Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9003/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เด็กหญิง ว. ผู้เสียหายขณะเกิดเหตุมีอายุ 14 ปีเศษ ออกจากบ้านของบิดามารดาตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2538 จนถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2538โดยจำเลยได้พรากผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร ทำให้ปราศจากเสรีภาพและกระทำชำเราโดยผู้เสียหายมิได้สมัครใจไปกับจำเลย การที่จำเลยพาผู้เสียหายไปที่บ้านญาติจำเลยที่ตำบลทับปริกอำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ แล้วกระทำชำเราผู้เสียหาย หลังจากนั้นจำเลยได้ปิดประตูขังผู้เสียหายไว้ในห้อง รุ่งขึ้นจำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายไปบ้านญาติจำเลยที่บ้านควนพล ตำบลไทรทองอำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วนำผู้เสียหายเข้าไปขังไว้ในห้องตลอดมา ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2538 ถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2538แม้การที่จำเลยนำผู้เสียหายไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ที่บ้านญาติของจำเลยหลายแห่งเป็นเวลานานนับ 10 วัน จะเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องมาจากความประสงค์เดียวกับการกระทำชำเราผู้เสียหายก็ตาม แต่การที่จำเลยนำผู้เสียหายไปหน่วงเหนี่ยวกักขังโดยปิดประตูขังไว้ในห้องตลอดมา ถือได้ว่าเป็นความผิดอีกกระทงหนึ่งต่างหากจากความผิดฐานกระทำชำเราซึ่งเสร็จเด็ดขาดไปแล้วหาใช่เป็นกรรมเดียวกันไม่ จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 227 วรรคหนึ่ง,310 วรรคหนึ่ง และ 317 วรรคสาม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม 2538 เวลากลางวันถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2538 เวลากลางวันติดต่อกัน จำเลยโดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กหญิงวิมลทิพย์ ผู้เสียหายที่ 1 อายุ 14 ปีเศษ ยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากนายวิสัน ผู้เสียหายที่ 2 และนางติ้น ผู้เสียหายที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง เพื่อการอนาจาร โดยผู้เสียหายที่ 1 ไม่เต็มใจไปด้วย จำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายที่ 1 โดยบังคับผู้เสียหายที่ 1 ให้อยู่ภายในบ้านห้ามมิให้ออกไปภายนอก หากขัดขืนจะประทุษร้ายต่อชีวิต เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ต้องจำยอมอยู่ภายในบ้านอันเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ปราศจากเสรีภาพในร่างกายระหว่างพรากและหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายที่ 1 ดังกล่าวจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมิใช่ภริยาของตนจนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง

ทั้งนี้โดยจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้เสียหายที่ 1 อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277, 310, 317จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 310 วรรคหนึ่ง, 317 วรรคสาม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี จำคุก 4 ปี ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง จำคุก 1 ปี ฐานพรากเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำผิดของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคหนึ่ง และมาตรา 310 วรรคหนึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

ลงโทษฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 4 ปี เมื่อรวมกับโทษจำคุก 5 ปี ฐานพรากเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีแล้ว เป็นจำคุก 9 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุเด็กหญิงวิมลทิพย์ ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งขณะเกิดเหตุมีอายุ 14 ปีเศษ ออกจากบ้านของนายวิสัน และนางติ้น ผู้เป็นบิดามารดาและเป็นผู้เสียหายที่ 2 และ ที่ 3ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2538 จนถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2538คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า

จำเลยกระทำผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร ทำให้ปราศจากเสรีภาพและกระทำชำเราตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายที่ 1 เบิกความเป็นประจักษ์พยานว่า หลังจากผู้เสียหายที่ 1 เลิกการแข่งขันกีฬาแล้วได้พบจำเลยบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเขาพนม จำเลยรับอาสาพาผู้เสียหายที่ 1 ไปส่งบ้าน แต่กลับขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วไปทางอำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ จำเลยพาผู้เสียหายที่ 1 ไปที่บ้านหลังหนึ่งโดยจับมือลากผู้เสียหายที่ 1 เข้าไปในบ้านดังกล่าวซึ่งไม่มีผู้ใดอยู่ จากนั้นจำเลยใช้กำลังกอดปล้ำถอดเสื้อผ้าของผู้เสียหายที่ 1 แล้วถอดเสื้อผ้าของจำเลยจนหมด จำเลยใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ชักเข้าชักออกอยู่นาน 2 นาที

