Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มาตรา 28 แห่ง พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ พ.ศ.2457บัญญัติให้ผู้ใหญ่บ้านท้องที่มีอำนาจและหน้าที่การงานในเขตท้องที่ของตนและ พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2486 มาตรา 6 เพิ่มหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ 18 ว่า'ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการฯ'ประกอบกับคำปลัดอำเภอพยานโจทก์ว่าผู้ใหญ่บ้านทุกคนมีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดในท้องที่ของตนและต้องรายงานให้อำเภอทราบ จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านจึงเป็นเจ้าพนักงานท้องที่ตาม กฎหมายเมื่อพาผู้ต้องหาในคดีลักและฆ่ากระบือไปส่งอำเภอระหว่างทางจำเลยจัดการให้ผู้เสียหายกับผู้ต้องหาเลิกคดีกันโดยผู้ต้องหายอมใช้ราคาค่าเสียหายจำเลยปล่อยผู้ต้องหาโดยจัดทำสัญญาประนีประนอมให้เลิกคดีกันปิดข้อเท็จจริงเรื่องลักทรัพย์และฆ่ากระบือเป็นเรื่องทำให้เสียทรัพย์โดยไม่เจตนา คือปิดข้อเท็จจริงซึ่งเป็นความผิดทางอาญาแผ่นดินไม่มีทางเลิกกันได้ให้เป็นความผิดส่วนตัวที่เลิกกันได้ตามกฎหมายเช่นนี้จำเลยได้ชื่อว่ากระทำการอันไม่ควรกระทำและมีเจตนาช่วยเหลือผู้กระทำผิดไม่ให้ต้องรับโทษการกระทำของจำเลยจึงเป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 142

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 142 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 28 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2486 มาตรา 6 ป.อ. มาตรา 142

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับราชการเป็นผู้ใหญ่บ้าน จำเลยมีหน้าที่ควบคุมตัวนายลพซึ่งต้องหาว่าลักกระบือของนายแสงและมีหน้าที่ต้องรักษาทรากกระบืออันเป็นสักขีพยานไว้เป็นของกลางเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนอำเภอเมืองเลย และมีหน้าที่รายงานคดีเรื่องนี้ให้พนักงานสอบสวนทราบ แต่จำเลยได้เพทุบายกระทำการที่ไม่ควรทำโดยปล่อยนายลพกับพวกไปและเอาทรากกระบือแจกจ่ายกันระหว่างพวกจำเลยไม่ส่งผู้ต้องหาและของกลางให้พนักงานสอบสวนและไม่รายงานให้พนักงานสอบสวนทราบโดยมีเจตนาจะช่วยผู้กระทำผิดมิให้ต้องรับอาญาตามกฎหมายเพราะจำเลยมีหน้าที่สืบเสาะคดีที่มีความผิดต่อกฎหมายขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 142, 154จำเลยรับว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านได้คุมตัวนายลพกับพวกมาครึ่งทางนายลพกับพวกยอมใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย

ผู้เสียหายก็ยอมจำเลยจึงทำหนังสือประนีประนอมยอมความไม่เอาเรื่องกันซึ่งจำเลยเข้าใจว่ามีอำนาจทำได้ หาใช่มีเจตนาทุจริตต่อหน้าที่ไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีหน้าที่เพียงแต่แจ้งเหตุที่เกิดขึ้นต่อกำนันนายตำบลเท่านั้น และเมื่อจับผู้กระทำผิดได้ก็ต้องนำส่งกำนันหามีบทบัญญัติให้จำเลยนำส่งต่อเจ้าพนักงานสอบสวนไม่เว้นแต่จะมีคำสั่งตามหน้าที่ราชการให้จำเลยทำเช่นนั้น แต่ข้อเท็จจริงในคดีไม่ปรากฏว่า กำนันหรืออำเภอได้สั่งให้จำเลยนำผู้ต้องหาไปส่งอำเภอหรือพนักงานสอบสวนจำเลยจึงไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะนำตัวผู้ต้องหาส่งหรือรายงานต่อเจ้าพนักงานสอบสวนดังโจทก์ฟ้องข้อเท็จจริงที่ได้ความมายังไม่พอจะถือว่าจำเลยมีหน้าที่ตามกฎหมายอาญา มาตรา 142 ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 237/2482,868/2493 พิพากษายกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยโจทก์ฎีกาว่าหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านจะต้องรายงานคดีที่เกิดขึ้นให้กรมการอำเภอทราบ

