Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การให้เงินหรือสิ่งของแก่บิดาเพื่อเป็นการช่วยเหลือเจือจุนบิดาในขณะยากไร้นั้นไม่จำเป็นต้องให้มากมายอันจะเป็นเหตุให้บุตรต้องเดือดร้อน แต่เป็นการให้ตามควรแก่ฐานะของบุตรพอสามารถจะให้ได้ ไม่ใช่เป็นการปฏิเสธการให้หรือการช่วยเหลือโดยสิ้นเชิง นอกจากจะถือว่าเป็นเหตุเนรคุณต่อบิดาผู้ให้แล้ว ยังถือได้ว่าเป็นการขาดความกตัญญูกตเวทีต่อบิดาด้วย จึงเป็นเหตุให้ผู้ให้เรียกถอนคืนการให้ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 28027 ให้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมโอน ให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองคำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1722 เฉพาะส่วนของโจทก์ที่ยกให้แก่จำเลยที่ 2 และให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1313 เฉพาะส่วนของโจทก์ที่ตกได้แก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 ที่ 4 เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในชั้นฎีกาคงมีปัญหาวินิจฉัยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 รวมทั้งจำเลยที่ 3 และที่ 4 ซึ่งคดียุติไปแล้วเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์เกิดจากนางเจียรโจทก์กับนางเจียรจดทะเบียนสมรสกันเมื่อปี

พ.ศ. 2490 และอยู่กินร่วมกันตลอดมาจนเกิดบุตรได้แก่จำเลยทั้งสี่ เมื่อปี พ.ศ. 2513 นางเจียรถึงแก่กรรม โจทก์จึงได้ยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางเจียร ซึ่งศาลแพ่งได้มีคำสั่งตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกแล้วปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1330/2513 ต่อมาในปี พ.ศ. 2516 โจทก์ได้ภริยาใหม่โดยได้จดทะเบียนสมรสกับนางสาวสมพร แซ่ล้อ แต่ต่อมานางสมพรได้ฟ้องหย่ากับโจทก์ ศาลได้มีคำพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน ปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10930/2520 ของศาลแพ่ง หลังจากที่โจทก์ได้รับคำสั่งของศาลแพ่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกนางเจียร และก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับนางสมพร ในปี

พ.ศ. 2519 โจทก์ได้จดทะเบียนนิติกรรมยกให้ซึ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 28027 เฉพาะส่วนของโจทก์ให้แก่จำเลยทั้งสี่ซึ่งถือกรรมสิทธิ์ร่วม ปรากฏตามสารบัญจดทะเบียนการให้ในโฉนดเลขที่ 28027 หมาย จ.5 ต่อมาปีเดียวกันโจทก์ได้ยกให้ซึ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 1722 เฉพาะส่วนของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ปรากฎตามสารบัญจดทะเบียนการให้ในโฉนดเลขที่ 1722 หมาย จ.6 และโจทก์ในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของนางเจียรตามคำสั่งศาล ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1313 ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมด 24 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา ให้แก่จำเลยทั้งสี่ผู้เป็นทายาทของนางเจียร ปรากฏตามสารบัญการจดทะเบียนในโฉนดเลขที่ 1313 หมาย จ.7" ฯลฯ"ปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่อมาว่า

จำเลยทั้งสองได้ประพฤติเนรคุณต่อโจทก์อันจะเป็นเหตุให้เรียกคืนซึ่งการให้ที่ดินดังกล่าวนั้นได้หรือไม่ จำเลยที่ 1 ที่ 2 เองก็รับในชั้นโจทก์ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาว่า โจทก์ไม่มีอาชีพ มีฐานะยากจนและยากไร้ ส่วนเหตุอ้างที่ไม่ยอมให้การช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่โจทก์ โดยอ้างว่า จำเลยทั้งสองไม่อยู่ในฐานะพอจะช่วยได้ นั้น ได้ความจากคำเบิกความของจำเลยทั้งสองนั้นเองว่า เดิมเมื่อโจทก์อาศัยอยู่ร่วมเรือนกับจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองก็เคยให้การอุปการะช่วยเหลือทางด้านการเงินตลอดมาตามควรแก่ฐานะของจำเลย หลังจากที่โจทก์หนีออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น โจทก์มาขอความช่วยเหลือด้านการเงินอีกหลายครั้ง แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมให้โดยอ้างเหตุต่าง

ๆ จึงเป็นการขัดกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะของจำเลยที่อ้างว่าไม่สามารถจะให้ได้ดังกล่าว ความจริงแล้ว การให้เงินหรือสิ่งของแก่โจทก์เพื่อเป็นการช่วยเหลือเจือจุนโจทก์ในขณะยากไร้นั้น ไม่จำเป็นต้องให้มากมายอันจะเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสองต้องเดือดร้อน แต่เป็นการให้ตามควรแก่ฐานะของจำเลยทั้งสองพอสามารถจะให้ได้ ไม่ใช่เป็นการปฏิเสธการให้หรือการช่วยเหลือโดยสิ้นเชิงนอกจากจะถือว่าเป็นเหตุเนรคุณต่อโจทก์ผู้ให้แล้วยังถือได้ว่าเป็นการขาดความกตัญญูกตเวทีต่อบิดาผู้มีพระคุณของบุตรนั้นด้วย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 คืนการให้ซึ่งที่ดินตามฟ้องแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้