Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นในขณะเกิดเหตุ คงมีแต่พยานพฤติเหตุแวดล้อมเพียงปากเดียวซึ่งเบิกความว่าเห็นจำเลยวิ่งออกมาจากไร่อ้อยภายหลังเกิดเหตุ ที่ฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนฆ่าผู้ตาย และฆ่าเพราะอะไรโดยวิธีใด ก็เพราะจำเลยให้การรับสารภาพมาตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนถึงศาล ศาลวางโทษจำคุกตลอดชีวิต เมื่อเพิ่มโทษและลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 33 ปี 4 เดือน จึงเหมาะสมแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นในขณะเกิดเหตุ คงมีแต่พยานพฤติเหตุแวดล้อมเพียงปากเดียวซึ่งเบิกความว่าเห็นจำเลยวิ่งออกมาจากไร่อ้อยภายหลังเกิดเหตุ ที่ฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนฆ่าผู้ตาย และฆ่าเพราะอะไรโดยวิธีใด ก็เพราะจำเลยให้การรับสารภาพมาตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนถึงศาล ศาลวางโทษจำคุกตลอดชีวิต เมื่อเพิ่มโทษและลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 33 ปี 4 เดือน จึงเหมาะสมแล้ว

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2523 เวลากลางวัน จำเลยบังอาจใช้แขนรัดคอนางน้ำค้าง ภักดี โดยเจตนาฆ่า จนนางน้ำค้างขาดใจตายสมดังเจตนาจำเลย ดังปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ท้ายฟ้อง เหตุเกิดที่ตำบลทุ่งบัว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งจำเลยนี้อายุกว่า 17 ปี ถูกศาลจังหวัดนครปฐมพิพากษาจำคุกในข้อหาลักทรัพย์ตามคดีหมายเลขแดงที่ 202/2523 มาแล้ว กลับมากระทำผิดคดีนี้อีกภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และเพิ่มโทษจำเลยด้วยจำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้องจริงศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 วางโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนและชั้นศาลเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 โดยที่ส่วนของการเพิ่มเท่ากับส่วนของการลด จึงไม่เพิ่มและไม่ลดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 51 และเพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นโทษจำคุก 66 ปี 8 เดือน

จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกไว้มีกำหนด 33 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2523 เวลา 10 นาฬิกา นายเหมือน วราศิลป์ พี่ชายนางน้ำค้าง ภักดี ผู้ตายเดินผ่านไร่อ้อยที่เกิดเหตุเห็นจำเลยวิ่งออกมาจากไร่อ้อย ครั้นเวลาประมาณ 18 นาฬิกา นายแพ่ง ภักดี สามีผู้ตายมาถามว่าเห็นผู้ตายไหม นายเหมือนตอบว่าไม่เห็น นายแฟงจึงเล่าให้ฟังว่าผู้ตายมาถางหญ้าไร่อ้อยที่เกิดเหตุ นายเหมือนกับนายแฟงจึงไปที่ไร่อ้อยดังกล่าวพบผู้ตายนอนหงายมีผ้าขาวม้าพันคออยู่

ถึงแก่ความตายแล้ว ผ้าถุงของผู้ตายเปิด กางเกงชั้นในถูกตัดออกขาดเห็นอวัยวะเพศ นายเหมือนจึงนึกถึงจำเลยที่วิ่งออกไปจากไร่อ้อยที่เกิดเหตุ จึงพากันไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งรักษาการณ์อยู่ที่วัดศาลาศึก และเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ต่อจากนั้นพันตำรวจตรีสมพร มารศรี กับพวกได้ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ และทำการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย ต่อมาวันที่ 27 พฤศจิกายน 2523 จึงจับจำเลยได้ ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพมีใจความว่า ในวันเวลาเกิดเหตุจำเลยพบผู้ตายกำลังถางหญ้าอยู่ในไร่อ้อยแต่ผู้เดียว จึงแอบเข้าไปข้างหลังผู้ตายใช้แขนทั้งสองกอดรัดตัวผู้ตาย ผู้ตายดิ้นและร้องให้คนช่วย จำเลยจึงใช้แขนขวารัดคอผู้ตายจนกระทั่งผู้ตายร้องไม่ออกและหมดสติไป แล้วจำเลยได้ถลกผ้าถุงผู้ตายขึ้นและใช้มีดตัดกางเกงในผู้ตายจนขาดออกเพื่อจะข่มขืนกระทำชำเรา แต่เห็นว่าผู้ตายไม่รู้สึกตัวเลยจึงใช้หูฟังที่หน้าอกเบื้องซ้ายปรากฏว่าผู้ตายสิ้นใจเสียแล้ว

จำเลยจึงใช้ผ้าขาวม้าของผู้ตายพันคอผู้ตายไว้แล้วหลบหนีไป ดังปรากฏรายละเอียดตามเอกสารหมาย จ.5 จำเลยมีอายุได้ 20 ปี ยังไม่มีภรรยา เพิ่งพ้นโทษคดีลักทรัพย์มาก่อนเกิดเหตุเพียง 12 วัน ส่วนผู้ตายมีอายุได้ 36 ปี มีบุตร 7 คน คนเล็กมีอายุได้ 1 ขวบปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ศาลควรใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยเพียงใดจึงจะเหมาะสมแก่การกระทำผิด ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นในขณะเกิดเหตุคงมีแต่พยานพฤติเหตุแวดล้อมเพียงปากเดียวคือนายเหมือน วราศิลป์ ซึ่งเบิกความว่าเห็นจำเลยวิ่งออกมาจากไร่อ้อยภายหลังเกิดเหตุ ที่ฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนฆ่าผู้ตายและฆ่าผู้ตายเพราะอะไรโดยวิธีใด ก็เพราะจำเลยให้การรับสารภาพมาตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนถึงชั้นศาล

อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่มาก และโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งกฎหมายบัญญัติโทษไว้สามสถาน คือ ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี ตามที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจวางโทษจำคุกตลอดชีวิต เมื่อเพิ่มโทษและลดโทษให้แล้วคงจำคุก 33 ปี 4 เดือนนั้น เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้