Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2486 (เลขอ้างอิง 87559)

พ.ศ. 2486 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตำหรวดมีหน้าที่เสาะหรือสืบสวนความผิดอาญาตามวิธีพิจารนาความอาญา ปลัดอำเพอพบผู้กะทำผิดแล้วไม่จับกุมกลับบังคับเอาเงินจากผู้กะทำผิด ไม่ผิดตามมาตรา 142 เพราะการสอบสวนนั้นทางกะซวงมหาดไทยได้กำหนดหน้าที่ไห้แก่ตำหรวดโดยฉเพาะ พลตำหรวด+ไปพบผู้กะทำผิดแล้วไม่จับกุม กลับบังคับเอาเงินจากผู้กะทำผิดดังนี้ เปนผิดตามมาตรา 136 และ 142 สารวัตสึกสาไม่มีอำนาดหน้าที่สืบเสาะไต่สวนคดีดังที่บัญญัติไว้ไนวิธีพิจารนาความอาญา ม. 17,18

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ข้อเท็ดจิงได้ความว่า จำเลยที่ ๑ มีตำแหน่งเปนปลัดอำเพอจำเลยที่ ๒ เปนสารวัตสึกสา จำเลยที่ ๓ เปนตำหรวดประจำกิ่งอำเพอเจียรดับ ได้รับคำสั่งไห้มีหน้าที่ไปทำการสำหรวดจดทเบียนและทำตั๋วรูปพรรนสัตว์พาหนะตามตำบน จำเลยได้พบเข้าของกะบือที่ไม่ขอจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรนเปนความผิด ได้บังอาดไช้อำนาดไนตำแหน่งหน้าที่หาประโยชน์อันมิควนได้ บังคับไห้เจ้าของกะบือเสียค่าปรับโดยขู่ว่าถ้าไม่เสียจะ+กะบือส่งชายแดน เจ้าของกะบือมีความกลัวจึงมอบเงินไห้จำเลย สาลชั้นต้นพิจารนาแล้วพิพากสาว่านายถวินจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๑๓๖ และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) มาตรา ๓ ไห้จำคุก ๘ เดือน และไห้ปล่อยนายสุพจน์และนายละออง โจทและนายถวินจำเลยอุธรน์

สาลอุธรน์พิพากสาแก้ว่านายละอองจำเลยที่ ๓ มีความผิดตามมาตรา ๑๔๒ และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) ไห้จำคุก ๖ เดือน ความอื่นนอกนั้นคงยืนตาม โจทดีกาขอไห้ลงโทสจำเลยที่ ๑ ++ ส่วนจำเลยที่ ๓ ดีกาไห้ยกฟ้อง สาลดีกาเห็นพ้องด้วยสาลอุธรน์จำเลยที่ ๓ เปนตำหรวดไปตรวดห้องที่มีหน้าที่สืบสวนตามวิธิพิจารนาความอาญา ม. ๑๗ เมื่อจำเลยไม่ปติบัติการตามหน้าที่กลับสทคบจำเลยอื่นและเจตนาที่จะช่วยเหลือผู้กะทำผิดมิไห้ต้องรับอาญา สาลดีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๓ นอกจากจะมีผิดตามม. ๑๔๒ ยังมีผิดตาม ม. ๑๓๖ ด้วย จึงไห้ลงโทสจำเลยที่ ๓ ตาม ม. ๑๓๖ ซึ่งเปนบทหนักส่วนจำเลยที่ ๑ คงผิดตาม ม. ๑๓๖ และไม่ผิดตาม ม. ๑๔๒ ด้วยเพราะการสอบสวนทางราชการได้กำหนดหน้าที่ไห้แก่ตำหรวดโดยฉเพาะ คดีสำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเปนสารวัตสึกสาไม่มีอำนาดสืบเสาะไต่สวนคดีและการกะทำที่โจทกล่าวหามิไช่เปนการไช้อำนาดไนตำแหน่งหน้าที่ของจำเลย จึงฟังลงโทสจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ พิพากสาแก้ว่าจำเลยที่ ๓ มีผิดตาม ม. ๑๓๖,๑๔๒ ไห้จำคุกจำเลยที่ ๓ หนึ่งปี นอกจากที่แก้นี้ไห้ยืนตาม

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์ · คง อิสรภักดี · ประมูล สุวรรณศร
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายสิริ ปทุมรัตน์
ศาลอุทธรณ์ - นายขจร สุนทโรทัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 300/2527

จำเลยที่ 1 เป็นนายอำเภอ จึงเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2และเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13537/2553

จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจหน้าที่ทำการสืบสวนคดีอาญา เมื่อสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานจนทราบรายละเอียดแห่งความผิดแล้วว่าโจทก์อยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13536/2553

จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจหน้าที่ทำการสืบสวนคดีอาญา เมื่อสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานจนทราบรายละเอียดแห่งความผิดแล้วว่าโจทก์อยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3624/2530

จำเลยขายสร้อยให้ผู้เสียหาย 4 เส้นในราคา 100 บาทเศษแต่จำเลยกลับหยิบเอาธนบัตรฉบับละ 500 บาทจำนวน 1 ฉบับจากในกระเป๋าสตางค์ของผู้เสียหายไปโดยพลการในทันทีที่ผู้เสียหายเปิดกระเป๋าสตางค์ ซึ่งผู้เสียหายยังมิท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1618/2499

การที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกระทงหรือเป็นความผิดกระทงเดียวแต่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท มีหลักวินิจฉัยดังนี้คือ ถ้าการกระทำใดเป็นความผิดต้องด้วยกฎหมายหลายบทแล้วจะแยกการกระทำนั้นออกจากก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้