Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2543 (เลขอ้างอิง 91154)

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้พนักงานไปปฏิบัติงานในบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น พ.ศ. 2536 เป็นระเบียบเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ระหว่างพนักงานกับจำเลย ส่วนมติที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ปตท. เป็นเพียงความเห็นของฝ่ายจำเลยที่ตีความระเบียบดังกล่าว โดยจำเลยไม่สามารถแก้ไขหรือตีความขัดแย้งกับระเบียบดังกล่าวได้โดยลำพัง ดังนั้น โจทก์จะมีสิทธิได้รับเงินโบนัสจากจำเลยหรือไม่เพียงใด ต้องพิเคราะห์จากระเบียบนั้นเป็นสำคัญ ซึ่งข้อ 7 ระบุว่า "พนักงานที่ไปปฏิบัติงานในบริษัทจะได้รับค่าตอบแทนในการทำงานต่อไปนี้จาก ปตท. หรือจากบริษัทก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างบริษัทกับ ปตท. แต่ค่าตอบแทนในการทำงานที่ได้รับนั้นจะต้องไม่น้อยกว่าที่พนักงานได้รับอยู่เดิมขณะปฏิบัติงานที่ ปตท. 7.1 เงินเดือนและโบนัส ฯลฯ" ระเบียบข้อนี้หมายความว่า พนักงานที่จำเลยส่งไปปฏิบัติงานที่บริษัทที่จำเลยถือหุ้นจะต้องได้รับเงินเดือนและเงินโบนัสไม่น้อยกว่าที่พนักงานนั้นเคยได้รับอยู่เดิมในขณะปฏิบัติงานที่จำเลย โจทก์ได้รับเงินเดือนที่บริษัท ป. มากกว่าที่ได้รับจากจำเลยร้อยละ 20 เนื่องจากชั่วโมงทำงานมากกว่าแต่ไม่ได้รับเงินโบนัสเพราะบริษัท ป. ไม่มีการจ่ายเงินโบนัส โจทก์ย่อมมีสิทธิรับเงินโบนัสจากจำเลยเท่ากับที่เคยได้รับอยู่เดิมขณะปฏิบัติงานกับจำเลย ซึ่งไม่แน่ชัดว่าจะคำนวณอย่างไร จำเลยจึงจัดประชุมคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคลของจำเลยเพื่อกำหนดวิธีคำนวณเงินโบนัสดังกล่าว 2 ครั้ง ที่ประชุมมีมติให้พนักงาน Secondment มีสิทธิได้รับเงินรางวัล (เงินโบนัส) เช่นเดียวกับพนักงานของจำเลย โดยคำนวณจากเงินเดือนเงา ซึ่งหมายถึงเงินเดือนที่เคยได้รับอยู่เดิมจากจำเลย อันเป็นการสอดคล้องกับข้อ 7 แห่งระเบียบการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้พนักงานไปปฏิบัติงานในบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น พ.ศ. 2536 แต่ที่ประชุมมีมติให้ใช้วิธีเปรียบเทียบรายได้ของพนักงานที่ได้รับจากจำเลยและบริษัทที่ไปปฏิบัติงาน หากรายได้จากจำเลยมากกว่า จำเลยจะจ่ายส่วนต่างที่เพิ่มให้แก่พนักงาน ถ้ารายได้ที่ได้รับจากบริษัทมากกว่า ให้พนักงานรับเงินจากบริษัททางเดียวนั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อ 7 แห่งระเบียบดังกล่าว เนื่องจากเป็นการตัดสิทธิพนักงานที่จะได้รับเงินโบนัส หรือได้รับเงินโบนัสไม่เท่ากับพนักงานของจำเลย มติของที่ประชุมจึงใช้บังคับไม่ได้ กรณีของโจทก์ต้องบังคับตามข้อ 7 แห่งระเบียบดังกล่าว โดยพิจารณาประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคลที่กำหนดให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสแก่โจทก์โดยคำนวณจากเงินเดือนเงา

