Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 876/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของผู้เยาว์เกินกว่าสามปี ที่บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นผู้ทำแทนผู้เยาว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล สัญญานั้นไม่มีผลบังคับผูกพันผู้เยาว์ตั้งแต่การเช่าครบ 3 ปีแล้วตลอดมา และไม่เป็นโมฆียะอันจะพึงบอกล้างได้ จึงไม่เป็นกรณีที่ผู้เยาว์เมื่อบรรลุนิติภาวะแล้วจะให้สัตยาบันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1550

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ 8-9 ปีมานี้ จำเลยได้เช่าห้องแถวเลขที่ 127 ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2327 ของโจทก์ทั้งสี่โดยเช่าด้วยวาจา ค่าเช่าเดือนละ 60 บาทตลอดมาจนบัดนี้ โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไปจึงแจ้งเลิกการเช่า ให้จำเลยออกไปภายในเดือนพฤษภาคม 2512 จำเลยไม่ยอมออก จำเลยค้างค่าเช่าติดต่อกันตลอดมาถึงวันฟ้องเป็นเวลา 5 เดือน เป็นเงิน 300 บาท จึงขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหายเดือนละ 300 บาท จากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกจากห้องของโจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เมื่อ พ.ศ. 2493 นายสงวนผู้แทนโดยชอบธรรมในฐานะผู้แทนโจทก์ ให้นายเสียงออกเงินสร้างห้องแถวพิพาท แล้วให้สิทธินายเสียงเช่าจนตลอดชีวิต และมีสิทธิโอนสิทธิตามสัญญาต่างตอบแทนให้ผู้อื่นได้โดยผู้รับโอนมีสิทธิเช่นเดียวกับนายเสียง พ.ศ. 2504 นายเสียงได้โอนสิทธิตามสัญญาต่างตอบแทนให้แก่จำเลยโดยความยินยอมของนายสงวน จำเลยจึงเข้าอยู่ในห้องพิพาทโดยเสียค่าเช่าให้โจทก์เดือนละ 60 บาทตลอดมา จนกระทั่งตั้งแต่เดือนมีนาคม 2512 เป็นต้นมา โจทก์จึงไม่มาเก็บค่าเช่าก่อนฟ้องโจทก์ไม่เคยมีหนังสือบอกเลิกการเช่า จึงขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง และให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าห้องพิพาทให้จำเลยเช่าตลอดชีวิตในอัตราค่าเช่า 60 บาทต่อเดือน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยตกลงกับนายเสียงดังจำเลยอ้างนายสุขุมบิดานายเสียงเป็นผู้ขอเช่าห้องพิพาทจากโจทก์โดยเสียเงินกินเปล่าให้แล้วให้นายเสียงอยู่ ต่อมาจำเลยมาเช่าห้องพิพาทโดยเสียเงินกินเปล่าให้นายเสียงโดยโจทก์ยินยอม แต่ไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทน และตัดฟ้องว่านายสงวนบิดาโจทก์จะทำนิติกรรมให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของผู้เยาว์เกินกว่า 3 ปี ได้ต้องรับอนุญาตจากศาลก่อน ข้ออ้างของจำเลย จึงไม่มีผลบังคับทั้งมิได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงมีผลบังคับได้เพียง 3 ปี บัดนี้พ้น 3 ปีแล้ว โจทก์มีสิทธิบอกเลิกการเช่าได้ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า แม้จะฟังว่านายเสียงทำสัญญาต่างตอบแทนกับโจทก์ดังจำเลยอ้าง แต่เป็นการทำนิติกรรมให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินกว่า 3 ปี และขณะทำนิติกรรมโจทก์ทั้งสี่เป็นผู้เยาว์นายสงวน

นิลดำ เป็นผู้ทำนิติกรรมแทนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 และเป็นโมฆะตามมาตรา 113 จำเลยผู้รับโอนสิทธิตามสัญญาดังกล่าวจากนายเสียง คิดประเสริฐ จะอ้างสัญญาดังกล่าวอันเป็นโมฆะมาใช้บังคับไม่ได้ และการเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยโดยไม่จำต้องบอกเลิกการเช่าก่อนแต่ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเช่าที่อ้างว่าจำเลยค้างชำระ คงเรียกได้แต่ค่าเสียหายจากวันฟ้องเป็นต้นไป พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 60 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกจากห้องพิพาท ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างถึงวันฟ้องและยกฟ้องแย้งของจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า 1. แม้ว่าสัญญาต่างตอบแทนที่จำเลยอ้างนายสงวนนิลดำ จะให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของผู้เยาว์เกินกว่า 3 ปีโดยมิได้รับอนุญาตจากศาลก็ไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นเพียงโมฆียะ เมื่อโจทก์ยังไม่บอกล้างสัญญาดังกล่าวจึงยังคงผูกพันโจทก์อยู่ 2. ขณะฟ้องคดีนี้โจทก์ที่ 1 อายุ 22 ปี โจทก์ที่ 2 อายุ 21 ปี ดังนั้น หลังจากที่โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 บรรลุนิติภาวะแล้ว โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ยังคงให้จำเลยเช่าห้องพิพาทต่อไป จึงเท่ากับเป็นการให้สัตยาบันสัญญาเช่ารายนี้แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1550 การเช่าย่อมผูกพันโจทก์ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว ตามฎีกาของจำเลยข้อ 1 เห็นว่าการให้เช่าห้องพิพาทดังที่จำเลยอ้าง เป็นการให้เช่าที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 1546 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จึงไม่มีผลบังคับและไม่เป็นโมฆียะอันจะพึงบอกล้างได้

สัญญาเช่าจึงไม่ผูกพันโจทก์ ตามฎีกาของจำเลยข้อ 2 เห็นว่า แม้ก่อนฟ้องโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 จะบรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม แต่การให้เช่าห้องพิพาทดังที่จำเลยอ้างไม่มีผลบังคับมาตั้งแต่การเช่าครบ 3 ปีแล้ว ซึ่งไม่ผูกพันผู้เยาว์ (โจทก์ทุกคน) ตั้งแต่ขณะนั้นตลอดมาและไม่เป็นกรณีที่จะให้สัตยาบันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1550 ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีจึงชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเมธ ทิพยมนตรี · วินัย ทองลงยา · ประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้