Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8960/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประเด็นข้อพิพาทที่ผู้คัดค้านอ้างเป็นข้อพิพาทที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับสัญญาซื้อขายน้ำมันปิโตรเลียมซึ่งจะต้องพิจารณาและชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการตามข้อบังคับของสถาบันอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งกรุงลอนดอน (London Court of International Arbitration) ตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน จึงมิใช่ประเด็นข้อพิพาทที่ศาลจะวินิจฉัยในชั้นนี้ การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวจึงชอบแล้ว ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นพิจารณาแต่เพียงพยานหลักฐานที่ผู้คัดค้านนำสืบตามข้อต่อสู้ว่ารับฟังไม่ได้ ทั้งที่ผู้ร้องนำสืบไม่น่าเชื่อว่าผู้ร้องเป็นนิติบุคคลจริงเพราะไม่แสดงหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ส่วนราชการซึ่งกำกับดูแลออกให้เป็นพยานหลักฐานนั้นเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเรื่องความเป็นผู้บกพร่องในเรื่องความสามารถของคู่สัญญาตามกฎหมายที่ใช้บังคับแก่คู่สัญญานั้น ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 43 (1) ซึ่งภาระการพิสูจน์ตกแก่ผู้คัดค้าน และการที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจะรับฟังพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบแสดงอย่างไรย่อมเป็นดุลพินิจของศาล เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลรับฟังพยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยพยานหลักฐานแต่อย่างใด จึงไม่ต้องวินิจฉัยว่าคำพิพากษาของศาลฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 (2) หรือไม่ อุทธรณ์ข้อนี้ของผู้คัดค้านจึงต้องห้ามตามกฎหมาย ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่าศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้วินิจฉัยประเด็นที่ผู้คัดค้านโต้แย้งว่าผู้คัดค้านไม่ได้รับสำเนาคำชี้ขาดจากอนุญาโตตุลาการ จึงถือว่าศาลมิได้วินิจฉัยข้อโต้แย้งทุกข้อทุกประเด็น เป็นคำพิพากษาที่ฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้โต้แย้งไว้ในคำคัดค้าน จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นคำคัดค้าน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้วินิจฉัยเรื่องดังกล่าวจึงชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการโดยให้ผู้คัดค้าน (1) ชำระเงินจำนวน 268,867.56 ดอลลาร์สหรัฐ (2) ชำระดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวในอัตราดอกเบี้ยที่เสนอระหว่างธนาคารในลอนดอน (LIBOR) สำหรับเงินฝากทุก 3 เดือน สำหรับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐบวกร้อยละ 2 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2539 ถึงวันฟ้อง (วันที่ 9 กันยายน 2548) จำนวน 140,071.96 ดอลลาร์สหรัฐ (3) ชำระดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวในอัตราดอกเบี้ยที่เสนอระหว่างธนาคารในลอนดอน (LIBOR) สำหรับเงินฝากทุก 3 เดือน สำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐบวกร้อยละ 2 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ (4) ให้ชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอนุญาโตตุลาการจนถึงวันที่มีคำชี้ขาดจำนวน 7,932 ปอนด์สเตอร์ลิง และ (5) ให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการและค่าทนายความอย่างสูงแก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการของสถาบันอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งกรุงลอนดอน (London Court of International Arbitration) ดังนี้ (1) ให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 268,867.56 ดอลลาร์สหรัฐ แก่ผู้ร้อง (2) ให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยจากต้นเงิน 268,867.56 ดอลลาร์สหรัฐ ตามอัตราดอกเบี้ยของ London Interbank Offer Rate (LIBOR) บวกร้อยละ 2 ต่อปี และตามอัตราที่มีการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาสำหรับเงินฝากรวม 3 เดือน ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง (3) ให้ผู้คัดค้านชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการรวมทั้งสิ้น 7,932 ปอนด์สเตอร์ลิง แก่ผู้ร้อง และให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า ในการทำสัญญาซื้อขายน้ำมันปิโตรเลียม ผู้ร้องและผู้คัดค้านซึ่งเป็นลูกหนี้ตกลงกันทางโทรพิมพ์ทำคำเสนอขายและโทรพิมพ์ทำคำเสนอซื้อและสัญญาซื้อขายให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปของผู้ร้องเกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมซีแอนด์เอฟ ฉบับวันที่ 1 กรกฎาคม 2532 ซึ่งในข้อ 11 ของข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าวกำหนดว่า ข้อพิพาทหรือข้อเรียกร้องที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับสัญญานี้ รวมทั้งปัญหาการผิดสัญญาดังกล่าวจะต้องพิจารณาและชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการตามข้อบังคับของสถาบันอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งกรุงลอนดอน และตามโทรพิมพ์คำเสนอขาย

