Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9136/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำสั่งของจำเลยซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีของเทศบาลโจทก์ถ้าสั่งไปตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ย่อมไม่ใช่การกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 และวันที่ 21 พฤษภาคม 2536โจทก์ได้ประกาศให้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและประกาศรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรี โดยรับสมัครตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2536 ถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2536 และกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 11 กรกฎาคม 2536 ปรากฏว่ามีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรีทั้งหมด 61 คนซึ่งมีนายบุญสม วงษ์คำอินทร์ นายณรงค์ศักดิ์ คำแพร และนายกิตติ ปภัสโรบล ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 19, 20และ 57 ด้วย ต่อมาวันที่ 4 กรกฎาคม 2536 นายบุญสมนายณรงค์ศักดิ์ และนายกิตติ ได้ขอถอนการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรี จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีในขณะนั้นได้อนุญาตให้นายบุญสมและนายณรงค์ศักดิ์ถอนการสมัครรับเลือกตั้งและลงนามในประกาศให้ประชาชนทราบ

ส่วนนายกิตตินั้น จำเลยไม่อนุญาตให้ถอนการสมัครรับเลือกตั้ง อันเป็นการใช้ดุลพินิจและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบครั้นวันที่ 11 กรกฎาคม 2536นายกิตติได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรีหลังจากนั้นนายศักดิ์ น้อยพานิช ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายกิตติเป็นผู้ไม่มีสิทธิได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรี ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่านายกิตติมิได้รับเลือกตั้งโดยชอบตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลพ.ศ. 2482 ให้เทศบาลเมืองราชบุรีประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลแทนนายกิตติภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันได้รับคำสั่งศาล ต่อมาโจทก์ได้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรีจนเสร็จสิ้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 288,094.60 บาท

การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน288,094.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า นายกิตติ ปภัสโรบล ไม่ได้ยื่นคำร้องขอถอนการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลด้วยตนเอง แต่มอบอำนาจให้นายราเชน สังข์เพชร ดำเนินการแทน แต่นายราเชนก็ไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำร้องดังกล่าว กลับเป็นสิบตรีเทพนภาถิ่นมธุรส เป็นผู้ยื่นคำร้องและให้ถ้อยคำบันทึกข้อเท็จจริงแก่โจทก์ ทำให้เกิดมีข้อพิรุธน่าสงสัย จำเลยจึงมีความเห็นสั่งในคำร้องของนายกิตติว่านายกิตติควรยื่นคำร้องขอถอนการสมัครด้วยตนเอง และให้โจทก์มีหนังสือแจ้งให้นายกิตติทราบโดยด่วน

อันเป็นการใช้ดุลพินิจโดยถูกต้องและป้องกันความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามระเบียบและเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งต่อมานายกิตติได้ทำหนังสือยืนยันว่าไม่ได้มีความประสงค์ขอถอนการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลอันทำให้โจทก์และจำเลยพิจารณาอนุญาตให้ถอนคำร้องขอถอนการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลก็เป็นการกระทำโดยสุจริต จำเลยจึงมิได้ทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยการที่โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเพราะเป็นหน้าที่ของโจทก์โดยตรงที่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งตามคำพิพากษาของศาลและเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลที่ว่างลงอีกหนึ่งตำแหน่งเนื่องจากสมาชิกสภาเทศบาลถึงแก่ความตายขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ข้อเท็จจริงที่คู่ความแถลงรับกันตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 6 มีนาคม 2538 ประกอบเอกสารที่โจทก์อ้างส่งได้ความว่า เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2536 นายกิตติ ปภัสโรบลได้ทำคำร้องขอถอนการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรีตามเอกสารหมาย จ.12 และในวันดังกล่าวสิบตรีเทพนภา ถิ่นมธุรสได้นำคำร้องดังกล่าวไปยื่นต่อปลัดเทศบาลเมืองราชบุรีแต่ยังไม่มีการดำเนินการเพราะเป็นวันหยุดราชการ ต่อมาวันที่5 กรกฎาคม 2536 โจทก์ได้ลงรับคำร้องตามเอกสารหมาย จ.12นายจุมพล ธรรมมา เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลเมืองราชบุรีและนายสุธิกะ

