Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2494 (เลขอ้างอิง 90454)

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อความจดทะเบียนมีว่าให้โจทก์มีสิทธิครอบครองใช้และถือเอาซึ่งประโยชน์ แห่งทรัพย์สินในที่ดิน(โฉนด) นั้นย่อมหมายความว่า โจทก์มีสิทธิได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินใด ๆ ในที่ดินนั้นได้ ทั้งในที่ดินนั้นเองและในสิ่งปลูกสร้างใด ๆ บนที่ดินนั้น ฉะนั้นหากสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินนั้นจะสลายไปสิทธิเก็บกินของโจทก์ก็ยังคงมีอยู่เหนือที่ดิน อันโจทก์อาจใช้สิทธินั้นจัดการให้เกิดประโยชน์โดยปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างในที่ดินนั้นใหม่ได้ เจ้าของที่ดินไม่มีสิทธิจะขัดขวางสิทธิเก็บกินของโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดี ๓๓ สำนวนนี้มูลกรณีเดียวกัน ศาลชั้นต้นได้รวมการพิจารณาพิพากษา

โจทก์ฟ้องมีข้อความอย่างเดียวกันว่าที่ดินโฉนดที่ ๒๑๖,๒๑๗ ถนนไมตรีจิตต์ จังหวัดพระนคร ได้จดทะเบียนอยู่ภายใต้สิทธิเก็บกินของโจทก์และสามีตลอดชีวิตสามีโจทก์ตาย โจทก์คงมีสิทธิผู้เดียวเมื่อสองปีกว่ามานี้ สิ่งปลูกสร้างในที่ดินนี้ถูกเพลิงไหม้หมด จำเลยที่ ๑ ทุกสำนวนได้สร้างห้องชั่วคราวขึ้นในที่ดินนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าหากเทศบาลสั่งให้รื้อถอนเมื่อใด จำเลยที่ ๑ จะต้องออกจากห้องไปทันที บัดนี้เทศบาลนครกรุงเทพฯ สั่งให้รื้อถอนแล้ว และอนุญาตให้โจทก์ปลูกตึกแถว ๒ ชั้นขึ้นใหม่ แต่จำเลยที่ ๑ ทุกสำนวนไม่ยอมออกจากที่ดิน และกลับทำสัญญาเช่าห้องชั่วคราวนี้กับจำเลยที่ ๒ เป็นการขัดขวางสิทธิเก็บกินของโจทก์ จึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนทำลายการเช่าระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ เสีย

อย่าให้จำเลยทำการใด ๆ ขัดขวางสิทธิเก็บกินของโจทก์และให้ขับไล่จำเลยที่ ๑ ออกจากที่ดินรายนี้ จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๒ แสดงหลักฐานว่าเป็นเจ้าของที่ดิน จึงทำสัญญาเช่ากับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า โจทก์มีสิทธิเก็บกินเฉพาะทรัพย์สินในที่ดิน เมื่อไฟไหม้สิ่งปลูกสร้างเสียแล้ว สิทธิเก็บกินของโจทก์ก็สิ้นสุดลง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิกถอนการเช่าระหว่างจำเลย และขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท กับห้ามมิให้จำเลยขัดขวางโจทก์ในอันจะก่อสร้างตึกแถวขึ้นใหม่บนที่ดินพิพาท จำเลยทุกสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความที่จดทะเบียนว่าให้โจทก์และสามีมีสิทธิครอบครองใช้และถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งทรัพย์สินในที่ดินนั้น ไม่ได้ระบุจำกัดว่าให้มีสิทธิจะถือเอาซึ่งประโยชน์ แต่เฉพาะในสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโดยแยกออกเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากที่ดิน จึงไม่ชอบที่จะถือเอาเป็นถ้อยคำที่มุ่งหมายจำกัดวัตถุแห่งสิทธิเก็บกินให้มีอยู่แต่เพียงในสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ข้อความที่จดทะเบียนดังกล่าว เป็นแต่บรรยายถึงลักษณะของสิทธิเก็บกินตามข้อความที่บัญญัติดังไว้ใน ป.ม. แพ่งฯมาตรา ๑๔๑๗ หมายความว่าโจทก์มีสิทธิได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินใด ๆ ในที่ดินนั้นก็ได้ ลักษณะการเช่นนี้ต้องเข้าใจว่าที่ดินนั้นเอง รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ย่อมเป็นวัตถุแห่งสิทธิเก็บกินของโจทก์และสามี ฉะนั้นถึงแม้ห้องแถวเดิมจะสลายไป สิทธิเก็บกินของโจทก์ก็ยังคงมีอยู่เหนือที่ดิน อันโจทก์อาจใช้สิทธินั้นจัดการให้เกิดประโยชน์ โดยปลูกสร้างตึกแถวในที่ดินนั้นใหม่ได้ จำเลยไม่มีสิทธิขัดขวางสิทธิเก็บกินของโจทก์ จึงพร้อมกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ลัดพลีธรรมประคัลภ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครใต้ - นายทองคำ จารุเหติ
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิภาศนฤพนธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2380/2542

การที่จำเลยตกลงด้วยวาจาให้โจทก์มีสิทธิเก็บกินในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตลอดชีวิตของโจทก์ก็เพื่อเป็นการ ตอบแทนที่โจทก์ยกที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นข้อตกลงพิเศษอย่างสัญญาต่างตอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2297/2541

โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่ ท. ต่อมา ท.ในฐานะผู้ทรงสิทธิเก็บกินทำสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เช่ามีกำหนดเวลา 30 ปี โดยมีการทำสัญญาเช่าเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4074/2536

จำเลยทำสัญญาให้บริษัท ซ. จำกัดมีสิทธิเก็บกิน(การทำเหมืองแร่) ในที่ดินของจำเลยเป็นเวลา 30 ปี โดยคู่สัญญาตกลงกันว่า หากบริษัทต้องการสิทธิเก็บกินจะต้องแจ้งให้จำเลยทราบภายในเวลาที่กำหนด ดังนั้นเมื่อบริษัท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3019/2528

บ้านและที่ดินพิพาทเป็นของ ส. ซึ่งได้จดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกิน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินย่อมมีอำนาจจัดการทรัพย์สินคือบ้านและที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1417 การฟ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821/2519

ที่พิพาทเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินที่บิดาโจทก์เคยฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท แล้วบิดาโจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยบิดาโจทก์ยอมให้จำเลยกับลูกหลานมีสิทธิอาศัยอยู่ในที่พิพาทไปตลอดชีวิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้