แม้จะไม่มีระบุไว้ชัดแจ้งในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 แต่พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 2) 2486 มาตรา 6ได้เพิ่มหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ 18 ว่า "ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการ ฯลฯ" ตามคำให้การของจำเลยเป็นการยอมรับโดยชัดแจ้งว่าจำเลยมีหน้าที่จับกุมนายลพกับพวกส่งพนักงานสอบสวนและได้ความจากนายสมปลัดอำเภอพนักงานสอบสวนพยานโจทก์ว่าผู้ใหญ่บ้านทุกคนมีหน้าที่รายงานคดีที่เกิดขึ้นให้กรมการอำเภอทราบ คดีของโจทก์ควรฟังว่าจำเลยมีหน้าที่ตามฟ้องของโจทก์ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 262/2495 คดีระหว่างอัยการอุดรธานี โจทก์นายกอง จำเลย จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้นศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านได้รับมอบหมายนายลพกับพวกจากผู้เสียหายซึ่งผู้เสียหายกับพวกจับมามอบโดยกล่าวหานายลพกับพวกลักและฆ่ากระบือ 1 ตัวของผู้เสียหายพร้อมด้วยทรากกระบือของกลาง

จำเลยนำตัวผู้เสียหายไปส่งอำเภอเมื่อพาไประหว่างทาง จำเลยจัดการให้ผู้เสียหายกับผู้ต้องหาเลิกคดีกันโดยผู้ต้องหายอมใช้ราคากระบือให้ จำเลยจึงปล่อยตัวผู้ต้องหาไปไม่ส่งอำเภอโดยจำเลยจัดการทำสัญญาประนีประนอมให้เลิกคดีกัน ปิดผันข้อเท็จจริงเรื่องลักกระบือเป็นเรื่องทำให้เสียทรัพย์โดยไม่เจตนาเป็นเรื่องว่าผู้ต้องหาไปล่าสัตว์ป่าและเห็นตากระบือเป็นตาสัตว์ป่าจึงยิงไปถูกกระบือของผู้เสียหายตาย ผู้ต้องหาจึงยอมใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายเป็นเงิน300 บาท นั้นมาตรา 142 บัญญัติว่า "เจ้าพนักงานคนใดท่านใช้ให้มีหน้าที่สืบเสาะไต่สวนหรือฟ้องร้องคดีที่มีความผิดต่อพระราชกำหนดกฎหมายและมันเพทุบายกระทำการที่ไม่ควรจะกระทำหรือเว้นการที่ไม่ควรเว้นด้วยเจตนาจะช่วยผู้ผิดมิให้ต้องรับอาญาตามกฎหมายไซร้

ท่านว่ามันมีความผิด ฯลฯ"และ มาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่พ.ศ. 2457 ซึ่งบัญญัติให้ผู้ใหญ่บ้านท้องที่มีอำนาจและหน้าที่การงานในเขตท้องที่ของตน และ พระราชบัญญัติปกครองท้องที่(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2486 มาตรา 6 เพิ่มหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ 18 ว่า "ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนัน หรือทางราชการ ฯลฯ "ประกอบกับคำปลัดอำเภอพยานโจทก์ว่าผู้ใหญ่บ้านทุกคนมีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดในท้องที่ของตนและต้องรายงานให้อำเภอทราบดังนี้ เมื่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปกครองท้องที่ตามกฎหมาย กับจัดการปล่อยผู้ต้องหาให้พ้นจากความผิดไปโดยทำสัญญาเลิกคดีอาญาแผ่น บิดผันข้อเท็จจริงให้เป็นเรื่องความผิดต่อส่วนตัวซึ่งเลิกคดีกันได้ตามกฎหมายแต่ความจริงมิใช่เป็นความผิดต่อส่วนตัวไม่มีทางเลิกได้

จำเลยกระทำการที่ไม่ควรกระทำเช่นนี้ส่อให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดมิให้ต้องรับโทษ การกระทำของจำเลยจึงเป็นผิดตาม มาตรา 142พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทประชา · นนทปัญญา · ดุลยการณ์โกวิท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7504/2561

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 142 เป็นกรณีที่ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สิน หรือเอกสารใด ๆ อันเจ้าพนักงานได้ยึด รักษาไว้หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9567/2544

เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุม ป. สั่งให้ ป. ส่งเมทแอมเฟตามีนที่ ป. ถืออยู่เพื่อเป็นพยานหลักฐาน การที่จำเลย นำถุงบรรจุเมทแอมเฟตามีนจากมือของ ป. หลบหนีไป เป็นการเอาไปเสียซึ่งเมทแอมเฟตามีนที่เจ้าพนักงานสั่งใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2534

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 147 ผู้กระทำผิดต้องมีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นโดยทุจริต จำเลยที่ 1เป็นเจ้าพนักงานตำรวจตำแหน่งเจ้าหน้าที่สายตรวจ มิได้มีหน้าที่จัดการหรือรักษาเลื่อยยนต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2532

การที่จะกล่าวอ้างว่าตนเป็นเจ้าพนักงานฆ่าผู้ตายเพราะเหตุจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือผู้ตายตายอยู่ในระหว่างการควบคุมของตน ซึ่งเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2145/2531

จำเลยจูงรถจักรยานยนต์ของบุคคลอื่นซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไว้ไปจากที่จอดรถหน้าสถานีตำรวจ โดยไม่มีเหตุที่จะทำให้สำคัญผิดได้ว่ารถจักรยานยนต์ดังกล่าวเป็นของจำเลยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปทันขณะจำเลยกำลังจู…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้