Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8877/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การปรับเป็นโทษอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 18(4) ดังนั้น เพียงแต่ได้รับโทษปรับก็ถือว่าต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 113 แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2542 เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้านาฬิกาข้อมือที่มีตราเครื่องหมายการค้าของบริษัทมองเตรส โรเล็กซ์ เอส.เอ จำกัดผู้เสียหายที่ 1 บริษัทแทก-ฮอยเออร์ เอส.เอ. จำกัด ผู้เสียหายที่ 2 บริษัทกุชชี่โอ กุชชี่ เอส.พี.เอ. จำกัด ผู้เสียหายที่ 3 บริษัทคาร์เทียร์ อินเตอร์เนชั่นแนลบี.วี. จำกัด ผู้เสียหายที่ 4 และบริษัทคริสเตียน ดิออร์ จำกัดผู้เสียหายที่ 5 ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศ อันเป็นเครื่องหมายการค้าปลอมที่มีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหายทั้งห้า ซึ่งได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยชอบแล้วในราชอาณาจักร ทั้งนี้โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่า เป็นสินค้าที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายทั้งห้า

เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมทั้งยึดนาฬิกาข้อมือที่มีตราเครื่องหมายการค้าปลอมดังกล่าวรวมจำนวน 111 เรือน ไว้เป็นของกลาง ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 5,500 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษมีกำหนด 1 ปีตามคดีหมายเลขแดงที่ 2529/2540 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 24มิถุนายน 2540 จำเลยได้รับโทษปรับและพ้นโทษมาแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปี จำเลยได้มากระทำความผิดในคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 4, 108, 110, 113, 115, 117ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 ริบของกลางและวางโทษทวีคูณแก่จำเลยจำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2529/2540 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534 มาตรา 110(1) ประกอบมาตรา 108 ให้ลงโทษจำคุก 2 ปีและปรับ 60,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี และปรับ30,000 บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ริบของกลาง ส่วนที่โจทก์ขอให้วางโทษทวีคูณนั้น เห็นว่า คดีก่อนมีทั้งรอการลงโทษจำคุกและปรับแม้จะถือว่าพ้นโทษปรับแล้ว แต่ก็ยังถือไม่ได้ว่าพ้นโทษจำคุกกรณีจึงวางโทษจำเลยทวีคูณตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534 มาตรา 113 ไม่ได้ จึงให้ยกคำขอส่วนนี้โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ขอให้วางโทษทวีคูณแก่จำเลยศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า

"ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า เมื่อจำเลยต้องโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ให้จำคุก6 เดือนและปรับ 5,500 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด1 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2529/2540 ของศาลอาญากรุงเทพใต้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2540 นั้น บัดนี้จำเลยมากระทำผิดเป็นคดีนี้เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนด 5 ปี ศาลจะต้องวางโทษทวีคูณแก่จำเลยตามอุทธรณ์ของโจทก์หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วโทษสำหรับลงแก่ผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 มีดังนี้ (1) ประหารชีวิต (2) จำคุก(3) กักขัง (4) ปรับ และ(5) ริบทรัพย์สิน การปรับจึงเป็นโทษอย่างหนึ่ง ฉะนั้นการที่จำเลยต้องระวางโทษให้ปรับในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2540 และมากระทำความผิดคดีนี้อีกจึงเป็นกรณีที่จำเลยพ้นโทษมาแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปี ถือว่ากรณีต้องด้วยมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534ที่บัญญัติว่า "บุคคลใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปี กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีก ให้ระวางโทษทวีคูณ" กรณีจึงไม่ต้องพิจารณาว่าจะต้องพ้นโทษจำคุกที่รอไว้อีกหรือไม่เพราะเพียงแต่ได้รับโทษปรับก็ถือว่า ต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 นี้แล้ว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่วางโทษทวีคูณแก่จำเลยนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษทวีคูณแก่จำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ตามมาตรา 113 จำคุก 4 ปี ปรับ 120,000บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 2 ปี ปรับ 60,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชิต คำแฝง · สมคิด ไตรโสรัส · พินิจ เพชรรุ่ง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้