คำฟ้องและคำให้การ
คดี ๒ เรื่องนี้ ศาลชั้นต้นได้สืบพยานแต่ละสำนวนเสร็จแล้ว จึงพิพากษารวมกัน คดีแรก
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้ง ๒ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แกล้งยึดใบอนุญาตให้มีการเล่นไพ่ผ่องไทยของโจทก์ และไม่ยอมคืนให้โจทก์โดยไม่มีอำนาจ ขอให้ลงโทษ สำนวนที่ ๒ อัยการโจทก์ฟ้องจำเลยหาว่าได้รับอนุญาตให้เล่นไพ่ผ่องไทยกันตั้งแต่เวลา ๑๒ น.แต่ได้เล่นกันก่อนกำหนด โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องสำนวนแรก ส่วนสำนวนที่ ๒ ลงโทษจำเลยตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ฉะเพาะนางง้อจำเลยที่ ๑ ว่ามีผิดเพียงสมรู้ ไม่ใช่ตัวการ นอกนั้นยืน นายเนี้ยคิ้มโจทก์กับนางง้อกับพวกจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา๒๘ ให้อำนาจศาลที่จะพิจารณาพิพากษาคดีรวมกันได้ ที่ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาคดี ๒ สำนวนนี้รวมกันมาจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนคดีเฉพาะตัวนางง้อ ศาลชั้นต้นลงโทษฐานเป็นตัวการ ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดว่า เป็นผู้สมรู้ในองค์ความผิดอันเดียวกัน ศาลย่อมลงโทษนางง้อจำเลยได้ตามนัยแห่งฎีกาที่ ๒๐๕/๒๔๘๓,๒๑๔/๒๔๘๔
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน