Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้ส่งสมุดบัญชีและเอกสารให้เจ้าพนักงานประเมินทำการไต่สวนมาแล้วครั้งหนึ่ง จนได้รับแจ้งการประเมินให้เสียภาษีเพิ่มจากยอดกำไรสุทธิ กรณีนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่เจ้าพนักงานประเมินจะเรียกเอกสารอื่นใดจากโจทก์มาสอบเพิ่มเติมอีก ดังนั้น ที่เจ้าพนักงานประเมินเรียกให้โจทก์ส่งสัญญาขายผ่อนชำระ สัญญาเช่าซื้อ สัญญาค้ำประกันและบัญชีรายละเอียดสินค้าคงเหลืออีก เป็นการเรียกเอกสารที่ไม่สมควรแก่เรื่องไม่ชอบด้วยประมวลรัษฎากรมาตรา 19 จึงไม่มีเหตุที่จะประเมินภาษีโจทกจากยอดขายก่อนหักรายจ่ายตามวิธีการในมาตรา 71(1) ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 19 ป.รัษฎากร มาตรา 71

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินได้ออกหมายเรียกให้โจทก์นำสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีสำหรับปี ๒๕๑๙ - ๒๕๒๐ ไปให้ตรวจสอบโจทก์ได้นำไปให้ตรวจสอบแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่พนักงานแจ้งว่าโจทก์ต้องชำระภาษีอากรเพิ่มโจทก์ว่าได้ชำระภาษีอาการสำหรับปี ๒๕๑๙ - ๒๕๒๐ โดยถูกต้องครบถ้วนตามหลักการบัญชีแล้ว หลังจากนั้นเจ้าพนักงานประเมินแจ้งให้โจทก์ส่งบัญชีรายละเอียดลูกหนี้รายตัวสัญญาขายผ่อนชำระสัญญาการให้เช่าซื้อ หนังสือค้ำประกันสัญญาผ่อนชำระและให้เช่าซื้อพร้อมทั้งบัญชีรายละเอียดสินค้าคงเหลือปี ๒๕๑๙ - ๒๕๒๐ ไปประกอบการพิจารณาอีก โจทก์ไม่สามารถส่งให้ได้ เพราะได้คืนให้ลูกค้าไปแล้ว เอกสารสำคัญในการขายได้ลงบัญชีการซื้อขายเรียบร้อยแล้ว

ส่วนบัญชีรายละเอียดสินค้าคงเหลือก็ไม่จำเป็นต้องทำเพราะโจทก์ได้บันทึกบัญชีสินค้าแบบ PERIODIC METHOD ซึ่งเป็นหลักบัญชีที่รับรองทั่วไป เจ้าพนักงานประเมินได้ถือเอาเหตุที่โจทก์ไม่สามารถส่งเอกสารดังกล่าวนี้ทำการประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์ในอัตราร้อยละ ๑๒ ของยอดขาย ตามมาตรา ๗๑(๑) แห่งประมวลรัษฎากร คิดเป็นเงินค่าภาษีทั้งสิ้น ๓๓๙,๑๑๓.๖๗ บาท ซึ่งไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยยืนตามตามความเห็นเจ้าพนักงานประเมิน ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยให้การว่า เอกสารต่าง ๆ ตามที่เจ้าพนักงานประเมินเรียกให้โจทก์ส่งนั้น เป็นเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ดีที่สุดในการคำนวณภาษี การที่โจทก์นำแต่เพียงสมุดบัญชีและเอกสารยื่นไปให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบโดยไม่นำสัญญาไปให้ตรวจสอบด้วยอย่างครบถ้วน ถือว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา ๑๙ เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินภาษีจากยอดรายรับหรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายตามวิธีการในมาตรา ๗๑(๑) แห่งประมวลรัษฎากรได้ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เจ้าพนักงานประเมินได้เรียกสุมดบัญชีและเอกสารของห้างโจทก์ไปตรวจสอบเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๑ แล้วครั้งหนึ่งจนเจ้าพนักงานประเมินได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ ให้โจทก์ชำระภาษีอาการเพิ่มตามมาตรา ๒๐ พร้อมด้วยเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๒๐ ตามมาตรา ๒๒ สำหรับปี ๒๕๑๙ เป็นเงิน ๔,๒๘๘ บาท และสำหรับปี ๒๕๒๐ เป็นเงิน ๑๑๔,๕๕๑.๖๔ บาท รวม ๒ ปี เป็นเงิน ๑๑๘,๘๓๙.๖๔ บาท ปรากฏตามรายงานสรุปผลการประเมินหมาย จ.๔ ถึง จ.๗ กรณีไม่มีความจำเป็นที่เจ้าพนักงานประเมินจะเรียกเอกสารอื่นใดจากห้างโจทก์มาสอบเพิ่มเติมอีก เมื่อโจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินก็เป็นเรื่องที่โจทก์จะอุทธรณ์การประเมินต่อไปได้ตามมาตรา ๒๐ โดยไม่มีความจำเป็นที่เจ้าพนักงานประเมินจะต้องเรียกสมุดบัญชีหรือเอกสารอื่นใดมาประกอบคำวินิจฉัยการประเมินของตนอีก

การที่เจ้าพนักงานประเมินเรียกให้โจทก์ส่งสัญญาขายผ่อนชำระ สัญญาเช่าซื้อ สัญญาค้ำประกัน ตลอดจนบัญชีรายละเอียดสินค้าคงเหลืออีกในกรณีนี้ จึงเป็นการเรียกเอกสารที่ไม่สมควรแก่เรื่อง ประมวลรัษฎากรมาตรา ๑๙ ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินเรียกบัญชีหรือพยานหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาแสดงเท่านั้น เรื่องนี้เจ้าพนักงานประเมินได้เรียกสมุดบัญชีและเอกสารจากห้างโจทก์อันประกอบด้วยสุมดบัญชีต่างๆ ถึง ๑๔ เล่ม ใบสำคัญคู่จ่าย ๗ แฟ้ม พร้อมทั้งการ์ดลูกหนี้อีก ๑ กล่อง ดังปรากฏตามหลักฐานตามใบรับบัญชีและเอกสารหมาย จ. จนสามารถคำนวณกำไรสุทธิของห้างโจทก์ใหม่และประเมินภาษีเพิ่มจากโจทก์สำหรับปี ๒๕๑๙ เป็นจำนวนแน่นอน ๔,๒๘๘ บาท และเรียกภาษีเพิ่มสำหรับปี ๒๕๒๐ อีกเป็นเงิน ๑๑๔,๕๕๑,๖๔ บาท ตามเอกสารรายการละเอียดหมาย

จ.๔ ถึง จ,๗ จึงไม่มีมีเหตุจำเป็นหรือเหตุสมควรอย่างใดที่จะเรียกเอกสารอื่นใดจากห้างโจทก์มาตรวจสอบอีก การเรียกเอกสารของเจ้าพนักงานประเมินในครั้งหลังนี้เป็นการไม่สมควรแก่เรื่อง เป็นการไม่ชอบด้วนมาตรา๑๙ จึงไม่มีเหตุที่จะประเมินภาษีโจทก์จากยอดขายก่อนหักรายจ่ายตามวิธีการในมาตรา ๗๑(๑) แห่งประมวลรัษฎากรได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการปประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีเพิ่มจากยอดขายก่อนหักรายจ่ายตามวิธีการในมาตรา ๗๑(๑) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ
ศาลอุทธรณ์ - นายสำราญ ศรีประสาธน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9150/2560

บทบัญญัติแห่ง ป.รัษฎากร มิได้ห้ามเจ้าพนักงานประเมินแก้ไขการออกหมายเรียกที่ผิดพลาดให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานประเมินยกเลิกหมายเรียกฉบับเดิมและออกหมายเรียกฉบับใหม่ เพราะเห็นว่าหมายเรียกฉบับเดิมมีข้อบกพร่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2549

ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้ เนื่องจาก อ. ไม่ยอมส่งมอบบัญชีและเอกสารคืนโจทก์ และโจทก์ไม่สามารถขอใบแทนใบกำกับภาษีจากผู้ออกใบกำกับภาษีได้เพราะโจทก์ไม่ทราบว่ามีใบกำกับภาษีอะไรบ้างนั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9302/2547

หลังจากจำเลยที่ 1 ได้ออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีให้กรรมการโจทก์ไปพบและส่งบัญชีพร้อมทั้งเอกสารไปให้ตรวจสอบ โจทก์ส่งสมุดบัญชีแยกประเภทไปให้จำเลยที่ 1 เพียง 1 เล่ม และผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7826/2543

การที่จำเลยไม่มาพบและส่งบัญชีเอกสารสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2537 ทำให้เจ้าพนักงานของโจทก์ไม่สามารถคำนวณกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวได้ เจ้าพนักงานประเมินจึงอาศัยอำนาจตาม ป. รัษฎากรมาตรา 71 (1)…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1038/2541

ป.รัษฎากรได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมินกับคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ต่างหากจากกัน โดยเริ่มแรกหากเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ใดแสดงรายการตามแบบที่ยื่นไว้ไม่ถูกต้องตรงความเป็นจร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้