Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิทธิการเช่าตึกแถว มีราคาและอาจโอนกันได้ จึงเป็นทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 99 พยานหลักฐานที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมภายหลังสืบพยาน โจทก์เสร็จ เป็นพยานหลักฐานเกี่ยวกับสูติบัตรที่โจทก์อ้างหมายจ. 1 นั่นเองจึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานที่ขออ้างเพิ่มเติมนั้นมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานนั้นมีอยู่ การที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อเสร็จการสืบพยานของโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน จึงไม่มีเหตุอันสมควรอนุญาตให้ระบุอ้างพยานเพิ่มเติมได้ แม้โจทก์ฟ้องอ้างว่ารถคันพิพาทเป็นทรัพย์มรดก แต่ทางพิจารณากลับได้ความตามที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยได้ขายทรัพย์มรดกอื่นไปแล้วไม่ถึงหนึ่งเดือน จำเลยก็ซื้อรถคันพิพาท ดังนี้ แม้โจทก์จะมิได้นำสืบว่าจำเลยขายทรัพย์อะไรไป ศาลก็มีอำนาจพิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบรับดังกล่าวประกอบกับพยานหลักฐานในสำนวนและฟังว่าจำเลยขายทรัพย์มรดกอื่นเอาเงินมาซื้อรถคันพิพาท และถือได้ว่ารถคันพิพาทเป็นทรัพย์มรดก หาเป็นการนอกฟ้องและนอกคำให้การไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกหรือใช้ราคาแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาโดยคู่ความไม่ได้โต้เถียงกันว่า นายแพทย์อนันต์สมบุญธรรม เรียนสำเร็จทั้งวิชาเภสัชศาสตร์ และแพทย์ศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แต่งงานกับจำเลยและจดทะเบียนสมรสกันเมื่อเดือนมิถุนายน 2504 มีบุตรด้วยกันและยังมีชีวิตอยู่ 3 คน คือนายคมสันนายธีรเดชและเด็กหญิงปริมใจ ต่อมานายแพทย์อนันต์ สมบุญธรรมได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2518 ขณะถึงแก่กรรมมารดาของนายแพทย์อนันต์ สมบุญธรรม ยังมีชีวิตอยู่ชื่อนางทองเย็น สมบุญธรรมส่วนบิดาถึงแก่กรรมไปนานแล้ว คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาว่าโจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายแพทย์อนันต์ สมบุญธรรม

บิดารับรองแล้วหรือไม่ปัญหาเกี่ยวกับทรัพย์มรดกบางรายการ และที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยนั้นชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาขอให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยตามคำร้องลงวันที่ 12 กันยายน 2522 เพื่อให้โอกาสแก่จำเลยนำต้นฉบับสูติบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านคนเกิดตามที่ระบุเพิ่มเติมเข้าสู่สำนวนแล้ววินิจฉัยตามรูปคดี โดยอ้างว่าเพิ่งค้นเอกสารดังกล่าวพบภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จนั้น เห็นว่า จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม 1. สำเนาทะเบียนคนเกิดลำดับ 1598 ด.ช. ชื่อสกุล สมบุญธรรม 2. สูติบัตรเลขที่ 179/1598 ของ ด.ช. ชื่อสกุล สมบุญธรรม อยู่ที่เขตบางรัก และ 3.

นายปรีชา ฤทธิแปลก ผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ดังนี้ เห็นว่าเป็นพยานหลักฐานเกี่ยวกับสูติบัตรที่โจทก์อ้างหมาย จ.1 นั่นเอง จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานที่ขออ้างเพิ่มเติมนั้นมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานนั้นมีอยู่ ฉะนั้น การที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อเสร็จการสืบพยานของโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน จึงไม่มีเหตุอันสมควรอนุญาตให้ระบุอ้างพยานเพิ่มเติมได้ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 แล้ว" ฯลฯ"ที่จำเลยฎีกาเกี่ยวกับทรัพย์มรดกดังนี้ 1. สิทธิการเช่าตึกแถวจากบริษัทรวมมิตรก่อสร้าง (ที่ถูกเป็นบริษัทรามกิจพาณิชย์และก่อสร้าง

