Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8869/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำสัญญาแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนและนายหน้าให้ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แทนจำเลยและให้โจทก์มีอำนาจนำเงินที่ได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์มาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ ในวันที่ทำสัญญาจำเลยได้เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แบบมาร์จิ้นซึ่งเป็นการซื้อหลักทรัพย์ด้วยเงินเชื่อ ต่อมาจำเลยสั่งให้โจทก์ซื้อหลักทรัพย์หุ้นบริษัท ร. โดยให้โจทก์เป็นตัวแทนการซื้อหุ้นแบบมาร์จิ้น จำเลยค้างชำระค่าหุ้นพร้อมดอกเบี้ยและจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ยอมชำระหนี้เงินจำนวนดังกล่าวต่อโจทก์ การซื้อขายหุ้นที่จำเลยค้างชำระไม่ใช่การซื้อขายแบบเงินสด การที่โจทก์ดำเนินการขายหุ้นและนำเงินมาหักกลบลบหนี้ที่ค้างชำระจึงไม่ขัดต่อระเบียบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้สมาชิกถือปฏิบัติในการเป็นตัวแทนหรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเงินสด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2517 มาตรา 15 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 112

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๕๓๗,๗๑๑.๘๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๘ ต่อปี จากต้นเงินจำนวน ๓๔๖,๑๒๘.๕๗ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากหนังสือสัญญาแต่งตั้งตัวแทนและนายหน้าให้ซื้อขายหลักทรัพย์มีสาระสำคัญแห่งสัญญาขัดต่อพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ และระเบียบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มูลหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้เกิดจากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งโจทก์ในฐานะตัวแทนของจำเลยมิได้ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการทำการซื้อขายหลักทรัพย์ กล่าวคือ โจทก์ซื้อหุ้นตามคำสั่งของจำเลยแล้วไม่แจ้งค่าซื้อหลักทรัพย์ให้จำเลยทราบเพื่อจำเลยจะได้ชำระค่าหุ้นแก่โจทก์ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ แต่โจทก์เก็บหุ้นที่สั่งซื้อไว้และคิดดอกเบี้ยจนมูลหนี้ค่าหุ้นลดลงและเมื่อโจทก์นำหุ้น ที่จำเลยสั่งซื้อไว้นั้นออกขายโจทก์ก็มิได้แจ้งให้จำเลยชำระค่าหุ้นส่วนที่ยังขาดอยู่กลับทำการหักกลบลบหนี้ แล้วเรียกให้จำเลยชำระหนี้ที่ค้างอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบของตลาดหลักทรัพย์

จำเลยเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นแบบมาร์จิ้น โดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินมาวางเป็นประกันการชำระค่าหุ้นเป็นเงิน ๗๘๕,๑๗๒ บาท จำเลยสั่งซื้อหุ้นเป็นเงิน ๑,๑๐๕,๕๐๐ บาท โจทก์นำตั๋วสัญญาใช้เงินหักชำระหนี้ค่าหุ้นแล้วคงค้างชำระหนี้อีก ๓๒๐,๓๒๘ บาท จำเลยได้ชำระหนี้ค่าหุ้นที่ค้างนั้นแก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๕๓๗,๗๑๑.๘๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๘ ต่อปี จากต้นเงินจำนวน ๓๔๖,๑๒๘.๕๗ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ (ฟ้องวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๓๙) ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยทำสัญญาแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนและนายหน้าให้ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แทนจำเลย และให้โจทก์มีอำนาจนำเงินที่ได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์มาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ ต่อมาวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๓๗ จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์ยอมรับว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์จากการซื้อขายหลักทรัพย์และหนี้อื่น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๕๑๙,๗๖๒.๖๘ บาท และยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ. ๓ หรือไม่ โจทก์มีเจ้าหน้าที่สินเชื่อของโจทก์ซึ่งดูแลบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของจำเลยด้วยเบิกความว่า ในวันที่จำเลยทำหนังสือแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์นั้น

จำเลยได้เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แบบมาร์จิ้น ซึ่งหมายความว่าเป็นการซื้อหลักทรัพย์ด้วยเงินเชื่อด้วย จำเลยสั่งซื้อหุ้นบริษัท ร. ๔ ครั้ง รวมเป็นเงิน ๒,๑๙๓,๕๑๓ บาท ตามใบยืนยันการซื้อขายหลักทรัพย์เอกสารหมาย จ. ๑๐ จำเลยชำระค่าหุ้นดังกล่าวคืนแก่โจทก์บางส่วน คงค้างชำระต้นเงินและดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน ๕๑๙,๗๖๒.๖๘ บาท ตามหลักฐานการผ่อนชำระหนี้เอกสารหมาย จ. ๑๑ เห็นว่า ตามใบยืนยันการซื้อขายหลักทรัพย์เอกสารหมาย จ. ๑๐ เฉพาะรายการที่ ๔ จำนวน ๕,๐๐๐ หุ้น เป็นเงิน ๑,๑๐๕,๕๐๐ บาท นั้น ได้มีการทำหลักฐานแสดงรายละเอียดการผ่อนชำระหนี้เอกสารหมาย จ. ๑๑ ระบุชื่อลูกค้าคือจำเลยประเภทบัญชีมาร์จิ้น ยอดเงินที่ค้างต้นเงินและดอกเบี้ย

ณ วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๓๗ รวมเป็นเงิน ๕๑๙,๗๖๒.๖๘ บาท ตรงกับยอดเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ. ๓ ซึ่งมีข้อความระบุไว้ว่า เพียง ณ วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๓๗ จำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์จากการซื้อขายหลักทรัพย์และหนี้อื่น ๆ รวมทั้งสิ้น ๕๑๙,๗๖๒.๖๘ บาท จำเลยไม่ได้นำสืบพยานหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าว คงมีแต่ตัวจำเลยเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ ว่า จำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้ไปโดยยังไม่มีการกรอกข้อความ และตามคำให้การของจำเลยเองก็รับว่า จำเลยเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นแบบมาร์จิ้น โดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินวางเป็นประกันการชำระค่าหุ้น พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังน่าเชื่อถือกว่าพยานหลักฐานจำเลย ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า

จำเลยสั่งโจทก์ซื้อหลักทรัพย์หุ้นบริษัท ร. ให้ โดยให้โจทก์เป็นตัวแทนการซื้อขายหุ้นแบบมาร์จิ้นหรือเงินเชื่อ จำเลยค้างชำระค่าหุ้นและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๕๑๙,๗๖๒.๖๘ บาท และจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ยอมชำระหนี้เงินจำนวนดังกล่าวต่อโจทก์ ดังนั้น เมื่อการซื้อขายหุ้นที่จำเลยค้างชำระนั้นตกลงกันเป็นแบบมาร์จิ้นหรือเงินเชื่อ ไม่ใช่แบบเงินสด การที่โจทก์ดำเนินการขายหุ้นและนำเงินมาหักกลบลบหนี้ ที่ค้างชำระจึงไม่ขัดต่อระเบียบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้สมาชิกถือปฏิบัติในการเป็นตัวแทนหรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเงินสดเอกสารหมาย ล. ๔ ข้อ (๔) ดังที่จำเลยกล่าวอ้าง โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ. ๓ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๑๐,๐๐๐ บาท.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วัฒนชัย โชติชูตระกูล · อภิชาต สุขัคคานนท์ · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นางสาวยุวิสส์ร์ชญา ยกซิ่ว
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายเฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้