Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 902/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีภริยาจดทะเบียนหย่าขาดกันที่อำเภอ บันทึกหลังทะเบียนการหย่าที่ว่าในเรื่องทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างการสมรสทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันเรียบร้อยก่อนมาจดทะเบียนหย่านั้น ถือได้ว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความในเรื่องทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยานั้นแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยทำการสมรสกันเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม2489 มีสินเดิมทั้งสองฝ่าย และอยู่กินเป็นสามีภรรยากันตลอดมา ต่อมาโจทก์จำเลยได้จดทะเบียนการหย่าในวันที่ 2 สิงหาคม 2497 แต่ยังไม่แยกจากกัน ยังคงอยู่กินเป็นสามีภรรยาครอบครองทรัพย์สินอันเป็นเจ้าของร่วมกันสืบต่อมาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสใหม่ จนถึง พ.ศ. 2502จึงแยกกันอยู่ โดยโจทก์ย้ายไปรับราชการต่างจังหวัด และให้บุตรสาวโจทก์ดูแลทรัพย์สินแทน จำเลยเป็นผู้เก็บเงินเดือนและรายได้ของโจทก์สะสมไว้ จนมีสินสมรสและทรัพย์สินอันเป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกึ่งหนึ่งเป็นเงิน 125,000 บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์ตามบัญชีอันดับ 2 ถึง 9ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากแบ่งกันไม่ได้ก็ให้ขายโดยประมูลราคากันมิฉะนั้นก็ให้จัดการขายทอดตลาดแล้วแบ่งส่วนให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า บันทึกหลังทะเบียนการหย่าซึ่งมีความว่า ในเรื่องทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างการสมรส ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันเรียบร้อยก่อนมาจดทะเบียนหย่านี้แล้วนั้น ถือได้ว่าเป็นหลักฐานเป็นหนังสือของสัญญาประนีประนอมยอมความในเรื่องทรัพย์สินระหว่างโจทก์จำเลย ใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 851 ทั้งข้อความแห่งบันทึกนี้ต้องตีความตามนัยแห่ง มาตรา 1512(ก) ฉะนั้น ข้อความที่ว่าได้ตกลงกันก่อนมาจดทะเบียน ย่อมแปลความได้ว่า โจทก์จำเลยมีเจตนาที่จะให้ความตกลงนี้เป็นผลของการหย่า ส่วนที่ว่าได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสมรสและการหย่า ก็ต้องตีความว่าได้ตกลงแบ่งทรัพย์สินกันตามที่มีอยู่ในเวลาจดทะเบียนการหย่านั้นแล้ว และต่างจะไม่เรียกร้องซึ่งกันและกันอย่างใดอีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โพยม เลขยานนท์ · ห้วน ประชาบาล · อินท์ อุดล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้