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินโบนัสแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 117,011.74 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 62,123.95 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินโบนัสแต่ละจำนวนนับแต่วันทวงถาม (วันที่ 4 สิงหาคม 2540) จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสจำนวน 117,011.74 บาท แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 62,123.95 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินโบนัสแต่ละจำนวนนับแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่าปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองไปปฏิบัติหน้าที่ที่บริษัทปิโตรเอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้หลักเกณฑ์ระเบียบการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้พนักงานไปปฏิบัติงานในบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น พ.ศ. 2536 ข้อ 7 ที่ว่า พนักงานของจำเลยที่ส่งไปปฏิบัติงานที่บริษัทร่วมทุนต้องได้รับค่าตอบแทนในการทำงานไม่น้อยกว่าที่พนักงานได้รับอยู่เดิมในขณะปฏิบัติงานที่จำเลย ซึ่งเป็นภาระของจำเลยจะต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ทั้งสอง แม้การประชุมคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ครั้งที่ 6/2538 ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2538 จะมีมติให้พนักงาน Secondment มีสิทธิได้รับเงินรางวัล (เงินโบนัส)

เช่นเดียวกับพนักงานที่ทำงานกับจำเลย โดยคำนวณจากเงินเดือนเงา แต่ก็มีมติอีกว่าให้คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานใหญ่ แก้ไขปรับปรุงระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับมติของคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ปตท. ซึ่งหมายความว่าจะต้องนำไปแก้ไขปรับปรุงแล้วจึงจะใช้บังคับ เมื่อยังไม่ได้มีการแก้ไขปรับปรุงย่อมไม่มีผลบังคับ และต่อมาจำเลยได้จัดประชุมคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ครั้งที่ 10/2538 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2538 ที่ประชุมมีมติให้จ่ายเงินโบนัสแก่พนักงาน Secondment เฉพาะในส่วนค่าตอบแทนตามระเบียบ ปตท. ว่าด้วยการให้พนักงานไปปฏิบัติงานในบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น พ.ศ. 2536 ข้อ 7 โดยวิธีเปรียบเทียบรายได้ที่พนักงานได้รับจากจำเลย

อันประกอบด้วยเงินเดือนเงาเงินเพิ่มพิเศษ และเงินโบนัส กับรายได้ที่ได้รับจากบริษัทที่พนักงานไปปฏิบัติหน้าที่อันประกอบด้วย เงินเดือน เงินเพิ่มพิเศษ และเงินโบนัส หากรายได้ที่ได้รับจากจำเลยมากกว่าที่ได้รับจากบริษัท จำเลยจะจ่ายส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นให้แก่พนักงานหากรายได้ที่ได้รับจากบริษัทที่ไปปฏิบัติงานมากกว่าที่ได้รับจากจำเลย ให้พนักงานรับเงินจากบริษัทดังกล่าวทางเดียว เมื่อเปรียบเทียบรายได้ของโจทก์ทั้งสองแล้วปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้รับจากบริษัทปิโตรเอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด น้อยกว่าที่ได้รับจากจำเลย จำเลยจึงจ่ายเงินส่วนต่างดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสองรับไปเป็นการปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบ ปตท. ว่าด้วยการให้พนักงานไปปฏิบัติงานในบริษัทที่

ปตท. ถือหุ้น พ.ศ. 2536 ข้อ 7 แล้ว โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสอีก เห็นว่า ระเบียบการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้พนักงานไปปฏิบัติงานในบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น พ.ศ. 2536 เป็นระเบียบเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ระหว่างพนักงานกับจำเลย ส่วนมติที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ปตท. ครั้งที่ 6/2538 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2538 กับครั้งที่ 10/2538 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2538 เป็นเพียงความเห็นของฝ่ายจำเลยที่ตีความระเบียบดังกล่าวเท่านั้น โดยจำเลยไม่สามารถแก้ไขหรือตีความขัดแย้งกับระเบียบดังกล่าวได้โดยลำพัง ดังนั้น โจทก์ทั้งสองจะมีสิทธิได้รับเงินโบนัสจากจำเลยหรือไม่ เพียงใด ต้องพิเคราะห์จากระเบียบนั้นเป็นสำคัญซึ่งข้อ 7 ระบุว่า

