Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2506 (เลขอ้างอิง 90735)

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ธนาคารจำเลยเรียกเก็บเงินตามเช็คที่โจทก์นำฝากเข้าบัญชีของโจทก์ไม่ได้ ก็มิได้แจ้งให้โจทก์ทราบภายในเวลาอันควรแก่หน้าที่ตัวแทนนั้น หากปรากฎว่า ถึงอย่างไรลูกหนี้ตามเช็คก็สามารถชำระหนี้ได้เพี่ยงร้อยละ 50 แล้ว ก็จะถือว่าจำเลยทำให้โจทก์เสียหายมากกว่านี้ไม่ได้ และหากโจทก์มีโอกาสจะรับชำระหนี้ร้อยละ 50 จากลูกหนี้ แต่กลับไม่รับชำระเป็นการบำบัดปัดป้องหรือบรรเทาความเสียหายแล้ว ก็ถือว่าโจทก์มีส่วนทำความผิดให้เกิดความเสียหายด้วยจำเลยจึงไม่ต้องรับผิด

คำฟ้องและคำให้การ

คดี ๒ สำนวนหนี้ พิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า เมื่อ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๒ โจทก์นำเช็คเงินสด ๓ ฉบับ ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งนายปองจิว แซ่หว่อง เจ้าของและผู้จัดการบริษัทโรงสีหนองแก จำกัด ออกชำระหนี้เข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์เพื่อให้เรียกเก็บเงินตามเช็ค ต่อมา ๗ และ ๘ มีนาคม ๒๕๐๓ โจทก์สั่งจ่ายเช็ค ๒ ฉบับ รวมเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยปฏิเสธการจ่ายเงินทั้ง ๒ ฉบับ วันที่ ๒๒ มีนาคม จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท โดยแจ้งว่าเช็คเงินสดที่โจทก์นำฝากเก็บเงินได้ไม่ครบ แต่เป็นเวลานานเกินสมควร ไม่มีทางที่โจทก์จะเรียกร้องเก็บจากผู้สั่งจ่ายได้ ทำให้โจทก์เสียหาย เพราะไม่แจ้งให้โจทก์ทราบภายใน ๗ วัน นับแต่จำเลยรับเช็คของโจทก์ไว้ ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย ๓๐,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การว่า เช็คที่โจทก์นำเข้าบัญชีเป็นเช็คลงวันล่วงหน้า จำเลยรับไว้เพื่อเรียกเก็บ จำเลยเรียกเก็บเงินตามวิธีการและประเพณีที่ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติกันในจังหวัดขอนแก่น เมื่อเก็บเงินไม่ได้ จำเลยก็แจ้งให้โจทก์ทราบ จำเลยมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อโจทก์มิได้เรียกร้องเอาจากนายปองจิวตามสิทธิของโจทก์เอง เงิน ๓๐,๐๐๐ โจทก์รับจากโรงสีไปหนองแกตามข้อตกลงประนอมหนี้และเวนคืนเช็คทั้งสามฉบับไปแล้ว สำนวนที่ ๒

โจทก์ฟ้องทำนองเดียวกันสำนวนแรก แต่เป็นเช็ค ๙+ ฉบับ เงิน ๒๒๕,๐๐๐ บาท

จำเลยให้การปฏิเสธทำนองเดียวกับสำนวนแรก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า เช็คที่โจทก์ทั้งสองนำเข้าบัญชีของโจทก์ เป็นเช็คลงวันที่ล่วงหน้าต่อมาธนาคารจำเลยเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยอยู่ในฐานะตัวแทนเรียกเก็บเงินเพื่อโจทก์ซึ่งเป็นลูกค้า จำเลยละเลยไม่แจ้งและคืนเช็คให้โจทก์ตามวิธีการของธนาคาร ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๑๒

