Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9033/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องกับจำเลยเป็นสามีภริยากัน และร่วมกันประกอบกิจการค้าขายต่อมาผู้ร้องกับจำเลยจดทะเบียนหย่ากัน แต่ยังคงอยู่กินฉันสามีภริยาและประกอบกิจการค้าขายร่วมกัน ระหว่างนั้นผู้ร้องได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวพิพาท ผู้ร้องกับจำเลยและบุตรเข้าอยู่ในตึกแถวพิพาทโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินพิพาทเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ ดังนี้แม้ทรัพย์สินพิพาทจะได้มาภายหลังการหย่า ทรัพย์สินดังกล่าวย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์รวมของผู้ร้องกับจำเลย โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะยึดทรัพย์สินพิพาทเพื่อนำออกขายทอดตลาดได้ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยการยึดทรัพย์สินพิพาท

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระเงินตามเช็ค 3 ฉบับ เป็นเงินรวม 260,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 7,825 บาทรวมเป็นเงิน 267,825 บาท และศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่30 กันยายน 2536 ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 267,825 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 260,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระโจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 99766 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 40/47 เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 99766 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิกรุงเทพมหานคร

พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 40/47 เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียวจำเลยมีชื่อในทะเบียนบ้านในฐานะเจ้าบ้าน แต่อยู่ในฐานะผู้อาศัยเท่านั้น ผู้ร้องได้หย่าขาดจากจำเลยตั้งแต่ปี 2524 และเพิ่งมาซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2533 ด้วยเงินของผู้ร้องโจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะยึด ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด

โจทก์ให้การว่า โจทก์ไม่ทราบว่าผู้ร้องกับจำเลยจดทะเบียนหย่าขาดจากกันตั้งแต่ปี 2524 แต่เห็นผู้ร้องกับจำเลยยังคงอยู่กินด้วยกันมาตลอดจนมีบุตรด้วยกัน 3 คน ผู้ร้องกับจำเลยทำมาค้าขายร่วมกันอันมีลักษณะเป็นหุ้นส่วนการจดทะเบียนหย่ามีเจตนาเพื่อไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้และมูลหนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้ร่วมของผู้ร้องกับจำเลย เพราะผู้ร้องกับจำเลยนำเงินที่รับจากโจทก์ไปซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทและนำเงินอีกส่วนหนึ่งไปเป็นทุนค้าขาย ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทจึงเป็นของผู้ร้องและจำเลยร่วมกันขอให้ยกคำร้องขอ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกคำร้องขอผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ปล่อยทรัพย์พิพาทที่โจทก์นำยึดโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นตามที่คู่ความทั้งสองฝ่ายนำสืบรับกันว่า เดิมผู้ร้องกับจำเลยเป็นสามีภริยากันและพักอาศัยอยู่ที่ตึกแถวเลขที่ 40/69 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิกรุงเทพมหานคร โดยร่วมกันประกอบกิจการค้าขายแก๊สหุงต้ม ผู้ร้องและจำเลยรู้จักกับโจทก์ซึ่งเป็นลูกค้าและพักอาศัยอยู่ในซอยเดียวกัน ตึกแถวห้องที่อยู่ติดกันคือเลขที่ 40/70 เป็นที่พักอาศัยของนายเทียมปิง แซ่ลี้ มีอาชีพขายอาหาร ต่อมาวันที่ 6 ตุลาคม 2524 ผู้ร้องกับจำเลยจดทะเบียนหย่ากัน ตามใบสำคัญการหย่าเอกสารหมาย ร.4 ครั้นวันที่ 10 เมษายน 2533 นายสุชิน วุฒิสมบัติและนางสาวสมพร วุฒิสมบัติ เจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินโฉนดเลขที่ 99766แขวงหัวหมาก

เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างตึกแถวเลขที่ 40/47 ซึ่งเป็นทรัพย์สินพิพาทคดีนี้และอยู่ห่างจากตึกแถวเลขที่ 40/69ประมาณ 100 เมตร ได้จดทะเบียนขายทรัพย์สินพิพาท โดยตามหนังสือสัญญาขายที่ดินและรายการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินระบุผู้ซื้อคือผู้ร้องเพียงผู้เดียวตามเอกสารหมาย ร.1 และ ร.2 หลังจากรับโอนกรรมสิทธิ์แล้วผู้ร้องกับจำเลยและบุตรเข้าพักอาศัยในทรัพย์สินพิพาทโดยประกอบกิจการค้าขายแก๊สหุงต้มเช่นเดิมตลอดมา ครั้นวันที่ 8 เมษายน 2537โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการบังคับคดียึดทรัพย์สินพิพาท ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าผู้ร้องมีสิทธิขอให้ปล่อยการยึดทรัพย์สินพิพาทหรือไม่

