Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

รถยนต์เก๋งที่โจทก์รับประกันภัยไว้ถูกรถยนต์ที่จำเลยที่ 2 รับประกันภัยค้ำจุนพุ่งชนได้รับความเสียหาย โจทก์ได้เสียเงินซ่อมแซมรถยนต์เก๋งไปแล้วจึงขอรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันมาฟ้องจำเลยที่ 1ให้รับผิดในฐานะนายจ้างของผู้ขับรถยนต์คันที่ก่อเหตุละเมิดและให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนดังนั้นการรับผิดชดใช้ค่าเสียหายของจำเลยที่ 1 และที่ 2จึงแตกต่างกันจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในฐานะนายจ้างของผู้ทำละเมิด ซึ่งมีอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคแรก ส่วนจำเลยที่ 2จะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาประกันวินาศภัยมีอายุความ2 ปี นับแต่วันวินาศภัย ตามมาตรา 882 วรรคแรก อายุความฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 สามารถแยกออกจากกันได้ เมื่อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 295 บัญญัติให้เรื่องอายุความเป็นคุณหรือเป็นโทษเฉพาะแก่ลูกหนี้คนนั้น ฉะนั้น การฟ้องร้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะนายจ้างของผู้ทำละเมิดขาดอายุความ1 ปี จึงย่อมเป็นคุณเฉพาะแต่จำเลยที่ 1 ไม่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามสัญญาประกันวินาศภัยซึ่งมีอายุความ 2 ปีนับแต่วันวินาศภัยคดีนี้ความรับผิดตามสัญญาประกันวินาศภัยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2536 โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2537เป็นการฟ้องภายในเวลา 2 ปี นับแต่วันวินาศภัยการฟ้องร้องจำเลยที่ 2จึงไม่ขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน 7อ-3493 ของนายสมศักดิ์ ยิ่งสิทธิศักดิ์คง เมื่อวันที่24 ตุลาคม 2536 เวลา 11.30 นาฬิกา นายประทีป บัวชุ่มซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน10-1576 นครสวรรค์ ที่เอาประกันภัยค้ำจุนไว้แก่จำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทเป็นเหตุให้พุ่งชนรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้นำรถยนต์ไปซ่อมโดยต้องเสียค่าซ่อมและค่าอะไหล่ไปเป็นเงิน 15,880 บาท โจทก์จึงเป็นผู้รับช่างสิทธิมาเรียกร้องเอาค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่โจทก์ได้จ่ายค่าซ่อมไป ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าซ่อมรถยนต์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำนวน 16,947 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี

จากต้นเงินจำนวน 15,880 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน 7อ-3493 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นนายจ้างของนายประทีป บัวชุ่ม ผู้ขับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน10-1576 นครสวรรค์ และเหตุแห่งคดีนี้มิได้เกิดจากความประมาทของนายประทีป ค่าเสียหายสูงเกินความจริง ฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ขาดอายุความโดยโจทก์ฟ้องเกิน 1 ปีนับแต่วันละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำละเมิด จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุน จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ให้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การฟ้องร้องให้จำเลยที่ 2 ผู้รับประกันวินาศภัยรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนขาดอายุความแล้วหรือไม่เนื่องจากคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ฉะนั้น การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวตามฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วในสำนวนตามมาตรา 238 และ 247 ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน7อ-3493 กรุงเทพมหานคร ไว้จากนายสมศักดิ์ ยิ่งสิทธิศักดิ์คงผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 10-1576 นครสวรรค์

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2536รถยนต์เก๋งที่โจทก์รับประกันภัยไว้ถูกรถยนต์ที่จำเลยที่ 2 รับประกันภัยค้ำจุนพุ่งชนได้รับความเสียหาย โจทก์ได้เสียเงินซ่อมแซมรถยนต์เก๋งไปเป็นเงิน 15,880 บาท จึงขอรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันมาฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดในฐานะนายจ้างของผู้ขับรถยนต์คันที่ก่อเหตุละเมิดและให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุน เห็นว่าการรับผิดชดใช้ค่าเสียหายของจำเลยทั้งสองแตกต่างกัน จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในฐานะนายจ้างของผู้ทำละเมิด ซึ่งมีอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 วรรคแรก