จนกระทั่งสำเร็จความใคร่ แล้วจำเลยขังผู้เสียหายที่ 1 ไว้ในห้องโดยจำเลยออกไปข้างนอก เมื่อจำเลยกลับมาใหม่ก็นอนในห้องเดียวกัน รุ่งเช้าจำเลยให้ผู้เสียหายที่ 1 นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ขับพาไปบ้านญาติของจำเลยที่บ้านควนพล ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำเลยควบคุมผู้เสียหายที่ 1 โดยปิดประตูห้องเมื่อผู้เสียหายที่ 1 อาบน้ำหรือรับประทานอาหารจำเลยจะเป็นผู้ดูแลตลอดเวลา และใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 ทุกคืน คืนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 25 สิงหาคม 2538 เห็นว่าขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 1 เป็นเด็กหญิงอายุเพียง 14 ปีเศษ ให้การต่อร้อยตำรวจโทประจักษ์ รอดการทุกข์ พนักงานสอบสวนในทันทีภายหลังเกิดเหตุ

ยืนยันว่าจำเลยพรากผู้เสียหายที่ 1 ไปข่มขืนกระทำชำเราและหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ คำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 มีเหตุผลสอดคล้องกับคำเบิกความของพนักงานสอบสวนเป็นลำดับ และผู้เสียหายที่ 1 ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยอีกทั้งเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียต่อชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของผู้เสียหายที่ 1 เอง คำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 มีน้ำหนักรับฟังได้อนึ่งแม้จะปรากฏจากรายงานชันสูตรของแพทย์ เอกสารหมาย จ.2 ว่าไม่พบเชื้ออสุจิในช่องคลอดของผู้เสียหายที่ 1 แต่ปรากฏว่าผู้เสียหายที่ 1 ชำระล้างร่างกายก่อนเข้าตรวจร่างกายจึงทำให้ไม่พบเชื้ออสุจิ พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า

จำเลยที่ 1 พรากผู้เสียหายที่ 1 อายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร ทำให้ปราศจากเสรีภาพและกระทำชำเรา หาใช่เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายที่ 1 สมัครใจไปกับจำเลยตามที่จำเลยฎีกาไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่เชื่อว่าผู้เสียหายที่ 1จะมีอายุไม่ครบ 15 ปี นั้น เห็นว่า การที่จำเลยอ้างว่าเคยไปเที่ยวกับผู้เสียหายที่ 1 หลายครั้ง ผู้เสียหายที่ 1 มีความรู้ความสามารถ มีสติปัญญา ความคิดอ่านที่ดี บุคลิกความเป็นอยู่ รูปร่างหน้าตาการแต่งตัวเป็นผู้ใหญ่มาตลอดนั้น ยังฟังไม่ได้ว่าผู้เสียหายที่ 1 อายุเกินกว่า 15 ปี อีกทั้งยังเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการต่อมาว่าการที่จำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายที่ 1 แล้วกระทำชำเราเป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังอีกกระทงหนึ่งแยกต่างหากจากกระทำผิดฐานกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 หรือไม่

เห็นว่า การที่จำเลยพาผู้เสียหายที่ 1 ไปที่บ้านญาติจำเลยที่ตำบลทับปริก อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ แล้วกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 หลังจากนั้นจำเลยได้ปิดประตูขังผู้เสียหายที่ 1 ไว้ในห้อง รุ่งขึ้นจำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายที่ 1 ไปบ้านญาติจำเลยที่บ้านควนพล ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วนำผู้เสียหายที่ 1 เข้าไปขังไว้ในห้องตลอดมา ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2538 ถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2538 ดังนี้ แม้จะฟังได้ว่าการที่จำเลยนำผู้เสียหายที่ 1 ไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ที่บ้านญาติของจำเลยหลายแห่งเป็นเวลานานนับ 10 วัน จะเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องมาจากความประสงค์เดียวกับการกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 ก็ตาม แต่การที่จำเลยนำผู้เสียหายที่ 1 ไปหน่วงเหนี่ยวกักขังโดยปิดประตูขังไว้ในห้องตลอดมานั้นถือได้ว่าเป็นความผิดอีกกระทงหนึ่งต่างหากจากความผิดฐานกระทำชำเราซึ่งเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว หาใช่เป็นกรรมเดียวกันไม่พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กนก พรรณรักษา · ปรีดี รุ่งวิสัย · สมศักดิ์ เนตรมัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้