระทำผิดนั้นโจทก์มีพยานแวดล้อมว่า "ก่อนเกิดเหตุครึ่งเดือนผู้ตายชกนายใบจำเลยเรื่องแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้