Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 90/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามรายงานกระบวนการพิจารณาของศาลชั้นต้นได้จดวันนัดสาบานไว้สองวันแต่มิได้กำหนดว่าจะต้องทำให้เสร็จตามวันเวลานัดทั้งสองวันนั้นอันจะถือว่าเป็นข้อแพ้ชนะกัน ข้อที่จะถือให้เป็นข้อแพ้ชนะนั้นเป็นเรื่องข้อความที่จะต้องสาบานและวัดที่กำหนดไว้ ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนสาบานไปหลังจากวันที่กำหนดโดยไม่ใช่เกิดจากความผิดของฝ่ายโจทก์ จะถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดข้อตกลงหาได้ไม่ ไม่ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลว่ามีข้อตกลงจะต้องสาบานตามประเพณีท้องถิ่นคือโจทก์นำสาบานและให้เจ้าอาวาสเป็นผู้ทำพิธี และดื่ม น้ำสาบาน ข้อตกลงท้ากันมีเพียงว่าให้สาบานต่อหน้าวัดทั้งเจ็ดวัดเท่านั้น เมื่อโจทก์ได้ไปสาบานต่อหน้าวัดจนครบทุกวัดตามที่กำหนดไว้แล้วถือได้ว่าฝ่ายโจทก์ปฏิบัติตามคำท้าครบถ้วนแล้ว จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับจำเลย บิดามารดาโจทก์และจำเลยมีที่ดินทั้งหมด 4 แปลง เมื่อบิดามารดาถึงแก่กรรมที่ดินดังกล่าวก็ตกได้แก่โจทก์ทั้งสามและจำเลยโดยต่างร่วมกันครอบครอง ต่อมาโจทก์ทั้งสามกับจำเลยตกลงให้จำเลยไปขอออกโฉนดที่ดินทั้ง 4 แปลง ได้แก่ที่ดินเลขที่ 7521,7522,5723 และ4518 เนื้อที่ 25 ไร่ 52 ตารางวา 2 งาน 28 ตารางวา, 2 ไร่ 2 งาน56 ตารางวา และ 4 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา ตามลำดับ โจทก์ทั้งสามขอให้จำเลยแบ่งแยกโฉนดที่ดินทั้ง 4 แปลงตามส่วนแบ่ง แต่จำเลยไม่ยอมอ้างว่าเป็นของจำเลยขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ทั้งสามตามส่วน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาโดยให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดยโสธรจดทะเบียนแบ่งแยกให้จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทตามฟ้องไม่ใช่มรดกเพราะบิดามารดายกให้จำเลยแล้ว

ระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น คู่ความท้ากันว่า ถ้าโจทก์ทั้งสามและนายผา ทองปาน ยอมสาบานต่อหน้าวัดทั้งเจ็ดที่จะไปสาบานและข้อความที่สาบาทให้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ จำเลยยอมแพ้คดีและยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องให้โจทก์ ยกเว้นที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 4518ซึ่งโอนแก่บุคคลภายนอกไปก่อนฟ้องคดีนี้และโจทก์ประสงค์จะไปดำเนินคดีเป็นคดีใหม่ต่างหาก ถ้าโจทก์คนใดคนหนึ่งและนายผาไปสาบานไม่ครบโจทก์ยอมแพ้คดี การสาบานคู่ความตกลงให้กระทำต่อหน้าจ่าศาลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากจ่าศาล โดยจำเลยจะเป็นฝ่ายนำจ่าศาลไปยังวัดทั้งเจ็ดคู่ความตกลงไปสาบานที่วัดพระธาตุพนม วัดภูด่านแต้ ในวันที่ 16มกราคม 2531 เวลา 8 นาฬิกา เป็นต้นไป และไปสาบานที่วัดป่าอัมพวันวัดป่าบ้านสงเปือย