ปัญหานี้ผู้ร้องจำเลยนางสาวจุฑาธิป ปนุตติกร และนายอนันต์ พงส์ธัญญะดิลก เบิกความเป็นพยานฝ่ายผู้ร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินพิพาทเพียงผู้เดียว โดยในการซื้อทรัพย์สินพิพาทผู้ร้องมีเงินไม่พอชำระราคาจึงต้องขอยืมเงินจากนางสาวจุฑาธิปและทำการกู้ยืมจากธนาคารซิตี้แบงก์ สาขากรุงเทพมหานคร โดยจดทะเบียนจำนองทรัพย์สินพิพาทเป็นประกันต่อธนาคารตามเอกสารหมาย ร.2 และ ร.3หลังจากผู้ร้องจดทะเบียนหย่ากับจำเลยแล้วก็ได้แยกกันอยู่จนกระทั่งเมื่อผู้ร้องซื้อทรัพย์สินที่พิพาท ผู้ร้องจึงยอมคืนดีกับจำเลยและให้เข้ามาอยู่ร่วมกันด้วยในฐานะเจ้าบ้านตามเอกสารหมาย จ.1 แต่สำหรับพยานหลักฐานโจทก์ปรากฏว่าโจทก์มีตัวโจทก์ นายเทียมปิงและนางน้ำเงิน

แซ่อุ้ย เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า พยานโจทก์ทั้งหมดไม่ทราบว่าผู้ร้องกับจำเลยจดทะเบียนหย่ากันนายเทียมปิงมาอยู่ที่ตึกแถวเลขที่ 40/70 เมื่อปี 2528 ภายหลังผู้ร้องกับจำเลยประมาณ 1 ถึง 2 ปีนางน้ำเงินมีอาชีพขายของชำอยู่ตึกแถวเลขที่ 40/128-129 ในซอยเดียวกัน แต่อยู่ตรงข้ามเยื้องกับตึกแถวเลขที่ 40/69 โดยนางน้ำเงินอยู่ก่อนผู้ร้องกับจำเลย ผู้ร้องกับจำเลยอยู่กินร่วมกันมาโดยตลอดตั้งแต่อยู่ตึกแถวเลขที่ 40/69 จนกระทั่งย้ายมาอยู่ตึกแถวเลขที่ 40/47 ซึ่งเป็นทรัพย์สินพิพาทคดีนี้จนถึงปัจจุบันโดยประกอบกิจการค้าขายแก๊สหุงต้มเช่นเดิม ตามภาพถ่ายหมาย จ.2 รวม 6 ภาพ เห็นว่า นายเทียมปิงและนางน้ำเงินเป็นคนกลางรู้จักคู่ความคดีนี้ทั้งสองฝ่ายเพราะพักอาศัยอยู่ในซอยเดียวกันและใกล้กับตึกแถวเลขที่ 40/69ซึ่งครอบครัวของผู้ร้องกับจำเลยพักอาศัยอยู่ในตอนต้นข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่านายเทียมปิงกับนางน้ำเงินมีหรือเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ร้องและจำเลยสภาพชุมชนซึ่งพักอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกันเช่นนี้มาเป็นเวลานานนับสิบปีขึ้นไป

ย่อมมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่านายเทียมปิงและนางน้ำเงินทราบข้อเท็จจริงต่าง ๆ จริงดังที่เบิกความ ยิ่งไปกว่านั้นคำเบิกความของนางน้ำเงินในคดีนี้เกี่ยวกับการที่ผู้ร้องและจำเลยอยู่กินร่วมกันมาโดยตลอด ก็ตรงกับที่นางน้ำเงินเบิกความเป็นพยานโจทก์ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2538 ในกรณีที่ธนาคารซิตี้แบงก์สาขากรุงเทพมหานคร เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองทรัพย์สินพิพาทก่อนโจทก์ ดังนี้ พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานผู้ร้องให้รับฟังได้ว่านับจากเมื่อผู้ร้องกับจำเลยจดทะเบียนหย่ากัน ทำให้ผู้ร้องกับจำเลยมิใช่สามีภริยาตามกฎหมายอีกต่อไป และพยานโจทก์ทั้งหมดมิได้ทราบข้อเท็จจริงนี้ แต่ผู้ร้องกับจำเลยยังคงอยู่กินฉันสามีภริยาและประกอบกิจการค้าขายร่วมกันมาโดยตลอด

ทรัพย์สินพิพาทที่ได้มาภายหลังการจดทะเบียนหย่าย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์รวมของผู้ร้องกับจำเลยฉะนั้นแม้หนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้จะเป็นหนี้ร่วมระหว่างผู้ร้องกับจำเลยหรือไม่ก็ตามแต่โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยย่อมมีสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ประกอบมาตรา 278 วรรคหนึ่ง และมาตรา 282 ที่จะนำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการบังคับคดียึดทรัพย์สินพิพาทเพื่อนำออกขายทอดตลาดได้ กรณีไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งมาตรา 288 วรรคหนึ่ง เพราะทรัพย์สินพิพาท จำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของรวมด้วย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยการยึดทรัพย์สินพิพาทที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าทรัพย์สินพิพาทเป็นของผู้ร้องเพียงผู้เดียวและพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ปล่อยทรัพย์สินพิพาทนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย จุลนิติ์ · ระพินทร บรรจงศิลป · วิรัช ลิ้มวิชัย
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้