Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8879/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า "บุคคล" ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 8 หมายความรวมถึงบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2538 โจทก์ได้รับแจ้งการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2534เป็นเงินทั้งสิ้น 4,420,698 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยจึงใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2538 ต่อมาโจทก์ได้รับแจ้งว่าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่รับคำอุทธรณ์เพราะยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมายกับแจ้งเตือนให้ชำระภาษีอากร โจทก์เห็นว่า การประเมินและเรียกให้โจทก์ชำระภาษีนั้นเป็นการไม่ชอบ โจทก์ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนด 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งการประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต้องรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณา การมีคำสั่งไม่รับคำอุทธรณ์เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งไม่รับคำอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฉบับที่ กค.0842 (สก.1)/09476 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2543 กับให้จำเลยรับคำอุทธรณ์ของโจทก์จำเลยให้การว่า เจ้าพนักงานของจำเลยได้ส่งหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่โจทก์ด้วยตนเอง ณ สำนักงานใหญ่ของโจทก์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2538 โดยมีนายทนง วงศ์จงใจหาญผู้รับมอบอำนาจของโจทก์เป็นผู้รับหนังสือไว้ โจทก์ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2538 เกินกำหนดเวลา 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน ตามมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำสั่งไม่รับคำอุทธรณ์ของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ตามที่คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงรับกันในวันชี้สองสถานของศาลภาษีอากรกลางว่า โจทก์มีภูมิลำเนาสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 33 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร กับมีสำนักงานสาขาอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ โจทก์เพิ่งจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงย้ายสำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2539ไปอยู่ที่เลขที่ 299 หมู่ที่ 1 ซอยฟอกหนัง ถนนสุขุมวิท ตำบลท้ายบ้านอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โจทก์มอบอำนาจให้นายทนง วงศ์จงใจหาญ ไปพบเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยตามหมายเรียกเพื่อตรวจสอบภาษีอากรตามหนังสือมอบอำนาจฉบับลงวันที่ 7 ธันวาคม 2536 นายทนงได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและหนังสือแจ้งให้นำส่งภาษีเงินได้จากเจ้าพนักงานสรรพากรของจำเลยในวันที่ 1 กันยายน 2538 เพื่อจะได้แจ้งให้โจทก์รับทราบและจะได้ชำระภาษีอากรให้ครบถ้วนนอกจากนี้โจทก์ยังได้มอบอำนาจให้นายทนงทำการอุทธรณ์การประเมินภาษีด้วยตามหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 13 ตุลาคม2538

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่ เห็นว่า ตามเอกสารหมาย ล.2 แผ่นที่ 6 หรือตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 2 ระบุว่า วันที่ 1 กันยายน 2538 เวลา 11 นาฬิกานางสาวณัฐชรี รุจิเรข เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษี 5 ได้นำหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและหนังสือแจ้งให้นำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลลงวันที่ 24 สิงหาคม 2538 ไปที่บริษัทโจทก์ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 33 ถนนท่าเรือ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร และได้ส่งมอบหนังสือดังกล่าวให้แก่นายทนงวงศ์จงใจหาญ ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับไว้ด้วย

การที่นางสาวณัฐชรีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีของจำเลยเดินทางไปยังสำนักงานของโจทก์เลขที่ 33 ถนนท่าเรือ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานครอันเป็นภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของโจทก์ตามที่โจทก์จดทะเบียนไว้เพื่อนำส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้และนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่จำเลยด้วยตนเองเช่นนี้ เมื่อนายทนงขณะนั้นอยู่ที่สำนักงานของโจทก์ยินยอมรับหนังสือแจ้งการประเมินและลงลายมือชื่อเป็นผู้รับไว้ด้วย ย่อมเป็นการเพียงพอที่จะฟังได้ว่ามีการส่งหนังสือดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2538 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 8 แห่ง ประมวลรัษฎากรโดยชอบแล้ว ส่วนที่โจทก์อ้างว่าการส่งหนังสือแจ้งการประเมินตามมาตรา 8 นี้ หมายถึงแจ้งให้เฉพาะบุคคลเสียภาษีเท่านั้น

หาได้หมายความรวมถึงนิติบุคคลด้วยนั้น เห็นว่า คำว่า "บุคคล" นั่นย่อมหมายความรวมถึงบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลด้วย ดังนั้น เมื่อนายทนงผู้รับมอบอำนาจของโจทก์รับหนังสือแจ้งการประเมินจากเจ้าพนักงานสรรพากรของจำเลยแล้ว ก็ต้องถือว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินให้ไปเสียภาษีตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2538 แล้ว หากโจทก์เห็นว่าหนังสือแจ้งการประเมินดังกล่าวไม่ถูกต้องและต้องการยื่นอุทธรณ์ ก็ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์เพิ่งยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2538 จึงเกินกำหนดเวลา 30 วันแล้ว ที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่รับคำอุทธรณ์ของโจทก์และศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · โนรี จันทร์ทร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6132/2560

เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกทั้งสองฉบับ โดยอาศัยอำนาจตาม ป.รัษฎากร มาตรา 19 เนื่องจากเป็นกรณีโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ไม่ถูกต้อง และในกรณีที่มีการแสดงรายการตามแบบที่ยื่นไม่ถูกต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2832/2559

ป.พ.พ. มาตรา 68 บัญญัติว่า "ภูมิลำเนาของนิติบุคคลได้แก่ถิ่นอันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือถิ่นอันเป็นที่ตั้งที่ทำการ..." และ ป.รัษฎากร มาตรา 8 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "หมายเรียก หนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 266719)

จำเลยโต้แย้งว่า ป.รัษฎากร มาตรา 8 วรรคสาม, 33 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 8 (4) (9) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฯ ขอให้ศาลล้มละลายกลางส่งคำร้องข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6204/2548

ประมวลรัษฎากร มาตรา 8 วรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานสรรพากรเลือกที่จะส่งหมายเรียก หนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากร หรือหนังสืออื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือให้เจ้าพนักงานสรรพากรนำไปส่งก็ได้ แต่การใช้วิธีปิดห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2548

บทบัญญัติตาม ป. รัษฎากรมาตรา 3 อัฏฐ วรรคหนึ่ง มีความหมายว่าอธิบดีกรมสรรพากรจะเห็นสมควรสั่งให้ขยายกำหนดเวลาหรือเลื่อนกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ หรือการอุทธรณ์ หรือกำหนดเวลาการ เสียภาษีอากรตามที่กำหน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้