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ความเสียหายของโจทก์จะถือเอาตามจำนวนเงินในเช็คทีเดียวไม่ได้ โจทก์ไม่ได้นำสืบว่า ถ้าจำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบการเรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์จะสามารถได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ได้เต็มจำนวน คงได้ความว่าได้มีการประนอมหนี้บริษัทโรงสีไฟหนองแค จำกัด ลูกหนี้ตกลงชำระหนี้ร้อยละ ๕๐ เห็นได้ว่า แม้โจทก์จะได้รับแจ้ง ตามกำหนดโจทก์ก็น่าจะได้รับชำระหนี้ร้อยละ ๕๐ นายชามโจทก์ได้รับชำระหนี้ครึ่งหนึ่ง คือ ๓๐,๐๐๐ บาท ไปจากจำเลยแล้ว จึงพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายให้นายยุ่นโจทก์ ๑๑๒,๕๐๐ บาท ให้ยกฟ้องนายเล่งโจทก์ โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อเช็คถึงกำหนดและจำเลยเรียกเก็บเงินไม่ได้แล้ว จำเลยมิได้มีหลักฐานแสดงว่าได้แจ้งให้โจทก์ทราบดังที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้ ต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๑๒ โจทก์นำสืบถึงความเสียหายมุ่งไปในทางว่าหากนายปองจิวไม่หลบหนีโจทก์จะดำเนินคดีทางอาญาให้นายปองจิวนำเงินมาใช้ให้เต็มจำนวนในเช็ค แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การดำเนินคดีอาญาไม่ใช่วิธีการที่จะบังคับผู้ไม่มีทรัพย์ให้ชำระหนี้ได้ เมื่อโรงสีไฟหนองแกประชุมเจ้าหนี้ตกลงชำระหนี้ร้อยละ ๕๐ ไม่ได้ความว่า หากโจทก์ทราบในเวลาอันควรว่าจำเลยเรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์จะได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนในเช็ค เมื่อนายขามโจทก์รับชำระหนี้ไปร้อยละ ๕๐ แต่นายยุ่นโจทก์ไม่ยอมรับชำระหนี้ตามที่ควรจะได้รับ เป็นความผิดของนายยุ่นโจทก์เอง จะว่าจำเลยทำให้โจทก์เสียหายไม่ได้ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องคดีนายยุ่นโจทก์เสียด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ในข้อที่ได้มีการประนอมหนี้ตามเช็คของโรงสีไฟหนองแกซึ่งโจทก์ว่าไม่ได้ร่วมประชุมด้วยนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมีพยานประกอบคำนายบรรหารจำเลยที่ ๒ มั่นคงพอรับฟังเช่นนั้นได้ และยังได้ความต่อไปว่า นายขอได้จ่ายเงินที่จะซื้อโรงสีล่วงหน้าไป ๓๐,๐๐๐ บาท และนายขามโจทก์ก็ได้รับเงินไปจากจำเลย ๓๐,๐๐๐ บาท นายจี้เฮียงผู้ไกล่เกลี่ยและนาย+ ผู้ซื้อโรงสีเป็นพยานจำเลยในข้อนี้มีน้ำหนักรับฟังได้ ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบภายในเวลาอันควรแก่หน้าที่ตัวแทนเก็บเงินว่าเช็คของโจทก์เรียกเก็บไม่ได้นั้น ไม่เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายอันจำเลยจะต้องรับผิดอย่างใด ข้อที่โจทก์ว่าโจทก์อาจใช้สิทธิในทางอาญาบังคับในทางอ้อมให้นายปองจิวผู้สั่งจ่ายเช็คต้องหาเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนได้นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า เช็ครายนี้ โจทก์ก็รับอยู่ว่านายปองจิวออกในนามบริษัทโรงสีไฟหนองแก จำกัด ไม่ใช่เช็คส่วนตัวนายปองจิว และการที่จะใช้คดีอาญาเป็นทางบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ทางอ้อมนั้น ศาลฎีกาก็ไม่เห็นว่าโจทก์จะอ้างเอาเหตุนี้มาเรียกร้องให้ศาลรับฟังว่าเป็นความเสียหายโดยตรงที่โจทก์ได้รับ เพราะโจทก์ไม่มีโอกาสจะใช้วิธีการเช่นนั้นแต่อย่างใด คดีลงฟังได้แต่เพียงว่า ถึงอย่างไรลูกหนี้ตามเช็คที่จำเลยเรียกเก็บเงินแทนโจทก์ก็สามารถชำระหนี้ได้เพียงร้อยละ ๕๐ จะถือว่าจำเลยทำให้โจทก์เสียหายมากกว่านั้นไม่ได้ นายชามโจทก์ได้รับชำระหนี้ไปตามนั้นแล้ว ส่วนนายยุ่น โจทก์มีโอกาสจะบรรเทาความเสียหายของตนในส่วนนี้ได้ทำนองเดียวกัน แต่กลับไม่กระทำเช่นนั้น ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๓ วรรค ๒ การที่เจ้าหนี้ละเลยไม่บำบัดปัดป้องหรือบรรเทาความเสียหายนั้น

ถือเป็นเหตุที่เจ้าหนี้มีส่วนทำความผิดให้เกิดความเสียหาย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ประเด็นเรื่องความเสียหายของโจทก์นั้นเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบ โจทก์จะเถียงว่าคดีไม่มีประเด็น เพราะจำเลยไม่ได้โต้เถียงหาได้ไม่ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิตติ ติงศภัทิย์ · พจน์ ปุษปาคม · สุธรรมานุวัตน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายบรรทัด ถมยาวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ยะสารวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้