Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8888/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 198 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (เดิม) การที่จำเลยอ้างว่าไม่ทราบว่าถูกฟ้องเป็นคดีนี้เป็นเหตุหนึ่งที่จำเลยจะร้องขอให้พิจารณาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207 (เดิม) เท่านั้น หาใช่เหตุที่จำเลยจะขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไปโดยชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าวไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินที่จำเลยให้โจทก์ทดรองเป็นค่าซื้อหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์คืนพร้อมด้วยดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 6,765,796.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี นับแต่วันบอกเลิกสัญญา (29 ธันวาคม 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ และมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า หมายนัดพร้อมส่งให้จำเลยโดยชอบแล้ว เมื่อจำเลยไม่ไปศาลถือว่าทราบนัดคราวถัดไปแล้ว ไม่มีการพิจารณาผิดระเบียบ ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาโดยให้สืบพยานโจทก์ใหม่ การแจ้งวันนัดให้คู่ความทราบให้ส่งหมายนัดไปยังภูมิลำเนาของคู่ความ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลไว้รวมสั่งเมื่อพิจารณาพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การชอบหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า แม้การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยจะเป็นไปโดยชอบ แต่การปิดหมายเรียกที่บ้านของจำเลยในขณะที่จำเลยไปทำงานนอกบ้าน และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยทราบมาก่อนว่าถูกฟ้องเป็นคดีนี้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การนั้น เห็นว่า โจทก์ได้นำส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้แก่จำเลยโดยวิธีปิด ณ บ้านที่จำเลยอยู่อาศัยและมีชื่อจำเลยอยู่ในทะเบียนราษฎรและจำเลยรับว่ามีภูมิลำเนาตามฟ้อง เพียงแต่ออกไปทำงานนอกบ้านในเวลากลางวันและยอมรับว่ามีการส่งหมายเรียกและสำเนาให้จำเลยโดยชอบ เพียงแต่จำเลยอ้างว่าไม่ทราบว่าถูกฟ้องเท่านั้น

แสดงว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยได้ดำเนินการโดยชอบแล้ว และจำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การตาม ป.วิ.พ. มาตรา 197 วรรคหนึ่ง และโจทก์ได้มีคำขอต่อศาลภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยไม่ทราบถึงการถูกฟ้องเป็นคดีนี้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินการโดยชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 198 วรรคหนึ่งและวรรคสามแล้ว ส่วนที่จำเลยอ้างว่าไม่ทราบการถูกฟ้องเป็นคดีนี้ เป็นเหตุหนึ่งที่จำเลยจะร้องขอให้พิจารณาใหม่ตาม

ป.วิ.พ. มาตรา 207 เท่านั้น หาใช่เหตุที่จำเลยจะขอให้เพิกถอนการพิจารณา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไปโดยชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าวไม่ ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างมาในฎีกาของจำเลยข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · พีรพล จันทร์สว่าง
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายอภิรัตน์ ลัดพลี
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญเจือ รัตนสมบัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้