ผู้ร้องและผู้คัดค้านตกลงกันว่า ค่าเสียเวลาเรือให้คำนวณตามอัตราสัญญาเช่าเรือแบบเหมาลำสำหรับเที่ยวเดินเรือเช่าเหมาลำ และตามการประเมิน / คำตัดสินของคณะกรรมการนายหน้าเรือขนน้ำมันของลอนดอนสำหรับเรือเช่าเหมาลำแบบมีกำหนดระยะเวลาหรือเรือที่เป็นเจ้าของโดยคำนวณตามขนาดของเรือ ต่อมาผู้ร้องยื่นคำเสนอข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าเสียเวลาเรือและค่าเคลื่อนย้ายเรือต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งกรุงลอนดอนให้แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ 1 คน ขึ้นพิจารณาชี้ขาดข้อพิพาทดังกล่าว อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระเงินให้แก่ผู้ร้อง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการชอบหรือไม่

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ประการแรกว่า ผู้คัดค้านต่อสู้เป็นประเด็นว่าผู้ร้องกับผู้คัดค้านได้ตกลงไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายต่อกัน และผู้คัดค้านยอมรับมอบสินค้าที่ส่งมอบผิดระวาง และในการนำสืบของผู้คัดค้านก็ได้สืบพยานไว้ด้วย แต่ศาลมิได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว หากศาลได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว อาจทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป การที่ศาลมิได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ และถือได้ว่าคำพิพากษาของศาลที่ไม่วินิจฉัยข้อพิพาทให้ครบถ้วนทุกประเด็นเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เห็นว่า ประเด็นข้อพิพาทที่ผู้คัดค้านอ้างดังกล่าวเป็นข้อพิพาทที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับสัญญาซื้อขายน้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งจะต้องพิจารณาและชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการตามข้อบังคับของสถาบันอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งกรุงลอนดอน ตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปของผู้ร้องเกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมซีแอนด์เอฟ ฉบับวันที่ 1 กรกฎาคม 2532 จึงมิใช่ประเด็นข้อพิพาทที่ศาลจะวินิจฉัยในชั้นนี้

การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ข้อนี้ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อมาว่า ...ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแต่เพียงพยานหลักฐานที่ผู้คัดค้านนำสืบตามข้อต่อสู้ว่ารับฟังไม่ได้ ทั้งที่ผู้ร้องนำสืบไม่น่าเชื่อว่าผู้ร้องเป็นนิติบุคคลจริงเพราะไม่แสดงหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ส่วนราชการซึ่งกำกับดูแลออกให้เป็นพยานหลักฐานนั้นเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเรื่องความเป็นผู้บกพร่องในเรื่องความสามารถของคู่สัญญาตามกฎหมายที่ใช้บังคับแก่คู่สัญญานั้น ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ

พ.ศ. 2545 มาตรา 43 (1) ซึ่งภาระการพิสูจน์ตกแก่ผู้คัดค้าน และการที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจะรับฟังพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบแสดงอย่างไรย่อมเป็นดุลพินิจของศาล เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลรับฟังพยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยพยานหลักฐานแต่อย่างใด จึงไม่มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าคำพิพากษาของศาลฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 45 (2) หรือไม่ อุทธรณ์ของผู้คัดค้านในข้อนี้จึงต้องห้ามตามกฎหมาย ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านประการสุดท้ายมีว่า การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้วินิจฉัยประเด็นที่ผู้คัดค้านโต้แย้งว่า

ผู้คัดค้านไม่ได้รับสำเนาคำชี้ขาดจากอนุญาโตตุลาการ ถือว่าศาลมิได้มีคำวินิจฉัยข้อโต้แย้งทุกข้อทุกประเด็นแห่งคดี จึงเป็นคำพิพากษาที่ฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เห็นว่า คดีนี้ในคำคัดค้านของผู้คัดค้านไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้โต้แย้งว่า ผู้คัดค้านไม่เคยได้รับสำเนาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการแต่อย่างใด ที่ผู้คัดค้านนำสืบนายสมศักดิ์พยานผู้คัดค้านเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นคำคัดค้าน เมื่อไม่มีประเด็นในเรื่องนี้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้วินิจฉัยเรื่องดังกล่าวจึงชอบแล้ว หาใช่เป็นการวินิจฉัยข้อพิพาทไม่ครบทุกข้อทุกประเด็นแห่งคดี อุทธรณ์ข้อนี้ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท แทนผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · เกรียงชัย จึงจตุรพิธ
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายจุมพล ภิญโญสินวัฒน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ค)284/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ154/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ131/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2651/2568

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งจำหน่ายคดีตา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 702715)

การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า พฤติการณ์เป็นการถูกกลฉ้อฉลถึงขนาดจึงเป็นโมฆียะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงได้ เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีและระบุเหตุผลแห่งการวินิจฉัยไว้โดยชัดแจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712221)

การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า พฤติการณ์เป็นการถูกกลฉ้อฉลถึงขนาดจึงเป็นโมฆียะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงได้ เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีและระบุเหตุผลแห่งการวินิจฉัยไว้โดยชัดแจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 696280)

คำให้การของผู้คัดค้านในคดีแพ่งที่ผู้ร้องยื่นฟ้องก่อนเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการที่ว่าต้องนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นเพียงการอ้างว่าสัญญาต่าง ๆ ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในคำฟ้องล้วนมีข้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2987/2566

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง บัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ (1) การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้