Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้ จำเลยให้การว่าจำเลยตกลงขายที่สวนให้โจทก์ แต่โจทก์กลับหลอกลวงให้ทำหนังสือสัญญากู้ และจำเลยไม่ได้รับเงิน ดังนี้ เป็นการต่อสู้ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนและไม่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญากู้ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป 5,000 บาท เอาที่สวน1 แปลงเป็นประกัน จำเลยไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย โจทก์จึงฟ้องจำเลยให้การว่า จำเลยเป็นคนปัญญาอ่อน จำเลยเคยไปอยู่บ้านโจทก์ซึ่งเป็นหลานจำเลยตกลงจะขายที่สวนให้โจทก์ 1 แปลง ราคา 5,000 บาทโจทก์หลอกลวงให้จำเลยไปทำหนังสือสัญญากู้ที่สถานีตำรวจ และบอกว่าจะจ่ายเงินให้เมื่อโอนที่ดินกันแล้ว แต่ต่อมากลับขับไล่จำเลยออกจากบ้าน และไม่ได้ให้เงินจำเลย หนังสือสัญญากู้เป็นโมฆะ หนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ และโจทก์ไม่เคยทวงถามศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่าสัญญากู้สมบูรณ์หรือไม่ ถ้าสมบูรณ์โจทก์มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้หรือไม่ และให้โจทก์นำสืบก่อนแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ขอซื้อสวนจากจำเลย แล้วพาจำเลยไปทำสัญญากู้เจตนาอันแท้จริงของจำเลยไม่ได้ประสงค์จะผูกพันกันตามสัญญากู้

จำเลยไม่ได้รับเงินกู้ สัญญากู้จึงไม่สมบูรณ์ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน การที่ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นเรื่องซื้อขายสวนเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสัญญากู้จำเลยได้กู้เงินโจทก์และรับเงินไปจริงศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หน้าที่นำสืบตกจำเลยนำสืบก่อน และจำเลยมีสิทธินำสืบหักล้างเอกสารสัญญากู้ได้ สำหรับข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่า สัญญากู้ปรากฏชัดว่าเอาที่สวนเป็นประกันเงินกู้ศาลไปฟังว่าเป็นเรื่องซื้อขาย จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยให้การว่าโจทก์หลอกลวงให้จำเลยทำหนังสือสัญญากู้โดยจำเลยเข้าใจว่าเป็นสัญญาขายที่สวนให้โจทก์จำเลยไม่ได้รับเงินจากโจทก์นั้น เป็นการต่อสู้ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน และไม่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารสัญญากู้ ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยลงลายพิมพ์นิ้วมือในสัญญากู้ เพราะโจทก์หลอกลวงว่าเป็นสัญญาจะซื้อขายที่สวน โดยจำเลยไม่ได้รับเงินจากโจทก์แต่อย่างใด สัญญากู้ไม่สมบูรณ์ โจทก์นำมาฟ้องเรียกเงินไม่ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ล้วน นิลกำแหง · สวัสดิ์ ภู่งาม · สุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3018/2541

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้รวม 3 ฉบับ จำนวนเงินฉบับละ 50,000 บาท40,000 บาท และ 110,000 บาท ตามลำดับ รวมแล้วเป็นเงินต้น200,000 บาท จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 กู้เงิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5416/2540

จำเลยที่ 2 และที่ 5 ให้การข้อ 2 ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ ไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ และไม่เคยเข้าทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยคนใดที่มีภาระจำต้องชำระหนี้แก่โจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5932/2538

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ตามสัญญากู้เอกสารท้ายฟ้องจำนวน 20,200 บาท จำเลยให้การต่อสู้เรื่องสัญญากู้เป็นเอกสารปลอมเป็นประเด็นสำคัญ โดยอ้างเหตุว่าที่เป็นเอกสารปลอมเนื่องจากโจทก์ได้แก้ไขจำนวนเง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3028/2527

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ 16,000 บาท จำเลยให้การว่าความจริงกู้เพียง 6,000 บาท ปรากฏว่าเอกสารหลักฐานแห่งการกู้เดิมเป็นแบบพิมพ์สัญญากู้เงิน เมื่อจำเลยเขียนเลข '6,000' ในช่องจำนวนเงินที่กู้ยืมและเซ็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1860/2523

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ 2,000 บาท จำเลยให้การว่าความจริงจำเลยกู้เพียง 1,000 บาท ได้ลงชื่อไว้ในแบบพิมพ์ซึ่งได้ลงจำนวนเงินไว้แล้ว แต่ไม่กรอกข้อความ จำนวนเงินในสัญญากู้ได้มีการแก้ไขจาก 1,000 บาท เป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้