Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8761/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เรียกเก็บค่าใช้จ่าย ค่าขนส่งจากผู้ซื้อสินค้าซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเพื่อนำไปจ่ายให้แก่จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 ผู้รับตราส่ง เพื่อแลกใบปล่อยสินค้าที่จำเลยที่ 5 ออกให้แก่จำเลยที่ 3 มิใช่กรณีที่จำเลยที่ 1 เรียกเก็บค่าขนส่งเป็นของตนเองในฐานะผู้ขนส่ง จำเลยที่ 1 จึงเป็นเพียงตัวแทนของผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยในการไปติดต่อผู้ขนส่งเท่านั้นไม่ใช่ผู้ขนส่ง จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้ขนส่ง จำเลยที่ 5 เป็นผู้ออกใบตราส่งแบบ FCL/FCL หรือ CY/CY ให้แก่จำเลยที่ 3 ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับใบตราส่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นใบตราส่งแบบ CFS/CFS จะเห็นได้ว่า ใบตราส่งของจำเลยที่ 2 ที่รับขนส่งสินค้าระบบตู้สินค้าแบบ CFS/CFS อันหมายถึงสินค้าบรรจุไม่เต็มตู้โดยมีการบรรจุสินค้าหลายเจ้าของรวมทั้งสินค้า 3 พัลเล็ต นี้ด้วย และปิดผนึกตู้สินค้าที่ท่าต้นทางแล้วมอบให้จำเลยที่ 5 ขนส่ง จำเลยที่ 5 จึงออกใบตราส่งแบบ FCL/FCL หรือ CY/CY ให้ โดยรับตู้สินค้าที่บรรจุเต็มตู้มา โดยระบุชื่อจำเลยที่ 3 เป็นผู้ส่ง และจำเลยที่ 4 เป็นผู้รับตราส่ง มีผลให้จำเลยที่ 4 ต้องมารับตู้สินค้านี้ไปเองเพื่อนำไปเปิด แล้วนำสินค้าไปส่งแก่ลูกค้าแต่ละราย ซึ่งเมื่อเรือถึงปลายทางจำเลยที่ 4 ในฐานะผู้รับตราส่งมารับของในนามของจำเลยที่ 3 แสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 4 เป็นเพียงตัวแทนมารับของที่ปลายทางเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ร่วมขนส่งจึงไม่ต้องรับผิด ส่วนจำเลยที่ 5 ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับผู้ส่งของโดยตรง แต่ได้รับมอบหมายจากผู้ขนส่งให้ทำการขนส่งสินค้าทางทะเลเฉพาะช่วงจากท่าเรือในสาธารณรัฐสิงคโปร์มายังประเทศไทย จึงเป็นผู้ขนส่งอื่นตาม พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 3 ซึ่งจะต้องรับผิดต่อเมื่อเหตุแห่งความสูญหายของสินค้าเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งในส่วนที่ตนได้รับมอบหมายตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว มาตรา 44 ประกอบมาตรา 39 เมื่อตัวแทนของจำเลยที่ 3 เป็นผู้บรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าและปิดผนึกด้วยตราผนึก เมื่อถึงปลายทางตู้สินค้าและตราผนึกที่ตู้สินค้ายังคงเดิมและอยู่ในสภาพดี แสดงว่าระหว่างการขนส่งสินค้าโดยจำเลยที่ 5 นั้น ตู้สินค้าไม่ได้ถูกเปิดและขนถ่ายสินค้าออกจากตู้จึงมีเหตุให้เชื่อได้ว่าสินค้าไม่ได้สูญหายระหว่างอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 5 ตามที่ได้รับมอบหมายให้ขนส่ง จำเลยที่ 5 ในฐานะผู้ขนส่งอื่นไม่ต้องรับผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว ตามกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์รับประกันภัยสินค้าเป็นมูลค่า 51,338.76 ยูโร คิดเป็นเงินบาทตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ 2,620,843.70 บาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโร เท่ากับ 51.05 บาท และเมื่อสินค้าเสียหายเป็นเงิน 14,848 ยูโร ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยคิดคำนวณเป็นเงินบาทเป็นสัดส่วนกับมูลค่าประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัย เป็นเงิน 871,688.96 บาท เท่ากับที่โจทก์คิดคำนวณได้และจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย เชื่อได้ว่าเป็นการคิดคำนวณถูกต้องแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าชำระเงินจำนวน 871,688.96 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2548 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งห้า ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ชำระเงินจำนวน 757,990.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แก่โจทก์นับแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2548 จนกว่าจะชำระเสร็จ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 มิถุนายน 2549) ต้องไม่เกิน 29,031.42 บาท ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังได้เป็นยุติในเบื้องต้นว่าบริษัทรอยัล ปอร์ซเลน จำกัด (มหาชน) ในประเทศไทยได้สั่งซื้อส่วนประกอบเครื่องรีดดินใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเซรามิกจากบริษัทซามา แมสชิเนนบาว จำกัด ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยสินค้าจากบริษัทรอยัล ปอร์ซเลน จำกัด (มหาชน) ในระหว่างการขนส่งตั้งแต่โรงงานของผู้ขายที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีจนถึงคลังสินค้าของผู้ซื้อดังกล่าวซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยและเป็นผู้รับตราส่ง หากเกิดความเสียหายหรือสูญหายโจทก์จะชำระค่าเสียหายให้ในวงเงิน 2,620,843.70 บาท