รอดสวัสดิ์ ปลัดเทศบาลเมืองราชบุรีได้มีความเห็นเสนอจำเลยซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองราชบุรีในขณะนั้นว่าควรอนุญาต จำเลยได้พิจารณาแล้วได้บันทึกสอบถามนายจุมพลว่ารับหนังสือนี้ผู้ถอนยื่นเองหรือเปล่าและรับหนังสือนี้ตั้งแต่เมื่อใด ขอให้ชี้แจงให้ละเอียด นายจุมพลได้ชี้แจงจำเลยว่าได้รับคำร้องขอถอนการสมัครรับเลือกตั้งดังกล่าวจากปลัดเทศบาลเมื่อเวลาประมาณ 15 นาฬิกา ของวันที่ 4 กรกฎาคม 2536 โดยปลัดเทศบาลแจ้งว่าได้รับคำร้องนี้จากนายกิตติมายื่นด้วยตนเองได้ให้นายจุมพลลงรับในวันที่ 5 กรกฎาคม 2536 เวลา 8.00 นาฬิกาพร้อมทั้งให้นายจุมพลเสนอความเห็นเพื่อพิจารณาสั่งการ ในวันเดียวกันสิบตรีเทพนภาได้นำหนังสือมอบอำนาจระหว่างนายกิตติกับนายราเชน

สังข์เพชร ตามเอกสารหมาย จ.13 มามอบให้โจทก์ หลังจากนั้นโจทก์ได้สอบสวนสิบตรีเทพนภาตามบันทึกสอบสวนข้อเท็จจริงเอกสารหมาย จ.14 ได้ความว่านายกิตติได้นำคำร้องขอถอนการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมามอบให้สิบตรีเทพนภาเพื่อนำมายื่นต่อปลัดเทศบาลแทน สิบตรีเทพนภาได้นำคำร้องดังกล่าวไปยื่นต่อปลัดเทศบาลเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม2536 แต่ไม่พบ จึงนำไปฝากไว้กับเด็กที่อยู่ในบ้านพักปลัดเทศบาลปลัดเทศบาลได้เสนอจำเลยว่าเห็นควรอนุญาตให้ถอนการสมัครได้จำเลยได้บันทึกสั่งการในวันที่ 6 กรกฎาคม 2536 ว่า ตามที่เทศบาลได้รับคำร้องขอถอนการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท)ที่ลงชื่อนายกิตติ ปภัสโรบล เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2536เวลา 8.30 นาฬิกา และเทศบาลได้รับหนังสือมอบอำนาจที่ลงชื่อนายกิตติมอบอำนาจให้นายราเชน

สังข์เพชร เป็นผู้มีอำนาจยื่นถอนการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ท.แทนตัวเอง ประกอบกับบันทึกสอบสวนข้อเท็จจริงของสิบตรีเทพนภาที่ได้ให้ถ้อยคำต่อปลัดเทศบาลเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2536 และเทศบาลได้รับไว้เมื่อเวลา 15.30 นาฬิกา โดยมีข้อความยืนยันว่าสิบตรีเทพนภาเป็นผู้มายื่นคำร้องมิใช่นายราเชนผู้รับมอบอำนาจจากนายกิตติมายื่นนั้น ผมได้ตรวจสอบพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 มาตรา 24 วรรคแรก บัญญัติว่าจึงเห็นว่ากรณีเช่นนี้ นายกิตติน่าจะมาถอนการสมัครด้วยตนเองแต่ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏคำร้องขอถอนการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล สิบตรีเทพนภายืนยันเป็นผู้ยื่นให้ปลัดเทศบาลประกอบกับมีหนังสือมอบอำนาจการยื่นถอนการสมัครให้แก่นายราเชนเป็นผู้ยื่นแทนแต่ไม่ได้มายื่น

กลับเป็นสิบตรีเทพนภาเป็นผู้นำมาแสดง น่าจะไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายจึงควรมีหนังสือแจ้งให้นายกิตติยื่นคำร้องและดำเนินการตามความประสงค์ด้วยตนเองโดยด่วน ต่อมาวันที่ 9 กรกฎาคม 2536 นายกิตติได้ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องถอนการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลอ้างว่า "ตามที่ข้าพเจ้านายกิตติได้ลงชื่อในคำร้องขอถอนการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ท. โดยไม่ได้กรอกข้อความรายละเอียดใด ๆลงไป แต่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นได้นำมายื่นแสดงแทนข้าพเจ้านั้นข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ข้าพเจ้าไม่สมัครใจที่จะถอนการสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ ข้าพเจ้าได้เซ็นชื่อโดยไม่ได้กรอกข้อความ"ปลัดเทศบาลได้เสนอจำเลยว่าเมื่อนายกิตติแสดงความจำนงขอถอนคำร้องถอนการสมัครรับเลือกตั้ง

ควรอนุญาตให้ถอนได้จำเลยจึงมีคำสั่งให้ดำเนินการตามเสนอ ปรากฏรายละเอียดตามเอกสารหมาย จ.16เห็นว่า คำสั่งของจำเลยดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้น จำเลยเห็นว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งปรากฏว่าต่อมานายกิตติก็ยืนยันว่าไม่สมัครใจถอนการสมัครรับเลือกตั้งดังกล่าว นายกิตติลงลายมือชื่อในคำร้องขอถอนการสมัครรับเลือกตั้งโดยไม่ได้กรอกข้อความ คำสั่งของจำเลยดังกล่าวเป็นการสั่งตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · สุทธิ นิชโรจน์ · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้