"พนักงานที่ไปปฏิบัติงานในบริษัทจะได้รับค่าตอบแทนในการทำงานต่อไปนี้จาก ปตท. หรือจากบริษัทก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างบริษัทกับ ปตท. แต่ค่าตอบแทนในการทำงานที่ได้รับนั้นจะต้องไม่น้อยกว่าที่พนักงานได้รับอยู่เดิมขณะปฏิบัติงานที่ ปตท. 7.1 เงินเดือนและ ฯลฯ" ระเบียบข้อนี้หมายความว่า พนักงานที่จำเลยส่งไปปฏิบัติงานที่บริษัทที่จำเลยถือหุ้นจะต้องได้รับเงินเดือนและเงินโบนัสไม่น้อยกว่าที่พนักงานนั้นเคยได้รับอยู่เดิมในขณะปฏิบัติงานที่จำเลย ข้อเท็จจริงคดีนี้ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้รับเงินเดือนที่บริษัทปิโตรเอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด มากกว่าที่ได้รับจากจำเลยร้อยละ 20 เนื่องจากชั่วโมงทำงานมากกว่า แต่ไม่ได้รับเงินโบนัสเพราะบริษัทปิโตรเอเซีย (ประเทศไทย)

จำกัด ไม่มีการจ่ายเงินโบนัส โจทก์ทั้งสองย่อมมีสิทธิรับเงินโบนัสจากจำเลยเท่ากับที่เคยได้รับอยู่เดิมขณะปฏิบัติงานกับจำเลย ซึ่งไม่แน่ชัดว่าจะคำนวณอย่างไร จำเลยจึงจัดประชุมคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคลของจำเลยเพื่อกำหนดวิธีคำนวณเงินโบนัสดังกล่าว 2 ครั้ง คือการประชุมครั้งที่ 6/2538 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2538 ที่ประชุมมีมติให้พนักงาน Secondment มีสิทธิได้รับเงินรางวัล (เงินโบนัส) เช่นเดียวกับพนักงานของจำเลย โดยคำนวณจากเงินเดือนเงา ซึ่งหมายถึงเงินเดือนที่เคยได้รับอยู่เดิมจากจำเลย อันเป็นการสอดคล้องกับข้อ 7 แห่งระเบียบการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้พนักงานไปปฏิบัติงานในบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น พ.ศ. 2536 แต่การประชุมครั้งที่ 10/2538 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2538 ที่ประชุมมีมติให้ใช้วิธีเปรียบเทียบรายได้ของพนักงานที่ได้รับจากจำเลยและบริษัทที่ไปปฏิบัติงาน

หากรายได้จากจำเลยมากกว่า จำเลยจะจ่ายส่วนต่างที่เพิ่มให้แก่พนักงาน ถ้ารายได้ที่ได้รับจากบริษัทมากกว่า ให้พนักงานรับเงินจากบริษัททางเดียวนั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อ 7 แห่งระเบียบดังกล่าว เนื่องจากเป็นการตัดสิทธิพนักงานที่จะได้รับเงินโบนัส หรือได้รับเงินโบนัสไม่เท่ากับพนักงานของจำเลย มติของที่ประชุมครั้งที่ 10/2538 จึงใช้บังคับไม่ได้ กรณีของโจทก์ทั้งสองจึงต้องบังคับตามข้อ 7 แห่งระเบียบดังกล่าว โดยพิจารณาประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ครั้งที่ 6/2538 ที่กำหนดให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสแก่โจทก์ทั้งสองโดยคำนวณจากเงินเดือนเงา เมื่อจำเลยจ่ายเงินโบนัสให้แก่โจทก์ทั้งสองโดยวิธีเปรียบเทียบรายได้ซึ่งไม่ถูกต้อง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสส่วนที่ขาดโดยวิธีคำนวณจากเงินเดือนเงาจึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · สละ เทศรำพรรณ · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นางสาวปิยกุล บุญเพิ่มศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้