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ขนส่งสินค้าดังกล่าวซึ่งบรรจุบนแผงรองบรรทุก จำนวน 3 พัลเล็ต จากผู้ขายมาให้ผู้เอาประกันภัย โดยจำเลยที่ 3 ได้จ้างบริษัทแพกกิ้ง เซ็นเตอร์ ฮัมบูร์ก จีเอ็มบีเอช ทำการตรวจนับและบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าเลขที่ HJCU 109 086 - 6 แล้วปิดผนึกตู้สินค้าด้วยตราผนึกเลขที่ PCH 023393 เรียบร้อย จากนั้นจำเลยที่ 3 ได้นำตู้สินค้าดังกล่าวไปมอบให้จำเลยที่ 5 ที่ท่าเรือเมืองฮัมบูร์กเพื่อให้จำเลยที่ 5 จัดการขนส่งไปยังคลังสินค้าที่ลาดกระบัง ในประเทศไทย โดยจำเลยที่ 5 ได้ออกใบตราส่งแบบ FCL/FCL หรือ CY/CY ให้แก่จำเลยที่ 3 ระบุให้จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 ในประเทศไทยเป็นผู้รับตราส่ง วันเดียวกันจำเลยที่ 3 ก็ได้ออกใบตราส่งแบบ

CFS/CFS ให้แก่บริษัทซามา แมสชิเนนบาว จำกัด ผู้ขาย โดยระบุจำเลยที่ 4 เป็นผู้รับตราส่งเช่นกัน เมื่อเรือโพฮัง ซีเนเตอร์ เดินทางถึงท่าเรือสาธารณรัฐสิงคโปร์มีการขนถ่ายตู้สินค้าดังกล่าวลงเรือมาตุภูมิ ซึ่งเป็นเรือเล็กกว่า เพื่อเดินทางขนส่งต่อมายังท่าเรือแหลมฉบัง และขนส่งต่อไปยังคลังสินค้าของบริษัทไทย ฮันจินโลจิสติกส์ จำกัด ที่ลาดกระบัง ก่อนเปิดตู้สินค้าพนักงานของบริษัทฟาสต์ อินเตอร์โมเดล เซอร์วิส จำกัด ได้ตรวจสอบสภาพตู้สินค้าแล้วปรากฏว่า ตู้สินค้าเลขที่ HJCU 109 086 - 6 และตราผนึกเลขที่ PCH 023393 อยู่ในสภาพดี แต่เมื่อเปิดตู้สินค้าพบว่า ภายในตู้บรรจุสินค้าหลายรายการรวมทั้งสินค้าที่ผู้เอาประกันภัยซื้อ แต่มีเพียง 2 พัลเล็ต เท่านั้น สูญหายไป 1 พัลเล็ต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 เป็นผู้ร่วมขนส่งสินค้าซึ่งต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ ปัญหานี้โจทก์มีเพียงนายอำนาจ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของบริษัทรอยัล ปอร์ซเลน จำกัด (มหาชน) ผู้เอาประกันภัยเบิกความประกอบใบเรียกเก็บค่าขนส่งเอกสารว่า ผู้เอาประกันภัยได้สั่งซื้อส่วนประกอบเครื่องรีดดินใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเซรามิกจากบริษัทซามา แมสชิเนนบาว จำกัด ในราคาออกจากโรงงาน (EX - WORK) ซึ่งหมายถึง ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งตั้งแต่จากโรงงานของผู้ขายเอง ผู้เอาประกันภัยจึงว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้จัดการขนส่งสินค้าจากโรงงานผู้ขายไปยังท่าเรือเมืองฮัมบูร์ก

สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเพื่อขนส่งทางทะเล ส่วนนางสาวสุวสา ผู้จัดการฝ่ายขายของจำเลยที่ 1 เบิกความว่า จำเลยที่ 1 ได้รับมอบหมายจากบริษัทรอยัล ปอร์ซเลน จำกัด (มหาชน) ผู้เอาประกันภัย ให้เป็นผู้ติดต่อประสานงานในการนำสินค้าจำนวน 3 พัลเล็ต จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเข้ามาส่งให้แก่บริษัทดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงได้ติดต่อผ่านจำเลยที่ 4 ไปยังบริษัทชิปโก้ ทรานสปอร์ตอินซ์ จำกัด ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีให้ช่วยจัดหาว่าจ้างผู้ขนส่งทางทะเล บริษัทดังกล่าวก็ตกลงดำเนินการให้โดยไปติดต่อจำเลยที่ 3 เพื่อจองระวางเรือ และบริษัทดังกล่าวได้นำสินค้าไปส่งมอบแก่จำเลยที่ 3 เพื่อขนส่งจากท่าเรือเมืองฮัมบูร์กมายังท่าเรือกรุงเทพ และตามใบตราส่งซึ่งเป็นหลักฐานแห่งสัญญารับขนจากท่าเรือเมืองฮัมบูร์กมายังท่าเรือกรุงเทพก็ระบุว่า

บริษัทซามา แมสชิเนนบาว จำกัด ผู้ขายเป็นผู้ส่ง มีจำเลยที่ 3 ลงนามในใบตราส่งที่เป็นแบบพิมพ์ใบตราส่งของจำเลยที่ 2 จึงแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ขนส่งเจือสมกับคำเบิกความพยานจำเลยที่ 1 ดังกล่าว ส่วนใบเรียกเก็บค่าขนส่งนั้น จำเลยที่ 1 นำสืบอธิบายว่าเป็นการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ค่าขนส่งเพื่อนำไปจ่ายให้จำเลยที่ 4 แลกกับใบปล่อยสินค้าสอดคล้องกับที่นายสราวุธ ผู้รับมอบอำนาจจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เบิกความว่า จำเลยที่ 4 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 ในประเทศไทยมีหน้าที่รับแจ้งการมาถึงของสินค้าแจ้งให้เจ้าของสินค้าหรือตัวแทนทราบและดำเนินการเกี่ยวกับการปล่อยสินค้าพิพาท โดยได้รับค่าตอบแทนจากจำเลยที่ 1 ตามรายการค่าใช้จ่ายและเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า

จำเลยที่ 4 เป็นผู้รับชำระค่าระวางที่ปลายทาง แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เรียกเก็บค่าใช้จ่าย ค่าขนส่งดังกล่าวจากบริษัทผู้ซื้อสินค้าซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเพื่อนำไปจ่ายให้แก่จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 ผู้รับตราส่ง เพื่อแลกใบปล่อยสินค้าที่จำเลยที่ 5 ออกให้แก่จำเลยที่ 3 มิใช่กรณีที่จำเลยที่ 1 เรียกเก็บค่าขนส่งเป็นของตนเองในฐานะผู้ขนส่งพยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 มีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเพียงตัวแทนของผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยในการไปติดต่อผู้ขนส่งเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ขนส่ง จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้ขนส่ง ส่วนจำเลยที่ 5 เป็นผู้ออกใบตราส่งแบบ FCL/FCL หรือ

