Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 887/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตกลงจ้างพวกผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวอีสานให้เป็นคนงานทำหน้าที่ปลูกมันสำปะหลังและอ้อยตัดอ้อย และดายหญ้าในไร่ของจำเลย แล้วพวกจำเลยควบคุมบังคับพวกผู้เสียหายตลอดเวลามิให้ไปไหนมาไหนโดยอิสระกักขังให้หลับนอนในเรือนพักภายในไร่ มีกลอนและโซ่คล้องใส่กุญแจไว้ภายนอกห้อง หากต้องการออกไปถ่ายอุจจาระปัสสาวะก็ต้องขออนุญาต และมียามคอยเฝ้าคุมอยู่ตลอดเวลา เมื่อทำงานล่าช้าก็จะถูกตีเตะทำร้ายทั้งถูกขู่เข็ญมิให้หลบหนี มิฉะนั้นจะถูกยิง ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 และสำหรับจำเลยที่ทำร้ายร่างกายพวกผู้เสียหายย่อมมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายรวม 35 คน ให้ทำงานในไร่ตลอดเวลา ไม่ให้ไปไหนมาไหนโดยเสรี เวลากลางคืนก็กักขังไว้ในเรือนพัก โดยลงกลอนภายนอกกักขังไว้ ทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และจำเลยบางคนกับพวกยังได้เตะตีทำร้ายพวกผู้เสียหายหลายคน จนบางคนเกิดอันตรายแก่กาย และบางคนไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310, 295, 391, 83จำเลยทุกคนให้การปฎิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทุกคนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 ให้จำคุกคนละ 2 ปี สำหรับจำเลยที่ 4 มีความผิดตามมาตรา 295 และมาตรา 391 ด้วย แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 310 กระทงหนักแต่กระทงเดียว ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องอธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 มีความเห็นแย้งว่า

พยานโจทก์แตกต่างกันควรยกฟ้องและมีคำสั่งอนุญาตล่วงหน้าให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้จำเลยที่ 1, 2, 4 และ 5 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง แต่ให้ลงโทษจำเลยที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 83 จำคุก 6 เดือน และลงโทษปรับ 300 บาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทุกคนศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้จ้างพวกผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวอีสานให้เป็นคนงานทำหน้าที่ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกอ้อย ตัดอ้อย และดายหญ้าในไร่ของจำเลย แล้วพวกจำเลยคอยควบคุมบังคับพวกผู้เสียหายตลอดเวลามิให้ไปไหนมาไหนโดยอิสระ กักขังให้หลับนอนในเรือนคนงานภายในไร่ เรือนคนงานไม่มีหน้าต่าง มีแต่ประตูใส่กลอนภายนอก บางคราวล่ามโซ่ใส่กุญแจภายนอกด้วย เวลาจะไปถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ก็ต้องขออนุญาต และมีคนคุมเวลาทำงานก็มีพวกจำเลยถืออาวุธปืนบ้าง มีดบ้าง คอยบังคับข่มขู่ให้ทำงาน ขู่เข็ญมิให้หลบหนี มิฉะนั้นจะถูกยิง หากทำงานล่าช้าก็จะถูกตี เตะ ทำร้าย เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 และสำหรับจำเลยที่ทำร้ายร่างกายพวกผู้เสียหายย่อมต้องมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วย

การที่จำเลยนำสืบว่า ผู้เสียหายหรือคนงานมีสิทธิดูโทรทัศน์หรือตามที่มีความเห็นแย้งของอธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ว่า เมื่อมีการทำสัญญาตกลงทำงานให้ผู้อื่นโดยได้รับสินจ้างเช่นคดีนี้เสรีภาพต้องถูกจำกัดลง คือต้องอยู่ในระเบียบข้อบังคับของนายจ้าง ข้อนี้ศาลฎีกาก็เห็นว่าไม่เป็นการถูกต้องทั้งหมด คือเสรีภาพอาจต้องถูกจำกัดลงบ้าง เพราะเกิดมีหน้าที่ตามสัญญาจ้างขึ้นแทน แต่ก็หาใช่ว่าต้องถึงกับถูกควบคุมตัว ห้องที่พักนอนต้องถูกใส่กลอนภายนอกหรือล่ามโซ่ใส่กุญแจ จะไปถ่ายอุจจาระปัสสาวะต้องมีคนควบคุมเช่นคดีนี้ไม่ การมีสิทธิดูโทรทัศน์ก็ดีหรือการได้รับการดูแลรักษาเมื่อเจ็บป่วยก็ดี ก็ไม่ทำให้การกักขังหรือควบคุมที่ปฎิบัติต่อผู้เสียหายอันเป็นผิดอยู่แล้วกลายเป็นไม่ผิดไม่ได้ เพราะตราบใดที่บุคคลไปไหนมาไหนไม่ได้ตามชอบใจ แม้จะอยู่ดีกินดีเพียงไร ก็เรียกว่าบุคคลนั้นถูกกระทำให้ไร้อิสรภาพหรือปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 อยู่นั่นเองพิพากษาแก้เป็นให้บังคับคดีลงโทษจำเลยทุกคนไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้