Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8837/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินจำนวน 12,000,000บาท ไปจากโจทก์ โดยออกเช็คล่วงหน้าผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นงวด ๆ แต่เช็คทั้งหมดที่จำเลยสั่งจ่ายให้แก่โจทก์ถูกธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึงยังมิได้รับชำระหนี้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยรับฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบและพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยระบุในคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญากู้เงินและไม่เคยสั่งจ่ายเช็คล่วงหน้าชำระหนี้ให้แก่โจทก์ สัญญากู้เงินที่โจทก์กล่าวอ้างเป็นสัญญาปลอมที่โจทก์ได้ทำขึ้นเอง ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลแล้ว หาใช่เป็นเพียงการคาดคะเนไม่ คดีนี้ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลยโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2540 คำบังคับจึงมีผลตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2540 และตามคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยก็บรรยายไว้ว่าจำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2540 อันเป็นการแสดงให้ปรากฏแล้วว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ได้สิ้นสุดลง คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจึงชอบด้วยหลักเกณฑ์ในการยื่นคำร้องตาม ป.วิ.พ.มาตรา 208 แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๓,๑๔๔,๑๑๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีจากต้นเงิน๑๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่โดยอ้างว่า โจทก์ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปยังบ้านเลขที่ ๘๒/๒๕๙ หมู่ที่ ๑๑ แขวงบางขุนเทียนเขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ซึ่งโจทก์ทราบดีว่าจำเลยมิได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวทั้งนี้โดยโจทก์ประสงค์จะมิให้จำเลยทราบและต่อสู้คดีได้อันเป็นการกระทำโดยมีเจตนาไม่สุจริต จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๐ จำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์และมิได้เป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องสัญญากู้เอกสารหมาย จ.๑ เป็นสัญญาปลอมส่วนเช็คที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้ว่าจำเลยสั่งจ่ายชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นรายเดือนนั้นก็ไม่เป็นความจริง แต่เป็นเช็คที่จำเลยได้เคยใช้ดำเนินธุรกิจร่วมกันกับโจทก์

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยโดยชอบแล้ว แต่จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา และคำขอพิจารณาใหม่ของจำเลยมิได้กล่าวไว้โดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลเพื่อแสดงว่าจำเลยอาจชนะคดีได้ ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งว่า เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว นายสุนทร นาถะพินธุ พนักงานเดินหมาย กรมบังคับคดี เป็นผู้ส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้แก่จำเลยเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๓๙ส่งหมายนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาของโจทก์ให้แก่จำเลยเมื่อวันที่๘ ตุลาคม ๒๕๓๙ ส่งหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้แก่จำเลยเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๓๙และส่งคำบังคับให้แก่จำเลยเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๔๐ ตามรายงานการเดินหมายฉบับลงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๓๙ วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๓๙ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๓๙ และวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๔๐ ซึ่งรวมอยู่ในสำนวน โดยการส่งทุกครั้งได้ส่งโดยวิธีปิดหมายที่บ้านเลขที่ ๘๒/๒๕๙ หมู่ที่ ๑๑ แขวงบางขุนเทียน

เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร จากฐานข้อมูลการทะเบียน สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เอกสารท้ายฟ้อง ต่อมาวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๐ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีไม่มีเหตุที่จะให้พิจารณาใหม่หรือไม่นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางไต่สวนรับฟังได้ว่าจำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้องคดีนี้ แต่เพิ่งมาทราบเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๐ และถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา คดีจึงมีเหตุให้พิจารณาใหม่ตามคำร้องของจำเลย ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยมิได้กล่าวไว้โดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล และมิได้กล่าวโดยละเอียดซึ่งเหตุแห่งการล่าช้าในการยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ จึงเป็นคำร้องที่มิชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ นั้น

เห็นว่าโจทก์ฟ้องและนำสืบว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินจำนวน ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปจากโจทก์โดยออกเช็คล่วงหน้าผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นงวด ๆ แต่เช็คทั้งหมดที่จำเลยสั่งจ่ายให้แก่โจทก์ถูกธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึงยังมิได้รับชำระหนี้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยรับฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบและพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยระบุในคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญากู้เงิน และไม่เคยสั่งจ่ายเช็คล่วงหน้าชำระหนี้ให้แก่โจทก์ สัญญากู้เงินที่โจทก์กล่าวอ้างเป็นสัญญาปลอมที่โจทก์ได้ทำขึ้นเอง ดังนี้ ย่อมถือได้แล้วว่าจำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล หาใช่เป็นเพียงการคาดคะเนดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาไม่และสำหรับเหตุแห่งการยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ล่าช้านั้น

เห็นว่า คดีนี้ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลยโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๔๐ คำบังคับจึงมีผลตั้งแต่วันที่๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ต้องยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวันนับจากวันดังกล่าวคือภายในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ เว้นแต่กรณีมีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ก็ให้เริ่มนับกำหนดเวลาสิบห้าวัน นับแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลงซึ่งตามคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยก็บรรยายไว้ว่าจำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๐ อันเป็นการแสดงให้ปรากฏแล้วว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ได้สิ้นสุดลงแล้ว คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจึงชอบด้วยหลักเกณฑ์ในการยื่นคำร้องตามมาตรา ๒๐๘ คำสั่งและคำพิพากษาของสองศาลล่างชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย จุลนิติ์ · ระพินทร บรรจงศิลป · วิรัช ลิ้มวิชัย
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี
ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ มีอาสา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้