จำกัด ทรัพย์อันดับ 4) ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโอนกันได้ เป็นทรัพย์มรดกจำเลยเห็นว่าจำเลยเป็นผู้เช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่เป็นทรัพย์มรดก และราคาสิทธิการเช่าไม่เกิน 100,000 บาทเพราะอยู่ห่างที่ชุมชนนั้น เห็นว่า สิทธิการเช่านี้มีราคาและอาจโอนกันได้ ศาลล่างทั้งสองรับฟังว่าเป็นทรัพย์สินที่นายแพทย์อนันต์และจำเลยได้มาร่วมกันเป็นสินสมรส จำเลยมิได้ฎีกาโต้เถียงโดยชัดแจ้งว่านายแพทย์อนันต์มิได้มีส่วนเป็นเจ้าของ จึงรับฟังเป็นยุติทั้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้สิทธิการเช่านี้คงเป็นสิทธิของจำเลยจึงไม่มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าอันอาจโอนกันได้หรือไม่นั้นแต่อย่างใด สำหรับปัญหาเรื่องราคาค่าสิทธิการเช่าตึกแถวนี้นั้นเห็นว่าตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย

ล.11 ตึกแถวนี้ตั้งอยู่ที่เลขที่ 816/11 ถนนท่าดินแดง เขตคลองสาน เป็นตึกแถวสามชั้นครึ่ง ห้องขนาดกว้าง4 เมตร ลึก 12 เมตร พื้นบนไม้เนื้อแข็ง พื้นล่างคอนกรีตฝาก่ออิฐ หลังคาดาดฟ้าและกระเบื้องลอนคู่ และข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าขณะนายแพทย์อนันต์ถึงแก่กรรม ยังเหลืออายุสัญญาเช่าอีก 20 ปี ดังนี้จากสภาพของตึกแถว อายุสัญญาเช่าที่คงเหลือ ทั้งยังได้ความตามคำเบิกความของจำเลยว่า ตึกแถวนี้ใช้เป็นคลีนิครับรักษาผู้ป่วยใช้ชื่อว่า หมออนันต์เชี่ยงอันแสดงว่ามิได้อยู่ในทำเลห่างไกลชุมชนฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดราคาสิทธิการเช่า 200,000 บาทชอบด้วยเหตุผลแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น2. ทรัพย์อุปกรณ์การแพทย์

ยารักษาโรคและเฟอร์นิเจอร์ในคลีนิคเลขที่ 57 - 59 ถนนตะนาว (ทรัพย์อันดับ 6) จำเลยฎีกาว่าฟังไม่ได้ว่ามีอยู่ตามที่โจทก์กล่าวอ้างนั้น เห็นว่านางมยุราจำเลยอ้างตนเอง เบิกความรับว่าทรัพย์อันดับ 5 - 7 จำเลยได้ขายแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากนายแพทย์อนันต์ถึงแก่กรรมแล้ว แสดงว่าทรัพย์ดังกล่าวมีอยู่ แต่จำเลยซึ่งเป็นผู้ครอบครองได้ขายไป ดังนี้ จำเลยจึงต้องรับผิด หาใช่ว่ามิได้มีอยู่ดังจำเลยฎีกาไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น3. รถยนต์ยี่ห้อเมอร์ซีเดชเบ๊นซ์ (ทรัพย์อันดับ 13) จำเลยฎีกาว่าโจทก์จำเลยนำสืบรับกันแล้วว่า จำเลยซื้อภายหลังจากนายแพทย์อนันต์เจ้ามรดกถึงแก่กรรม จึงไม่เป็นมรดก ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยนำเงินจากการขายทรัพย์มรดกรายอื่นไปซื้อ เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกคำขอเพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่านำเงินจากการขายทรัพย์เดิมมาซื้อ และไม่ได้นำสืบว่าขายทรัพย์อะไรไปซื้อนั้น

เห็นว่า แม้โจทก์ฟ้องอ้างว่ารถคันพิพาทเป็นทรัพย์มรดกแต่ทางพิจารณากลับได้ความตามที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยได้ขายทรัพย์มรดกอันดับ 1, 3 และ 5 ไปแล้วไม่ถึงหนึ่งเดือน จำเลยก็ซื้อรถคันพิพาท ดังนี้แม้โจทก์จะมิได้นำสืบว่าจำเลยขายทรัพย์อะไรไปศาลล่างทั้งสองก็มีอำนาจพิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบรับดังกล่าวประกอบกับพยานหลักฐานในสำนวนและฟังว่าจำเลยขายทรัพย์มรดกอันดับ 1, 3 และ 5 เอาเงินมาซื้อรถคันพิพาท และถือได้ว่ารถคันพิพาทเป็นทรัพย์มรดก มาเป็นการนอกฟ้องและนอกคำขอแต่อย่างใดไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้