คำฟ้องและคำให้การ
นายอำนวยฟ้องนางสุคนธ์ว่า นางสุคนธ์จำนองที่ดินโฉนดที่ ๔๒๒๗,๘๑๙๒ ไว้แก่นายอำนวย เป็นเงิน ๑๕๐๐๐ บาท จึงขอให้จำเลยไถ่ นางสุคนธ์ ให้การและยื่นฟ้องนายอำนวยว่า นางสุคนธ์เซ็นชื่อมอบอำนาจให้นางมยุรีโดยไม่ได้กรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจ เพื่อให้นางมยุรีขายที่ดินให้ ฉะนั้นการที่นายอำนวยกรอกข้อความเป็นว่า นางสุคนธ์มอบอำนาจให้นายอำนวย จำนองที่ดินแทนนางสุคนธ์ แล้วนายอำนวยใช้ใบมอบอำนาจนั้นไปทำจำนองแก่นายอำนวยเอง จึงเป็นการไม่ชอบ เป็นโมฆะ ขอให้ศาลสั่งทำลาย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นายอำนวยชนะคดี โดยให้นางสุคนธ์นำเงิน ๑๕๖๘๗ บาท ๕๐ สตางค์กับดอกเบี้ยไปไถ่จำนอง นางสุคนธ์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องนายอำนวย ให้เพิกถอนทำลายสัญญาจำนองรายพิพาท นายอำนวยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นที่รับกันว่า นางสุคนธ์ได้เซ็นนามในใบมอบฉันทะจริง และโดยใบมอบฉันทะนี้เอง นายอำนวยได้ทำสัญญาในฐานะเป็นตัวแทนนางสุคนธ์ จำนองที่ดินของนางสุคนธ์แก่นายอำนวยเอง จะว่าเป็นการจำนองที่ไม่มีคู่สัญญาไม่ได้ เพราะนายอำนวยทำการแทนนางสุคนธ์ ซึ่งเท่ากับนางสุคนธ์ทำเองฝ่ายหนึ่งทำในส่วนตัวเองอีกฝ่ายหนึ่ง นางสุคนธ์อ้างแต่ว่า การนั้นไม่ใข่ความประสงค์ของตนที่เซ็นนามในใบมอบฉันทะ แต่มิได้กล่าวอ้างเลยว่า นายอำนวยก็รู้เห็นในความประสงค์ของนางสุคนธ์ อันจะถือได้ว่า การที่นายอำนวยเอาใบมอบฉันทะไปทำจำนอง โดยรู้ว่าผิดความประสงค์ของนางสุคนธ์ ฉะนั้นแม้คดีจะได้ความดังที่นางสุคนธ์ตั้งประเด็นมา ก็ยังหาทำให้การจำนองที่รายนี้เสียไปไม่เพราะต้องฟังว่านายอำนวยกระทำไปโดยสุจริต การที่นางสุคนธ์ลงในามในใบมอบฉันทะแล้วปล่อยไว้ให้กรอกกันเอาเองว่าให้ไปทำอะไรนั้น ย่อมเป็นการแสดงต่อนายอำนวย ซึ่งมิได้ทราบเจตนาอันแท้จริงของนางสุคนธ์ว่า จะใช้ใบมอบฉันทะทำจำนองก็ได้ นับว่าเป็นการประมาทเลินเล่อของนางสุคนธ์เอง
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ บังคับคดีตามศาลชั้นต้น