ส่วนจำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาประกันวินาศภัยมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันวินาศภัย ตามมาตรา 882 วรรคแรก จึงเห็นได้ว่าอายุความฟ้องจำเลยทั้งสองสามารถแยกออกจากกันได้ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 295 บัญญัติให้เรื่องอายุความเป็นคุณหรือเป็นโทษเฉพาะแก่ลูกหนี้คนนั้น ฉะนั้น การฟ้องร้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะนายจ้างของผู้ทำละเมิดจึงขาดอายุความ 1 ปี ย่อมเป็นคุณเฉพาะแต่จำเลยที่ 1 ไม่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามสัญญาประกันวินาศภัยซึ่งมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันวินาศภัยคดีนี้ความรับผิดตามสัญญาประกันวินาศภัยเกิดขึ้นเมื่อวันที่24 ตุลาคม 2536

โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2537 เป็นการฟ้องภายในเวลา 2 ปี นับแต่วันวินาศภัย การฟ้องร้องจำเลยที่ 2 จึงไม่ขาดอายุความ ส่วนปัญหาเรื่องเกี่ยวกับค่าเสียหายว่ามีเพียงใดศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยไว้ แต่คู่ความได้แถลงในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2538 รับข้อเท็จจริงตามฟ้อง ให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยเรื่องอายุความและค่าเสียหาย จึงเห็นสมควรวินิจฉัยเรื่องค่าเสียหายไปโดยไม่ย้อนสำนวนอีกได้ความจากนายพรชัย ตั้งเจริญชัยพัฒนา พยานโจทก์ว่า พยานเป็นผู้รับซ่อมรถยนต์เก๋งคันที่ถูกชนซึ่งโจทก์ส่งไปให้ซ่อมแซม พยานซ่อมรถยนต์จนเสร็จและได้รับค่าจ้างไปแล้ว ส่วนค่าอะไหล่โจทก์เป็นผู้ซื้อเองโจทก์มีหลักฐานใบสั่งจ่ายเงินค่าแรงซ่อมรถจำนวน 6,479 บาทและค่าซื้ออะไหล่รถจากบริษัทชัยทิพย์อะไหล่ยนต์

จำกัดอีกจำนวน 9,401 บาท รวมเป็นเงิน 15,880 บาท ฟังได้ว่าโจทก์ได้เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถตามจำนวนนี้ จำเลยที่ 2จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 รับผิดชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 15,880 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2536 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์จ่ายเงินค่าซ่อมแซมรถไปจนกว่าจำเลยที่ 2 จะชำระเสร็จนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วุฒิ คราวุฒิ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6807/2537

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนซึ่งมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 วรรคหนึ่งจะนำอายุความ 1 ปี ในมูลละเมิดตามมาตรา 448 มาใช้บังคับมิได้ โจทก์ฟ้องให้จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5137/2531

การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 บุกรุกที่ดินโจทก์เนื้อที่ 3 ไร่ 2 งานเศษและจำเลยที่ 2 บุกรุกที่ดินโจทก์เนื้อที่ประมาณ 30 ตารางว่านั้น เป็นแต่เพียงกะประมาณเนื้อที่เอาไว้เพื่อเสียค่าขึ้นศาลเท่านั้น เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1527/2562

เมื่อข้อตกลงตามกรมธรรม์ประกันภัย 2 ฉบับนี้เป็นสัญญาอนุญาโตตุลาการที่ผู้รับประกันภัยค้ำจุนทำกับผู้เอาประกันภัยให้สิทธิผู้มีสิทธิเรียกร้องซึ่งก็คือ ผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลผู้ต้องเสียหายจากวินาศภัยมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8122/2548

ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิด พ.ศ.2529 ข้อ 9 ได้มอบหมายการปฏิบัติราชการให้ผู้อำนวยการกองได้แก่ ผู้อำนวยการกอง กองก่อสร้างและบูรณะของกรุงเทพมหานครโจทก์ เป็นผู้ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4368/2541

โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ซึ่งบรรทุกสินค้าไปส่งให้แก่ลูกค้า และเหตุรถชนเกิดเพราะความประมาทของรถคันที่เอาประกันภัยไว้กับ จำเลย โจทก์จึงชำระค่าเสียหายให้ลูกค้าไป ดังนี้เมื่อทรัพย์ที่เสียหายอยู่ในความครอบครอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้