วัดบ้านนาถ่ม วัดบูรพา คำเขื่อนแก้ววัดบ้านบกน้อย ในวันที่ 17 มกราคม 2531 เวลา 8 นาฬิกา เป็นต้นไปถ้าโจทก์และนายผา ทองปาน ไม่ไปโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควรถือว่าโจทก์ไม่ยอมสาบานและยอมแพ้คดี ถ้าจำเลยไม่ไปก็ให้ดำไเนินการไปได้ถ้าไม่มีคู่ความฝ่ายใดไปสาบานเลยให้ศาลจำหน่ายคดีจากสารบบความรายละเอียดปรากฎตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ฉบับลงวันที่ 12 มกราคม 2531 ครั้นวันที่ 16 มกราคม 2531 จำเลยกับทนายจำเลยได้นำนายวีระศักดิ์ พรหมภักดี เจ้าหน้าที่ศาลพร้อมโจทก์ทั้งสามกับนายผา ทองปาน ไปสาบานที่วัดภูด่านแต้ และวัดพระธาตุพนม โดยนายวีระศักดิ์ได้บันทึกการไปสาบานที่วัดทั้งสองแห่งต่อหน้าพระครูปลัดมหาเถรานุวัตร ซึ่งเป็นเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดนครพนมวันรุ่งขึ้นบุคคลทั้งหมดดังกล่าวได้ไปที่วัดป่าอัมพวัน และวัดป่าบ้านสงเปือย

เมื่อโจทก์ทั้งสามแบละนายผาได้สาบานต่อหน้าวัดทั้งสองเรียบร้อยแล้ว นายวีระศักดิ์ได้นำไปสาบานที่วัดบูรพาคำเขื่อนแก้ว ปรากฎว่าเจ้าอาวาสวัดไม่ยอมให้ทำพิธีสาบาน จึงได้เดินทางต่อไปที่วัดบ้านบกน้อย แต่เจ้าอาวาสวัดไม่อยู่ โจทก์ทั้งสามและจำเลยตกลงกันไม่ได้ โจทก์ทั้งสามและจำเลยจึงพากันกลับ โดยมิได้ไปสาบานที่ธาตุนายดี วัดบ้านนาถ่ม ต่อมาวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2531จำเลยยื่นคำแถลงต่อศาลว่า ในการสาบานนั้น โจทก์ทั้งสามไม่เต็มใจสาบานตามบันทึกของศาลแต่ในที่สุดก็ยอมสาบานตามข้อตกลงที่ศาลบันทึกไว้ให้เป็นถ้อยสาบาน นอกจากนี้โจทก์ทั้งสามและนายผาก็มิได้ไปสาบานให้ครบทั้งเจ็ดวัด ถือว่าโจทก์มิได้ปฏิบัติตามคำท้า ศาลชั้นต้นสั่งว่า

กรณีมิใช่ความผิดของโจทก์ที่สาบานต่อหน้าวัดบูรพาคำเขื่อนแก้ว และวัดบ้านบกน้อยไม่ได้ เพราะเกิดเหตุขัดข้อง จะถือว่าโจทก์แพ้คดีตามคำท้ายังไม่ได้ ส่วนการที่มิได้ไปสาบานที่ธาตุนายดีวัดบ้านนาถ่ม เนื่องจากเป็นเวลาค่ำและมีเหตุขัดข้องทั้งสองวัดมาก่อนเจ้าหน้าที่ศาลจึงให้โจทก์กลับไปก่อน และโจทก์มิได้นำเจ้าหน้าที่ศาลออกไปสาบานก็หาใช่ความผิดของโจทก์ไม่ เพราะเป็นหน้าที่ของจำเลยที่รับจะพาเจ้าหน้าที่ศาลไปแล้วสั่งให้จำเลยนำเจ้าหน้าที่ศาลออกไปกับฝ่ายโจทก์เพื่อสาบานยังวัดที่เหลือ จำเลยแถลงจะไม่นำเจ้าหน้าที่ศาลไปสาบานอีกฝ่ายโจทก์รับจะนำเจ้าที่ศาลไปสาบาน สาลชั้นต้นจึงสั่งให้โจทก์นำเจ้าหน้าที่ศาลไปสาบานในวันที่ 27 และ 28 กุมภาพันธ์2531 เวลา 9 นาฬิกา เป็นต้นไป

ปรากฎตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2531 ครั้นวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2531โจทก์ทั้งสามและนายผาได้ไปสาบานต่อหน้าธาตุนายดี วัดบ้านนาถ่มวัดบ้านบกน้อย ต่อหน้าพระพุทธรูปพระประธาน และวัดบูรพา คำเขื่อนแก้วต่อหน้าอุโบสถ โดยมีนายวีระศักดิ์ เจ้าหน้าที่ศาลเป็นผู้นำสาบานส่วนจำเลยและทนายจำเลยมิได้ไปด้วยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 7521 ตำบลดงแคนใหญ่ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ให้โจทก์มีกรรมสิทธิ์คนละ 5 ไร่ 10 ตารางวา โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่7522 ตำบลดงแคนใหญ่ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์คนละ 3 ไร่ 45 ตารางวา โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่7523 ตำบลดงแคนใหญ่ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์คนละ 2 งาน 11 ตารางวา ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 คำพิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า โจทก์ทั้งสามและนายผาได้ปฏิบัติตามคำท้าครบถ้วนหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าฝ่ายโจทก์จะต้องสาบานให้ครบทุกวัดก่อนวันนัดพร้อมวันที่ 4กุมภาพันธ์ 2531 การที่โจทก์ไปสาบานใหม่ภายหลังนั้นไม่ถูกต้องและต้องแพ้คดีตามคำท้านั้น เห็นว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณา ของศาลชั้นต้นวันที่ 12 มกราคม 2531 ได้จดวันนัดสอบสาบานไว้สองวันแต่มิได้กำหนดว่าจะต้องทำให้เสร็จตามวันเวลานัดทั้งสองวันนั้น อันจะถือว่าเป็นข้อแพ้ชนะกัน ข้อที่จะถือให้เป็นข้อแพ้ชนะนั้นเป็นเรื่องข้อความที่จะต้องสาบานและวัดที่กำหนดไว้ ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนสาบานไปหลังจากที่กำหนดในวันที่ 17 กมกราคม 2531 โดยไม่ใช่เกิดจากความผิดของฝ่ายโจทก์

จะถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดข้อตกลงหาได้ไม่ ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่าจะต้องสาบานตามประเพณีท้องถิ่นกล่าวคือโจทก์นำสาบานและให้เจ้าอาวาส หรือตัวแทนวัดเป็นผู้ทำพิธีสาบาน และดื่มน้ำสาบานนั้น เห็นว่า ไม่ปรากฎข้อตกลงดังกล่าวของโจทก์และจำเลยในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลว่า จะต้องทำพิธีสาบานตามที่จำเลยฎีกา ข้อตกลงท้ากันมีเพียงว่าให้สาบานต่อหน้าวัดทั้งเจ็ดวัดเท่านั้น เมื่อโจทก์ทั้งสามและนายผาได้ไปสาบานต่อหน้าวัดที่เหลือจนครบทุกวันตามที่กำหนดไว้แล้วถือได้ว่าฝ่ายโจทก์ปฏิบัติตามคำท้าครบถ้วนแล้ว จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3951/2562

โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงท้ากันโดยให้ถือเอาผลคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 26580/2545 ของศาลอาญา เป็นผลแพ้ชนะกันในประเด็นข้อพิพาทคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำละเมิดต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5196/2550

คู่ความท้ากันว่า หากโจทก์สามารถใช้เครื่องมือกระบอกตั้งระยะชุดป้อนกระดาษของเครื่องพิมพ์ขนาด 102 เซนติเมตร ในการตั้งระยะเครื่องซีดี 74 ตามใบสั่งซ่อมได้ระยะ 45.5 เซนติเมตร หรือ 455 มิลลิเมตร แล้ว จำเลยทั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4155/2548

คู่ความตกลงท้ากันโดยถือเอาผลของการรังวัดที่ดินแปลงพิพาทของเจ้าพนักงานที่ดินว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่ในเขตหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งทางราชการได้ออกให้แก่จำเลยหรือไม่ เป็นข้อแพ้ชนะในคดี เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6697/2548

คู่ความท้ากันให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทเพียงข้อเดียวว่า ที่ดินพิพาทหลังจากทำสัญญาจะซื้อจะขายแล้วสามารถจดทะเบียนโอนได้ในวันที่ 3 ตุลาคม 2533 หรือไม่ หากสามารถจดทะเบียนโอนได้ โจทก์จะยอมแพ้ หากไม่สามา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12183/2547

โจทก์จำเลยท้ากันว่า ให้ศาลส่งลายมือชื่อของจำเลยในสัญญากู้กับตัวอย่างลายมือชื่อของจำเลยไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ ถ้าผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าลายมือชื่อในสัญญากู้เป็นลายมือชื่อของจำเลยจริง จำเลยยอมแพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้