CY/CY ให้แก่จำเลยที่ 3 ตามใบตราส่งของจำเลยที่ 5 ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับใบตราส่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นใบตราส่งในการขนส่งแบบ CFS/CFS จะเห็นได้ว่า ใบตราส่งของจำเลยที่ 2 ที่รับขนส่งสินค้าระบบตู้สินค้าแบบ CFS/CFS อันหมายถึงสินค้าบรรจุไม่เต็มตู้ โดยมีการบรรจุสินค้าหลายเจ้าของรวมทั้งสินค้า 3 พัลเล็ตนี้ด้วยซึ่งระบุเป็นสินค้าส่วนประกอบของเครื่องจักรบรรจุในตู้สินค้าเลขที่ HJCU 109 086 - 6 และปิดผนึกตู้สินค้าที่ท่าต้นทางแล้วมอบให้จำเลยที่ 5 ขนส่ง จำเลยที่ 5 จึงออกใบตราส่งแบบ FCL/FCL หรือ CY/CY ให้ โดยรับตู้สินค้าที่บรรจุเต็มตู้มาโดยระบุชื่อจำเลยที่ 3 เป็นผู้ส่งและจำเลยที่ 4 เป็นผู้รับตราส่ง มีผลให้จำเลยที่ 4 ต้องมารับตู้สินค้านี้ไปเองเพื่อนำไปเปิดแล้วนำสินค้าไปส่งแก่ลูกค้าแต่ละราย ซึ่งก็ปรากฏว่า

เมื่อเรือถึงท่าเรือปลายทางจำเลยที่ 4 ในฐานะผู้รับตราส่งมารับของในนามของจำเลยที่ 3 การดำเนินการเช่นว่ามานี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 4 เป็นเพียงตัวแทนมารับของที่ปลายทางเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ร่วมขนส่งทางทะเลครั้งนี้แต่อย่างใดจึงไม่ต้องรับผิดส่วนจำเลยที่ 5 ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับผู้ส่งของโดยตรง แต่ได้รับมอบหมายจากผู้ขนส่งให้ทำการขนส่งสินค้าทางทะเลเฉพาะช่วงจากท่าเรือในสาธารณรัฐสิงคโปร์มายังประเทศไทยจึงเป็นผู้ขนส่งอื่น ตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 3 ซึ่งจำเลยที่ 5 ในฐานะเป็นผู้ขนส่งอื่นนี้จะต้องรับผิดต่อเมื่อเหตุแห่งความสูญหายของสินค้าเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งในส่วนที่ตนได้รับมอบหมายตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวมาตรา 44 ประกอบมาตรา 39 แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า

ตัวแทนของจำเลยที่ 3 เป็นผู้บรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าเลขที่ HJCU 109 086 - 6 และปิดผนึกตู้สินค้าด้วยตราผนึกเลขที่ PCH 023393 และเมื่อถึงปลายทางตู้สินค้าและตราผนึกที่ตู้สินค้ายังคงเดิมและอยู่ในสภาพดี แสดงว่าระหว่างการขนส่งสินค้าโดยจำเลยที่ 5 นั้น ตู้สินค้าไม่ได้ถูกเปิดและขนถ่ายสินค้าออกจากตู้เลย จึงมีเหตุให้เชื่อได้ว่าสินค้าไม่ได้สูญหายระหว่างอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 5 ตามที่ได้รับมอบหมายให้ขนส่ง จำเลยที่ 5 ในฐานะผู้ขนส่งอื่นไม่ต้องรับผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว คงมีแต่ผู้ขนส่งที่ยังต้องรับผิดตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 39 ประกอบมาตรา 43 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์อีกว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าเป็นผู้ร่วมกันขนส่งต้องรับผิดต่อโจทก์เต็มตามจำนวนเงินที่โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยเป็นจำนวนเงิน 871,688.96 บาท หรือไม่ เห็นว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์รับประกันภัยสินค้าของผู้เอาประกันภัยเป็นมูลค่า 51,338.76 ยูโร คิดเป็นเงินบาทตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์จำนวน 2,620,843.70 บาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโร เท่ากับ 51.05 บาท และได้ความตามรายงานการสำรวจความเสียหายปรากฏว่าสินค้าเสียหายคิดเป็นเงิน 14,848 ยูโร บริษัทรอยัล ปอร์ซเลน จำกัด (มหาชน)เรียกร้องให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยคิดคำนวณเป็นเงินบาทเป็นสัดส่วนกับมูลค่าประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยจำนวน 2,620,843.70 บาท ตามหนังสือของบริษัทดังกล่าว

ได้เป็นเงินจำนวน 871,688.96 บาท เท่ากับที่โจทก์คิดคำนวณได้และจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามเช็คและใบรับช่วงสิทธิ จึงเชื่อได้ว่าเป็นการคิดคำนวณถูกต้องแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนดังกล่าว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 871,688.96 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2549 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · อร่าม เสนามนตรี · ปริญญา ดีผดุง
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ค)113/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
กค95/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
กค185/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้